ซีเมนส์จัดแสดงผลงานด้านธุรกิจที่ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในไทย ผ่านภาพถ่ายฝีมือพนักงาน

       

       ซีเมนส์สร้างการมีส่วนร่วม จัดกิจกรรมนิทรรศการภาพถ่ายฝีมือพนักงานเป็นครั้งแรก โดยถ่ายทอดเรื่องราวการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสนับสนุนการพัฒนาของประเทศไทย พร้อมให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืน
       

       นายมาร์คุส ลอเรนซินี่ ประธานและหัวหน้าฝ่ายบริหาร บริษัท ซีเมนส์ จำกัด ประเทศไทย กล่าวว่า ซีเมนส์จัดงานนิทรรศการภาพถ่าย แฟลช ฟอร์เวิร์ด ไทยแลนด์ (Flash Forward Thailand) เป็นครั้งแรก โดยฝีมือพนักงานที่ถ่ายทอดเรื่องราวการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด Business to Society เพื่อความยั่งยืนร่วมกันของธุรกิจและสังคมไทย
       
       นิทรรศการภาพถ่ายดังกล่าวจัดแสดง ณ Duke Contemporary Art Space นำเสนอภาพความสำเร็จของธุรกิจและการตอบแทนสังคมของซีเมนส์ ภาพเหล่านี้ถ่ายโดยพนักงานของซีเมนส์ เพื่อบันทึกและแบ่งปันสิ่งที่บริษัทได้พัฒนาความก้าวหน้าในด้านต่างๆ ตลอดระยะเวลาที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยนานกว่า 117 ปี เป็นการถ่ายทอดผลงานที่โดดเด่นและแสดงถึงแนวคิดของการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ โดยผนวกเข้ากับความคิดที่จะพัฒนาสังคมให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ผลงานภาพถ่ายเหล่านี้เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าแนวคิดด้านการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนของซีเมนส์มีส่วนร่วมสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยมาโดยตลอด
       
        “ได้สร้างแนวทางเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่เรียกว่า บิสซิเนส ทู โซไซตี้ (Business to Society) หรือการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผลทางสังคม โดยอิงตามการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ขององค์การสหประชาชาติ (United Nations 2030 Agenda for Sustainable Development) และยังมุ่งเน้นด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน 5 ประการ ได้แก่ การพัฒนาเศรษฐกิจ ทุนมนุษย์ อันหมายถึงทักษะความรู้ ความสามารถของบุคลากร สภาพแวดล้อม คุณภาพชีวิต และชุมชน”
       

       “ที่สำคัญพนักงานทุกคนมีบทบาทสำคัญในผลักดันการดำเนินงานภายใต้แนวทาง การดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผลทางสังคม นื่องจากบริษัทต้องการให้พนักงานของเรามีส่วนร่วมสร้างสรรค์คุณค่าเพื่อตอบแทนแก่สังคม ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อการทำงานร่วมกันภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังส่งผลด้านบวกในวงกว้างต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสังคมทุกภาคส่วนอีกด้วย ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ย่อมหมายถึงคุณประโยชน์แก่สังคมไทย อันเป็นประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของพนักงานนั่นเอง”
       
       “ทุกโครงการของซีเมนส์ ต้องดำเนินการภายใต้มาตรฐานด้านความยั่งยืน โดยมีแนวทางของ บิสซิเนส ทู โซไซตี้ เป็นเกณฑ์ในการประเมิน และประเด็นสำคัญคือความพยายามทุ่มเทเหล่านี้ล้วนมุ่งหวังคุณประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมในระยะยาว เราดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานมากกว่า 100 ปี และหวังว่าจะอยู่คู่สังคมไทยต่อไป การจะทำเช่นนั้นได้ เราจึงต้องดูแลทั้งธุรกิจและสังคม” นายมาร์คุส กล่าว
       
       ซีเมนส์มีผลงานในการดำเนินโครงการต่างๆ ที่เป็นการพัฒนาและสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศในหลากหลายด้าน อาทิ การช่วยให้การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสาธารณะมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การส่งมอบกังหันลมให้กับโรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งแรกของไทย ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสะอาด มีผู้ป่วยหลายล้านคนที่ได้รับการดูแลจากผลิตภัณฑ์กลุ่มเฮลธ์แคร์ของซีเมนส์ และเนื่องจากซีเมนส์ให้ความสำคัญกับการลงทุนในบุคลากร ในแต่ละปีจึงมีการจัดฝึกอบรมเฉพาะทางให้พนักงานไม่น้อยกว่า 600 คน อีกทั้งยังมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การบริจาคคอมพิวเตอร์และหนังสือให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล และการให้การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์แก่โรงเรียนต่างๆ
       
        นอกจากนี้ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่ยุคดิจิทัล ซีเมนส์ได้ลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในตัวอย่างคือ การบ่มเพาะบุคลากรด้านวิศวกรรมของไทย ด้วยการพัฒนาศูนย์วิศวกรรมในประเทศเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก