อ.อ๊อด ฉะแหลก!! ปมโดนพลตรีแจ้งความ เนื่องโครงการหน้ากากป้องกันสารพิษ

       

กลายเป็นประเด็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการภาครัฐและเอกชนรวมไปถึงประชาชนสำหรับกรณีฟ้องร้องทีมงานวิจัยหน้ากากป้องกันที่นำทีมโดย “อาจารย์อ๊อด” หรือ “รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์” อาจารย์และนักวิชาการสาขาเคมีอินทรีย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ เชื้อสมบูรณ์ ผอ.สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหาร กองทัพบก พร้อมคณะร้องทุกข์กองปราบปรามขอให้ทางพนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง โครงการพัฒนาหน้ากากป้องกันสารพิษ หลังจากตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อพิรุธในการออกใบรับรองมาตรฐานงานวิจัยซึ่งอาจจะทำให้กองทัพได้รับความเสียหายมูลค่ากว่า 150 ล้านบาท และหน้ากากสารพิษที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐานอาจเป็นอันตรายต่อทหารที่ปฏิบัติหน้าที่จริง
       
       โดยมีผู้ถูกกล่าวหาเป็นจำเลยทั้ง 7 คนในทีมวิจัยแย้งข้อเท็จจริงอีกด้านอาจเป็นการกลั่นแกล้งจากเหตุผลส่วนตัวและการเสียผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากมีการถูกทั้งปลดระวางหน้าที่กลางอากาศ การขู่กรรโชกทรัพย์ร่วมด้วย


       
       “อาจารย์อ๊อด” เปิดใจในเรื่องนี้ ผ่านรายการ “เป็นเรื่อง!” ทางช่อง News1
       

       เรื่องของการฟ้องร้องโครงการพัฒนาหน้ากากป้องกันสารพิษที่ถูกแจ้งว่าเอกสารปลอมแปลง คืออะไรยังไง มาจากอาจารย์หรือเปล่า
       
       คือผู้ต้องหาในคดีนี้ทั้งหมด 7 คน เป็นพลเรือน 4 คน นายทหาร 3 คน อาจารย์เป็นผู้ต้องหาคนที่หนึ่ง แล้วก็มีทหาร 3 นาย แล้วก็มีคนโดนลูกหลงไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยอีก 3 คน หนึ่งในนั้นก็คือผู้ช่วยศาสตราจารย์ วัชระ ลายลักษณ์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระเจ้าเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งไม่ได้อยู่ในเอกสารวิจัยหรือเอกสารการรับทุนเลย อีกท่านหนึ่งก็คือ ร้อยเอกนิรุจน์ หนูนุรักษ์ เป็นอาจารย์ที่กรมพลาธิการทหารบก ผู้เชี่ยวชาญด้านหน้ากาก คนนี้ก็ไม่ได้อยู่ในสัญญารับทุนหรือว่าอะไรเลย แต่ต้องเซ็นข้อกล่าวหาเพราะว่าระบบยุติธรรมไทยเป็นระบบกล่าวหา ก็โอเค เป็นสิทธิ์ของพลตรีท่านที่จะกล่าวหาในเรื่องของข้อหาที่เขาแจ้งที่ว่าร่วมกันปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม
       
       ทว่ารายละเอียดแห่งพฤติการณ์การดำเนินคดีของเขา เขาบอกว่ากองทัพบกได้อนุมัติโครงการพัฒนาหน้ากากป้องกันสารพิษทางทหารให้กับอาจารย์อ๊อดและทีมงาน ซึ่งตัวนี้ชัดเจนว่าไม่ใช่ เราและทีมพระนครเหนือได้รับทุนวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ (สกอ.) สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ในประเด็นที่เขาแจ้งบอกว่าการใช้เอกสารปลอดเดี๋ยวค่อยว่ากัน แต่เรื่องตรงนี้ทำให้กองทัพได้รับความเสี่ยงหายเป็นมูลค่า 150 ล้านบาท ถามว่าเงินส่วนนี้มาจากไหน เงิน 150 ล้านบาทได้มาจากที่โครงการนี้ได้เอาไปโชว์ในงานก่อนที่จะมีการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2560 ท่านนายกดูหน้ากากชิ้นงาน ท่านก็มีคำสั่งให้รองนายกจัดสันงบประมาณซึ่งเพื่อใช้ในการผลิตหน้ากากจำนวน 150 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณเป็นของกองทัพบกและอยู่ในช่วงระหว่างรอการผลิต ฉะนั้นตรงนี้นักวิจัยไมได้เกี่ยวข้องเลยกับเรื่องงบ 150 ล้านหรือว่าเรื่องอะไรเลย เพราะว่าเรารับทุนจาก สกอ. เราก็ทำงานให้แล้วก็ส่งให้ สกอ.
       
       ซึ่งประเด็นที่เขาตีในเรื่องของการแจ้งความเขาบอกว่าผู้ต้องหาทั้ง 1-7 ได้ร่วมกันปลอมเอกสารใบรับรองมาตรฐานสากลหมายเลขเท่านั้นเท่านี้ จากสถาบันความปลอดภัยด้านชีวอนามัยประเทศสาธารณรัฐเช็ก พอเราเห็นใบแจ้งความตัวนี้ เราก็ถึงบางอ้อทันที ใบนี้ที่เราได้มีทั้งหมด 3 ชุด ทีนี้เราจะเห็นว่าในองค์การมีทั้งหมด 7คน มีทหาร 3 คน ใบแรกที่เขาพูดถึงคือเป็นฝ่ายทหารนำเข้ามาไม่เกี่ยวกับนักวิจัย ส่วนอีก 2 ใบก็เหมือนที่เคยสัมภาษณ์ไปก็คือเราเดินทางไปที่ประเทศสาธารณรัฐเช็กเพื่อเอาชิ้นงานเราไปทดสอบ
       
       สาเหตุที่เราต้องทดสอบที่ต่างประเทศเนื่องจากว่าที่เมืองไทยไม่อนุญาตให้นักวิจัยผลิตสารเคมีด้านการทหาร เราจำเป็นที่ต้องเดินทางไปทดสอบที่โน้น ถามว่าการทดสอบอยู่ในเงื่อนไขของทุนวิจัยไหม ก็ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไข เพราะพอเราไปทดสอบเสร็จเราก็กลับ หลังจากนั้นเขาก็ส่งใบรับรองมาให้เราทั้งหมด 2 ใบ ซึ่งเราก็ใส่เข้าไปในรายงาน แต่เอกสารที่เขาแจ้งคือทางฝ่ายทหารนำเข้ามาอันนี้คือข้อเท็จจริงที่เราจะไปแจ้งความกลับในวันที่ 15 มีนาคม 2561 นี้
       
       ใบที่มีปัญหาที่สงสัยปลอมคือใบแรกที่ทหารนำมาซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเราแล้วเขาฟ้องร้องเราเยี่ยงผู้กระทำผิดเพราะอะไร
       
       ใช่…คือเราเคยโต้แย้งในเรื่องนี้ไปแล้วเพราะมีการพูดคุยกันมาก่อน เพราะว่าการประชุมโครงการเราปิดกับฝ่ายพลเรือนที่ สกอ. เล่มรายงานเราไม่เคยมีใบนี้เลย แล้วมันไม่ใช่เนื้อหาสาระสำคัญเพราะมันเกี่ยวกับหน้ากากชีวอนามัยซึ่งไม่เกี่ยวกับหน้ากากทางด้านทหารเลย คือเราไม่ได้สนใจใครนำเข้ามาก็ดูแลกันเอง แต่เอกสารที่เราให้กับเจ้าของทุนเพราะเราทำงานให้กับสกอ.
       
       เอกสารปลอมชิ้นที่มีปัญหาแปลว่ามีคนสอดได้ไหม
       
       เราชัดเจนในวันที่ 29 ธันวาคม 2560 ที่เราประชุมที่สำนักงานวิจัยกองทัพบก เรายันชัดเจนว่าเราไม่ข้อใช่เอกสารคุณ เราของใช้เอกสารเล่มนี้เท่านั้น เพราะว่าพอเราทำงานเสร็จให้กับสกอ. กองทัพมีหน้าที่ในการที่จะเอาชิ้นงานของเราไปทดสอบเท่านั้นเอง แต่จะมีเอกสารที่เขาระบุมาแล้วโต้แย้งขอใช้สิทธิ์นักวิจัยทั้งหมด ขอใช้เอกสารที่ส่งกลับสกอ. เพียงเท่านั้น ส่วนใครเอาเข้ามาเราไม่รับผิดชอบ นี้คือข้อเท็จจริงในวันนั้น ประกอบกับมีการประชุมของ สกอ.วันที่ 8 ก.พ. 2561 เพื่อที่จะปิดโครงการ วันนั้นเอาเข้าจริงชี้แจงชัดเจนแล้ว สกอ.ก็ประกาศในที่ประชุมชัดเจน ในเอกสารของเราและคณะไม่มีเอกสารที่กล่าวอ้าง หลังจากนั้นวันที่ 9 ก.พ. 2561 เขาก็ไปแจ้งความที่กองปราบ
       
       ที่ประชุมไม่มีเอกสารชุดนี้ชัดเจน เราต่อสู้ในประเด็นนี้ คือเขาฉลาดเขาใช้จุดเอกสาร ซึ่งไม่ใช่เนื้อหาสาระสำคัญ เมื่อปิดเสร็จคณะกรรการก็มีการให้แก้ไขไปเรื่อยๆ แต่ในระหว่างนั้นทางกองทัพบกโดยพลตีท่านและพวกก็ขอตัวอย่างหน้ากาก เราก็ส่งไปให้กองทัพบกทดสอบ เขาบอกว่าเอาไปทดสอบเพื่อให้ทางกองทัพรับรองมาตรฐานเพื่อนำไปสู่การผลิต ก็หลังจากการดำเนินการไปได้สักพักก็มีปัญหาการใช้เอกสารปลอมหรือผลงานไม่ได้มาตรฐานจะทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บเสียชีวิต เราก็งงมาก เราก็บอกว่ามันเกี่ยวอะไรกับงานที่เราทำเพราะว่าสิ่งที่เรากำลังทดสอบเราก็ให้เขาทดสอบหมด เราทำเสร็จเราก็ส่งไป สกอ.เขาก็เอาไปทดสอบที่ห้องรมแก๊สก็ผ่าน เอาใส่ยิง ปืน ใส่วิ่ง อย่างในคลิปที่เรานำเสนอมันก็คือการทดสอบจริงทั้งหมด
       
       ที่สำคัญวันที่เขาประชุมครั้งที่สองวันที่ 29 ธันวาคม 2560 ในห้องประชุมก็ระบุชัดเจนว่าจะต้องผ่านมาตรฐานของกองทัพบกเท่านั้นถึงจะเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ ถามว่านักวิจัยไปเกี่ยวอะไรกับการจัดซื้อจัดจ้าง 150 ล้าน ไม่ได้เกี่ยวเลย ก็แค่รับทุน 3 ล้าน 8 แสน บาท ในการวิจัยทำแล้วส่ง สกอ. ก็คือจบ คือเขาผ่านงานของเขารับรองผลงานของเราหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเขา ถ้าเขาบอกว่าผลงานเราไม่ผ่านนั้นก็คือเขาตีกลับ ก็จบ ที่สำคัญโครงการสร้างยุทโธปกรณ์ไม่ใช่มีแค่โครงการเดียว มีทั้งหมด 30 กว่าโครงการ กองทัพบกมาเลือกไปว่าจะเอาโครงการอะไร ถ้าไม่เอาเราก็เอาโครงการอื่น คือเราไม่อยากจะยุ่งอยู่แล้ว ก็ตีตกก็จบ แต่เขามาเอาเราก็เป็นคำถามว่ามันเกิดจากเรื่องใดกันแน่
       
       เอกสารที่ถูกกล่าวอ้างตรงนี้มีการพิสูจน์ไหม มันมาจากที่ไหนอย่างไร
       
       ใบเซอร์ติฟิเคตมีอยู่ 3 ใบ ของนักวิจัย 2 ใบ ของทหาร 1 ใบ ที่แจ้งความก็คือของทางทหาร 1 ใบ อย่างที่กล่าวตอนต้น ตอนนี้เท่าที่ทราบฝ่ายทหารตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้แล้ว ก็เป็นเรื่องของเขาที่จะสรุปว่าใบชีวอนามัยของเขามาได้อย่างไร ในส่วนของนักวิจัยก็กระต่ายขาเดียวก็คือเราใช้ของที่เราส่งทางสกอ. เท่านั้น ซึ่งตัวนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกัน คือพูดง่ายๆ ก็คือมันต้องเกิดกระบวนการสอบส่วนกันก่อน คุยก่อนว่ามายังไง แต่ตอนนี้มันบางอย่างมีที่น่าสงสัย คือพอวันที่ 8 ก.พ. 2561 ประชุมกันเสร็จวันที่ 9 ก.พ. ก็ไปแจ้งความเลย
       
       เราก็เลยงงมาก เรางงกันหมดเลย ประกอบกับที่มีเรื่องมีราวของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เขาตรวจสอบของเขาอยู่ เขาก็เลยงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทั้ง 7 คน ไม่ได้เกี่ยวข้องเลย คือหว่านแหเลย แล้วก็บอกว่าความเสียหายเกิดแล้ว 150 ล้าน ถามว่ามันแฟร์ไหมกับพวกเรา แล้วที่สำคัญไปขออำนาจทัพบกมามันดูแล้วมันใหญ่มาก หนักมาก เราก็เลยต้องนิ่ง สงบ ตั้งสติได้ก็เข้าหาหน่วยงานต้นสังกัด ก็คือ สกอ. เข้าไปชี้แจง ซึ่งก็ชี้แจ้งให้ทุกคนเข้าใจ ทุกคนก็บอกว่าโอเค
       
       เอกสารที่อยู่กับเรามีแค่นี้ ของเขามีก็ต้องไปว่ากันในทางคดี ก็ต้องแจ้งความกลับในข้อหาการแจ้งความเท็จ และที่สำคัญในระหว่างนั้นมีการกรรโชกทรัพย์ ซึ่งรอฟังในวันที่ 15 ทางทนายอนันต์ชัย ไชยเดช จะกล่าวให้ทราบอีกทีหนึ่ง
       

       ตอนนี้โลกโซเชียลดราม่าอย่างกับเรื่องของดารา ในเรื่องนี้ที่ว่ากันว่าส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของการผิดใจกันส่วนตัวส่งผลต่อประโยชน์อย่างเคยทำให้ต้องออกมาฟ้องร้องแฉ อาจารย์เคยมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับทางโน้นมาก่อนหรือเปล่า
       
       ผมทำงานด้านวิจัยยุทโธปกรณ์ปีนี้ทำงานมาเป็นปีที่ 3 ย่างเข้าปีที่4 ฉะนั้นเราทำงานให้กับกองทัพมาเป็นเวลาพอสมควร เรารักกองทัพ เรารักทหารดี แต่อาจารย์เกลียดทหารเลว เพราฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นมันมีเบื้องหน้าหลัง เราตั้งใจทำงานหน้ากากออกมี ต้นทุนในการทำงานผลิตไม่เกิด 8,000 บาท ถ้าจะซื้อจัดหาราคาตกอยู่ที่ 25,000 บาท ถึง 60,000บาท สิ่งเหล่านี้เราแถลงข่าวออกกับสื่อตลอดเวลา ประเด็นที่มันเกิดเรื่องทำงานมาตั้ง 3 ปี มามีปัญหาโครงการนี้เพราะว่า มีเรื่องการจัดซื้อจัดหา 150 ล้านบาทเข้ามา นี้เป็นประเด็น
       
       ถามว่ารู้จักกันไหม รู้จักเพราะว่าเขาเพิ่งมาเป็นผู้อำนวยการเมื่อปีที่ 3 มานี้เอง ในส่วนความสัมพันธ์รู้จักกันดีถึงขั้นสนิทหรือไม่ ไม่ถึงขั้นสนิท แต่ว่าเรารู้ว่าอะไรคืออะไร แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นมามีหลายมิติ ในระหว่างที่เกิดเรื่องราวหน่วยของเขาถูก สตง.เข้าตรวจสอบในเรื่องของการกล่าวหาทุจริตหรือไม่ ซึ่งก็มีการตรวจสอบกันหลายเรื่องเลย คิดว่าน่าจะเป็นองค์ประกอบหนึ่งหรือทำให้ตีกลับมาที่กระแสของนักวิจัย เนื่องจากว่านายทหาร 3 คนหนึ่งใน 7 คน คนหนึ่งเกี่ยวข้องกับ สตง. ที่เข้ามาตรวจสอบหน่วยของเขา อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่เราคิดกันอยู่ เอกสารปลอมเราก็ชี้แจ้งได้ชัดเจนคือตอนนี้ทางตำรวจได้โอนคดีให้ไปทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเป็นเรื่องของการทุจริตในหน้าที่ที่ต้องตรวจสอบ เราก็เตรียมข้อมูลที่จะชี้แจงชัดเจนในเรื่องนี้
       
       เรื่องราวการฟ้องร้องใหญ่โตเกิดจากความพันธ์ที่แตกร้าวหรือการเสียสิทธิ์บางประการของอีกฝ่าย
       
       คือโครงการนี้เราโปรโตไทป์ก็คือทำต้นแบบขึ้นมา เรามีแม่พิมพ์ต้นแบบ แล้วเราได้ใช้บริษัท ก.(นามสมมุติ) ในการฉีดต้นแบบให้เราตามแบบที่นักวิจัยคิดค้นทุกอย่างทำออกมาเอง บริษัท ก. อาจจะไม่ค่อยถูกโฉลกกับกลุ่มคนกลุ่มนี้สักเท่าไหร่ เนื่องจากว่าถ้าเกิดมีการจัดซื้อจัดหา 150 ล้านบาทจริง บริษัท ก. ก็อาจจะมีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะมาประมูล ได้ แต่ถามว่ามันเกี่ยวข้องกับนักวิจัยไหม ไม่เกี่ยวกันเลย ถ้าเกิดถามว่าการจัดซื้อจัดจ้าง 150 ล้านบาทจริง นักวิจัยได้ไหมก็สมควรได้เพราะเราจดสิทธิ์บัตร เราก็ขายสิทธิ์บัตรแค่นั้นเอง แต่ในส่วนของเรื่องอื่นๆ ก็เป็นเรื่องของทางทหารแล้วว่าเขาจะทำอะไรกัน ซื้อ จัดหา แล้วแต่เขา ทุกอย่างก็ต้องขึ้นกับกฎหมายบ้านเมือง กฎระเบียบ ตรงนี้เราแตะอะไรไมได้
       
       ส่วนกลุ่มที่ว่ามีบริษัท ข. (นามสมมุติ) ในใจหรือไม่เราก็ไม่ทราบ ฉะนั้นทุกอย่างมันเป็นเรื่องของอนาคต แล้วก็ความเสียหายยังไม่เกิด 150 ล้านบาท ก็ยังอยู่กับกองทัพ นักวิจัยก็ทำงานแค่ส่วนของนักวิจัย ตอนนี้มาเล่นในลักษณะแจ้งความมันเลยมีข้อสงสัยข้อครหาด้วยเอกสารใบเดียว ไอ้ตัวรายงานการวิจัยหนาทั้งหมด 270 กว่าหน้า เล่มแรกๆ เลยที่ทหารนำมา แต่เรารู้อยู่แล้วว่ามันมีการแก้ไข เราก็บอกว่าเราขอใช้ฉบับที่เราส่ง สกอ.เท่านั้น ประกาศชัดเจน ขอให้ถอนสิ่งที่คุณมีทั้งหมดผมขอใช้ฉบับนี้เท่านั้นพอบอกเขาวันที่ 9 ก.พ. เขาก็จัดการฟ้อง เราก็ต้องพิสูจน์สู้กัน ซึ่งจะรู้ในวันที่ 15 มีนาคม 2561 ช่วงเช้า 10 นาฬิกา โดยทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายของทีมพลเรือนพร้อมทั้งอาจารย์ทั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เราจะไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษในข้อหาแจ้งความเท็จพร้อมกับเรื่องของการขู่กรรโชกในเรื่องของการเรียกทรัพย์ เจ้าหน้าที่ของรัฐเรียกรับเงินอีกด้วย
       
       เรียกทรัพย์คือมีการข่มขู่ร่วมด้วยในเรื่องนี้หลังจากโดนฟ้องร้อง
       
       ครับ ก็มีจดหมายวางที่โต๊ะเขียนใช้ภาษาพ่อขุนรามบอกว่า ‘กูจะไปกระทืบมึง’ แล้วก็เรื่องเรียกทรัพย์ ก็ชัดเจนมาตรา 149 เจ้าหน้าที่ของรัฐเรียกรับเงิน ฉะนั้นมันค่อนข้างชัดเจนที่เราจะแจ้งความดำเนินคดี ก็อยากจะให้ฟังในเรื่องของข้อกฎหมายกับทนายอนันต์ชัยมากกว่า
       
       พอจะบอกได้ไหมว่าเท่าไหร่ที่ถูกเรียกกรรโชกทรัพย์
       
       ตรงนี้เดี๋ยวต้องรอนิดหนึ่งเพราะว่ามันเป็นประเด็นอยากให้ทางทนายให้ข้อมูลดีกว่า คือตอนแรกที่เราทราบเขาจะแจ้งความในหลายข้อหามากกว่านี้ เท่าที่เราตรวจสอบก็มีข้อกล่าวหาที่ว่า เราไปต่างประเทศแล้วไปซื้อหน้ากากมาแล้วก็เอาหน้ากากอันนี้ไปส่งแล้วก็ปิดงานวิจัย ซึ่งในเฟซบุ๊กเราก็ถ่ายถอดขึ้นตอนการทำทั้งหมด ทั้งแม่พิมพ์ ทั้งออกมาเป็นหน้ากาก ทั้งปะกอบให้ดูด้วย ใส่เข้าห้องแก๊สให้ดู มันคอยข้างชัดเจน ก็ยังเสียดายอยู่ว่าตัวเองไม่น่าไปถ่ายทดสดให้เขาดูเลย เขาจะได้ไปแจ้งความ เราจะได้ไปล่อเข้ากลับในประเด็นอื่น
       
       ส่วนเรื่องใบหน้ากากชีวอนามัยที่เขากล่าวหาคนละเรื่องเลย ใบรับรองที่เราได้รับวันที่ 21 พ.ศ 2560 จากประเทศสาธารณรัฐเช็ก ได้ทำการทดสอบด่าน CBRN (เคมี-ชีวะ-รังสี-นิวเคีลยร์ ทางทหาร) แห่งนี้ตั้งอยู่ในเครือนาโต้ ได้ออกใบทดสอบสำคัญมากให้กับทางทีมวิจัย ซึ่งใบนี้เราได้รับเมื่อวันที่ 21 เป็นใบที่น่าจะเชิดชูผลงานของนักวิจัยเป็นอย่างดีมากและเป็นสาระสำคัญอย่างดียิ่ง แล้วเขาไม่เอามาคิด ประกาศว่าหน้ากากจากงานวิจัยผ่านการทดสอบสารเคมีทางทหารทุกอย่าง แถมเนื้อยางพาราที่เราทำขึ้นมาทนได้หมด รวมถึงเราได้ใบรับรองเราได้มาชัดเจนมาก คุณจะไปตรวจสอบก็ครั้งกี่รอบมันก็คือของจริง ตรงนี้เขาไม่เอามาพูดถึงเลย กลับใช้ใบชีวอนามัยซึ่งทหารเอาเข้ามาดิสเครดิตโครงการนี้ แล้วทำให้โครงการยุติลง
       
       ผมถามว่าประเทศได้อะไร แต่นักวิจัยได้คดีแน่ๆ 7 คน แต่ประเทศไทยได้อะไร ถ้าต้องซื้อ 25,000 บาทต่อหน้า คุณอยากซื้ออย่างนี้ต่อไปเหรอ ในขนาดที่พวกเราสามารถผลิตทำออกมาเป็นโปรโตไทป์ต้นทุนไม่เกิด 8,000 บาท แล้วทำจากยางพาราที่เราผสมสูตรเคมี ได้ช่วยเกษตรกรพี่น้องชาวสวนยาง ผมถามว่าคุณทำเพื่ออะไร ต้องการหยุดเพื่ออะไรเพื่อเงิน 150 ล้านบาทหรือไม่ หรือเพื่ออนาคตที่เขาจะต้องมีการสั่งซื้อต่อไปเพราะว่าหน้ากากต้องใช้ในกองทัพมีมากกว่า 2 แสน 7หมื่นหน้าในอนาคต ฉะนั้นเรื่องการจัดหาต้องมีมากขึ้นกว่าเดิม นักวิจัยสมควรจะได้รับคดีอย่างนี้เหรอ หรือสมควรได้รับการยกย่อง
       
       ในส่วนตัวถ้าโกรธผม มาเล่นผมตัวต่อตัวไม่ต้องไปบวกคนที่เหลือ คือช่วงในที่เขาแจ้งความวันที่ 9 ก.พ. ผมนิ่งมาก ที่นิ่งไม่ใช่เพราะอะไร เราต้องไปปลอมขวัญพี่ๆ น้องๆ อีก 6 คน เพราะว่าที่เป็นพลเรือนไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย ทหารที่มาอีก 2 ท่าน จปร. รุ่น 23 ผมถามว่าเขาทำอะไรผิด ผมสงสัยว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ คุณทำอะไรอยู่ คุณต้องการเหมาเข่งหรือไม่ แต่ผมต้องการตั้งคำถามท่านนายกรัฐมนตีหรือใครฟังอยู่ ขอให้เรียกผมไปสอบ ผมทำเรื่องร้องเรียนไปที่กองทัพบกจนเรื่องมีมูลในหนึ่งคดี ก็คือเรื่องเรียกรับเงิน ตอนนี้คณะกรรมการกองทัพบกได้ตั้งคณะกรรมกรสอบสวนเรื่องนี้แล้ว ส่วนเรื่องอื่นร้องไปหมด ปรากฏว่าไม่มีความคืบหน้า จนมาเจอทนายอนันต์ชัยเพราะว่าคดีอย่างนี้ไม่มีทนายคนไหนอยากรับ การใช้อาจกองทัพบกมาแบบนี้ เราคนธรรมดาอกสั่นขวัญแขวนทุกคนครับ พี่น้องผมไปคนละทิศคนละทางกว่าจะตั้งสติได้
       
       การเมืองที่ว่ามันเป็นเรื่องที่เดิมของเรื่องฉาวๆ ของกองทัพว่ากองทัพจะปกป้องใครหรืออยู่ข้างความยุติธรรม?
       
       เอกสารที่เรามีทำไมไม่เอาไปดู รายงานที่เราส่งสตอ. ทำไม่ไม่ขอ หน้ากากที่เราทำเป็นโปรโตไทป์ทดสอบหมดแล้ว ทุกคนให้ผ่านหมด ครูฝึกด้านหน้ากากอยู่กับเราคือร้อยเอกนิรุจน์ หนูนุรักษ์ เป็นครูฝึกด้านหน้ากากสารพิษที่เก่งที่สุดในประเทศไทยอยู่กับเรา เป็นผู้ต้องหาที่ 7 นี่หรือความยุติธรรม แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็อยากจะสะท้อนให้ได้ยิน อยากเรียกมาคุย เราพยายามจะคุยแต่เมื่อคุยไม่รู้เรื่องเราก็ใช้กฎหมาย ตอนนี้เราพร้อมแล้วที่เราจะสู้ทุกรูปแบบเพื่อปกป้องชื่อเสียงเกียรติยศ
       
       แล้วที่สำคัญผมอยากจะส่งทหารเลว ไม่ได้กล่าว่าคือใคร อยากจะส่งทหารเลวติดคุกเท่านั้น ซึ่งวันที่ 15 มีนาคมนี้ ก็จะไปที่กองปราบเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ในเบื้องต้นแจงความกับนายทหารสองท่าน แต่ก่อนหน้านี้เราได้ยื่น ปปช.กับนายทหารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 4 นาย ในเรื่องนี้บางคนก็เตือนเราในเรื่องของความปลอดภัยแต่ก็คิดว่าถ้ามันเป็นประเด็นขนาดนี้ขอให้แฟร์กันดีกว่าแล้วก็มาเข้ามาในกระบวนการยุติธรรม พลตรีท่านที่เป็นคนแจ้งความกล่าหา ต้องแสดงสปิริตในการรับผิดชอบ แล้วผมก็แจ้งความกับท่านก็ไปสู้กันในทางคดี
       
       ซึ่งเรามีเอกสารมีหลักฐานมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ในเรื่องนี้
       
       เอกสารที่เขาแจ้งด้านชีวอนามัยไม่ได้มาจากเราหนึ่ง สิ่งที่อยู่กับเราก็คืออยู่กับเรา อย่างที่สองเรารับทุนจาก สกอ. สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เราไม่ได้รับทุนจากกองทัพบก อย่างที่สามการเสียหาย 150 ล้านบาท ที่เขาอ้างไม่ได้เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับเรา ยังไม่มีการจัดจ้างยังไม่มีการจัดซื้อเซ็นสัญญากับบริษัทใดๆ ยังไม่ได้มีการเอาผลงานการวิจัยไปใช้ ก็เป็นเรื่องของทางกองทัพ อย่างที่สี่ ในเรื่องของการร่วมกันปลอมแปลงอะไรพวกนี้ การพิสูจน์ยังไม่เกิดขึ้น อย่างที่ห้า เขาไม่ใช่ผู้เสียหาย ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
       
       แล้วความจริงชื่อในเล่มที่เขาอ้างว่ามีเอกสารปลอมมันมีนักวิจัยอีกสองคนแต่เป็นระดับนายพล มีนายพล 2 คนเขาไม่ใส่นายพล 2 คนนี้เข้ามา แต่เขาเอาอีก 2 คนที่ไม่รู้เรื่อง คือข้ามนายพลมาเอาลูกเด็กเล็กๆ ตอนนี้ก็ต้องให้ทางทนายอนันต์ชัยเป็นคนรวบรวมประเดน ก็เตรียมไว้ 4-5 กระทง เพราะเป็นการสู้กับผู้มีอำนาจ ก็ต้องชี้แจงให้เป็นประเด็น มันเป็นเรื่องของส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวกับองค์กรเลย วันที่ 9-10-11 ก.พ. ที่ผ่านมา ฝั่งโน้นเขาออกสื่อไป 3 วัน ถล่มเราเป็นที่เรียบร้อย
       
       แต่เราก็นิ่งเงียบ สงบ เพื่อต้องการไฟเขียวเคลียร์ในหลายๆ เรื่อง เพราะมันเกิดคำถามขึ้นมา เนื่องจากเขาส่งหนังสือให้ทางมหาวิทยาลัยตั้งคณะกรรมการสวบสวนวินัยร้ายแรงกับพวกเรา มันคือการกลั่นแกล้งหรือไม่ แจ้งความเสร็จส่งหนังสือเลย ก็งง คุณจะเอาอะไรแจ้งความแล้วแล้วก็ส่งหนังสืออีก ที่สำคัญส่งไปที่ สกอ. ให้ลงโทษพวกเรา มันหมายความวาอย่างไร พลเรือนมี 4 คน ทหาร 3 คน หนึ่งในสามของทหารถูกปลดจากผู้อำนวยการกองวิจัยซึ่งมีเงินประขำตำแหน่ง 20,000 บาท ถูกปลดเป็นที่เรียบร้อย ไม่มีการสอบไม่มีการอะไรเลย นั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้น เขาทำอะไรอยู่ ผมอยากจะสะท้อนตรงนี้กับผู้หลักใหญ่ มันเป็นเรื่องที่ไม่ปรกติแล้ว
       
       ทุกคนก็มองออก รู้กันหมดมันคือลักษณะของดาบสองดาบสาม อธิการบดีหรือพวกเราก็จบปริญญาเอกกันมา ก็ดูออก ก็บอกเราให้ทำหนังสือชี้แจงมาจะได้เป็นหลักฐาน สิ่งที่เขาทำเป็นอะไรที่ผิดปกติ เกิดอะไรขึ้น ทุกคนก็มองออกในเรื่องนี้ ซึ่งวันที่ 15 มีนาคม ที่จะถึงนี้เราก็จะไปชี้แจงทั้งหมด