ร้อง “บิ๊กแป๊ะ” รื้อคดีชาวโกรกมะเขือ สอบเอาผิด จนท.ใช้หลักฐานเท็จฟ้องชาวบ้าน

ผู้จัดการออนไลน์

       

       ตัวแทนชาวบ้านโกรกมะเขือ ยื่นขอความเป็นธรรมต่อ ผบ.ตร. ขอให้รื้อคดีที่ชาวบ้านบุกรุกที่สาธารณะ “วะช่องโค” พร้อมเอาผิดเจ้าหน้าที่ และขอให้พักโทษชาวบ้านที่ถูกศาลสั่งจำคุก พร้อมมอบหลักฐาน จนท.ใช้ นสล.เท็จ มีรอยขีดฆ่า สั่งยกเลิก น.ส.3 ก. ของประชาชน แล้วจับกุมดำเนินคดีฐานบุกรุก จนหลายคนเดือดร้อนหนัก ถึงขั้นฆ่าตัวตาย
       

       รายงานข่าวแจ้งว่า นายชัย พบขุนทด ในฐานะผู้แทนชาวบ้านโกรกมะเขือ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้ทำหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อขอความเป็นธรรม กรณีที่ชาวบ้านถูกเจ้าหน้าที่ใช้เอกสารที่ดิน นสล.เท็จ มาดำเนินคดีอาญากับประชาชนข้อหาบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ “วะช่องโค” และขอให้ ผบ.ตร.สั่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีให้ถึงที่สุดต่อเจ้าหน้าที่ทุกคนผู้เกี่ยวข้องที่ปฏิบัติหน้าที่มิชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ดำเนินการรื้อคดีใหม่ตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญา พ.ศ. 2526
       
       หนังสือของ นายชัย ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ร่วมกันดำเนินการปลอมแปลง ขีดฆ่า เอกสาร นสล.(หนังสือสำคัญที่หลวง) ที่ไม่ตรงกับความจริงโดยที่ดิน นสล.ดังกล่าว เคยมีหลักฐานว่าตั้งอยู่ หมู่ 3 หมู่ 4 ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา แต่ถูกนำมาอ้างดำเนินคดีกับนายชัยและประชาชนซึ่งมีที่ดินแปลงพิพาทอยู่ หมู่ 7 ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา
       
       นอกจากนี้ ยังมีเอกสารเดิมที่นายชัยกับพวกใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่าเป็นผู้อาศัยอยู่ในที่ดินแห่งนี้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2451 และเคยได้รับสิทธิ์เอกสารเป็น ส.ค. 1 ใน พ.ศ.2498 และประชาชนเคยได้รับการออก น.ส.3 ก. รวมถึงใบประสงค์จะได้สิทธิ์ และใบเสียภาษีบำรุงท้องที่อันเป็นหลักฐานยืนยันว่าประชาชนอยู่อาศัยมาก่อนที่จะมีการขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์ใน พ.ศ. 2517 และประกาศเป็นที่หลวง พ.ศ.2528 ซึ่งขณะเดินรังวัดออก น.ส.3 ก. ให้กับประชาชนนั้น ได้เคยมีผู้นำชุมชนบันทึกรับรองไว้ว่า ที่ดินแห่งนี้ไม่ได้เป็นที่ดินสาธารณประโยชน์มาก่อน
       
       อย่างไรก็ตาม แม้ชาวบ้านจะมีเอกสารหลักฐานดังกล่าว ประชาชนจำนวนหลายคนยังคงถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม และไม่ได้พิสูจน์สิทธิ์ให้แล้วเสร็จสิ้น และเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันอ้างหลักฐาน นสล.ขีดฆ่า แก้ไขเปลี่ยนแปลง ทำการยกเลิกเพิกถอนเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. ของประชาชน โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผลจากการยกเลิกเพิกถอนดังกล่าว เจ้าหน้าที่รัฐได้นำไปอ้างเป็นหลักฐานในชั้นศาลและนำไปสู่การดำเนินคดีนายชัย และประชาชนหลายครอบครัว
       
       อีกทั้งยังมีการปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการกระทำเกินกว่าเหตุขณะจับกุมหลายกรณี จนประชาชนรับสภาพไม่ไหว กัดลิ้นตัวเองตาย ผูกคอตาย และตรอมใจตายไปแล้วหลายราย ซึ่งล่าสุดในขณะนี้ประชาชนถูกดำเนินคดี ได้ถูกต้องขังอยู่ในเรือนจำอีกหนึ่งราย
       
       นอกจากนี้ ยังมีคำพิพากษาคดีศาลปกครองของ นางเจือ แพบขุนทด คดีหมายเลขดำที่ 192/2556 คดีหมายเลขแดงที่ 234/2558 ที่ศาลได้สั่งให้กรมที่ดินดำเนินการออกโฉนดที่ดินให้กับประชาชน เป็นหลักฐานสำคัญว่าที่ดินดังกล่าวนี้ไม่ได้เป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ และขณะนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลปกครองสูงสุดและอยู่ระหว่างพิจารณาคดี
       
       รวมทั้งคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8966/2560 ที่ได้ยกฟ้องให้ นายชัย พบขุนทด ไม่มีความผิด เนื่องจากหลักฐานปรากฏว่า นายชัย ได้อยู่มาก่อน คำสั่งคณะปฏิวัติ พ.ศ. 2515 ทำให้เห็นได้ว่าประชาชนอยู่อาศัยมาก่อนที่จะมีการอ้างขึ้นทะเบียนที่ดิน นสล. พ.ศ. 2517 และประกาศใน พ.ศ. 2528 พร้อมผลการสอบสวน ที่มีความเห็นไม่สั่งฟ้องของ นางบุญใหล น้อยพุทธา และ นายสำราญ น้อยพุทธา ตามคดีหมายเลขที่ 83/2555 แม้ต่อมาอัยการจะสั่งฟ้องไปยังศาล แต่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง เพื่อใช้เป็นหลักฐานใหม่ในการรื้อคดี
       
       รวมถึงหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศของ ดีเอสไอ ที่เป็นหลักฐานใหม่ชี้ได้ ว่า มีร่องรอยการทำกินของประชาชนมาก่อนที่จะขึ้นทะเบียนเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์
       
       หนังสือของ นายชัย ยังขอให้ ผบ.ตร.ทำการสอบสวน พ.ต.ท.ก้องพิทยา อภิรมย์ชวาล (อดีตพนักงานสอบสวน สภ.ด่านขุนทด) ให้เป็นพยานในคดีนี้ให้กับประชาชนด้วย เพราะนอกจากจะมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องประชาชนแล้ว ยังเป็นพยานในชั้นศาลให้กับประชาชนมาก่อนแล้วหน้านี้ และยังเป็นผู้ร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ให้กับประชาชนด้วย
       
       “จากหลักฐานทั้งหมดนี้ ขอให้ท่านดำเนินการสอบสวนสืบสวนขยายผลต่อเจ้าหน้าที่ทุกคนผู้เกี่ยวข้อง ในการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และรับความเสียหาย และขอให้ดำเนินการรื้อฟื้นคดีอาญาตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 ให้กับประชาชนทุกคนด้วย และขอให้ดำเนินการพักโทษให้กับ นางรดา สะเทื้อน ผู้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำขณะนี้ เพื่อให้ออกมาชั่วคราวก่อนจนกว่าการรื้อคดีอาญาใหม่เสร็จสิ้นลง” นายชัย ระบุ
       

       

       

       **รายละเอียดหนังสือของนายชัย พบขุนทด ถึง ผบ.ตร.**
       
       เรื่องขอความเป็นธรรม ในการที่ถูกใช้เอกสารที่ดิน นสล.ปลอมแปลง ขีดฆ่า แก้ไข มาดำเนินคดีอาญากับประชาชน “วะช่องโค” เพื่อขอให้ท่านสืบสวนสอบสวนและดำเนิคดีให้ถึงที่สุดต่อเจ้าหน้าที่ทุกคนผู้เกี่ยวข้องที่ปฏิบัติหน้าที่มิชอบด้วยกฎหมายและขอให้ดำเนินการรื้อคดีใหม่ตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญา พ.ศ. 2526
       
       กราบเรียน พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
       
       สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. เอกสารตามหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
       
       ในการนี้ข้าพเจ้านายชัย พบขุนทด กับพวกประชาชนชาวบ้านโกรกมะเขือขอให้ท่านโปรดดำเนินการสอบสวนกรณี เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้เอกสาร นสล. เป็นเท็จ เป็นหลักฐานเท็จในการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อข้าพเจ้าและประชาชนเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาบุกรุกที่ดินสาธารณะประโยชน์
       
       สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ร่วมกันดำเนินการปลอมแปลง ขีดฆ่า เอกสาร นสล.ที่ไม่ตรงกับความจริงโดยที่ดิน นสล. ดังกล่าว เคยมีหลักฐานว่าตั้งอยู่ หมู่ 3 หมู่ 4 ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา แต่ถูกนำมาอ้างดำเนินคดีกับข้าพเจ้าและประชาชนซึ่งมีที่ดินแปลงพิพาทอยู่ หมู่ 7 ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา และเอกสารเดิมข้าพเจ้ากับพวกใช้เป็นหลักฐานที่ใช้แสดงยืนยันต่อเจ้าหน้าที่ พนักงานสอบสวนผู้ดำเนินคดี อัยการ และชั้นศาล ซึ่งข้าพเจ้าและประชาชนผู้อาศัยอยู่ในที่ดินแห่งนี้มาตั้งแต่บรรพบุรุษ หรือ พ.ศ. 2451 เป็นต้นมา และเคยได้รับสิทธิ์เอกสารเป็น ส.ค. 1 ใน พ.ศ.2498 และประชาชนเคยได้รับการออก น.ส. 3 ก รวมถึงใบประสงค์จะได้สิทธิ์ และใบเสียภาษีบำรุงท้องที่อันเป็นหลักฐานยืนยันว่าประชาชนอยู่อาศัยมาก่อนที่จะมีการขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณะประโยชน์ใน พ.ศ. 2517 และประกาศเป็นที่หลวง พ.ศ.2528 ซึ่งขณะเดินรังวัดออก นส.3 ก ให้กับประชาชนนั้น ได้เคยมีผู้นำชุมชนบันทึกรับรองไว้ว่า ที่ดินแห่งนี้ไม่ได้เป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์มาก่อน ดังปรากฏตามเอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้าได้นำมาส่งยังท่าน เพื่อเป็นหลักฐานประกอบเพื่อดำเนินคดี แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ข้าพเจ้ากับประชาชนจำนวนหลายคนถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม และไม่ได้พิสูจน์สิทธิ์ให้แล้วเสร็จสิ้น และร่วมกันอ้างหลักฐาน นสล. ขีดฆ่า แก้ไขเปลี่ยนแปลงอันเป็นเท็จฉบับนี้ ทำการยกเลิกเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ นส.3 ก ของประชาชนที่เคยได้รับการดำเนินการจากภาครัฐมาแล้ว ยกเลิกโดยไม่ชอบด้วยกฏหมาย และผลจากการยกเลิกเพิกถอนโดยไม่ชอบดังกล่าว ส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐนำไปอ้างเป็นหลักฐานในชั้นศาลและนำไปสู่การดำเนินคดีอาญากับข้าพเจ้าและประชาชนหลายครอบครัว อีกทั้งยังมีการปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการกระทำเกินกว่าเหตุขณะจับกุมหลายกรณี ซึ่งรายละเอียดจะปรากฏเมื่อท่านได้ทำการสืบสวนกับประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนที่ผ่านมาทั้งหมด รวมถึงประชาชนผู้รับสภาพไม่ไหวได้เกิดการกัดลิ้นตัวเองตาย ผูกคอตาย และตอมใจตายไปแล้วหลายลาย ซึ่งล่าสุดในขณะนี้ประชาชนถูกดำเนินคดี ได้ถูกต้องขังอยู่ในเรือนจำอีกหนึ่งราย ซึ่งในวันนี้ข้าพเจ้าและประชาชนเป็นตัวแทนของชาวบ้านที่ถูกคุมขังในเรือนจำ และภาพถ่ายชาวบ้านที่เสียชีวิตไปแล้วขณะถูกดำเนินคดี มาร้องขอความเป็นธรรมยังท่านด้วย
       
       และหลักฐานคำพิพากษาคดีที่ศาลปกครองของ นางเจือ แพบขุนทด คดีหมายเลขดำที่ 192/2556 คดีหมายเลขแดงที่ 234/2558 ศาลได้สั่งให้กรมที่ดินดำเนินการออกโฉนดที่ดินให้กับประชาชน ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่ง ว่า ที่ดินดังกล่าวนี้ไม่ได้เป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ และขณะนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลปกครองสูงสุดและอยู่ระหว่างคดี จากคำพิพากษาศาลฎีกาของ นายชัย พบขุนทด คำพิพากษาที่ 8966/2560 ศาลได้ยกฟ้องให้ นายชัย พบขุนทด ไม่เป็นผู้มีความผิด เนื่องจากหลักฐานปรากฏว่า นายชัย พบขุนทด ได้อยู่มาก่อน คำสั่งคณะปฏิวัติ พ.ศ. 2515 จึงไม่เป็นผู้มีความผิด และจากหลักฐานดังกล่าว จากคำพิพากษาของศาลฎีกาทำให้เห็นได้ว่าประชาชนอยู่อาศัยมาก่อนที่จะมีการอ้างขึ้นทะเบียนที่ดิน นสล. พ.ศ. 2517 และประกาศใน พ.ศ. 2528 พร้อมผลการสอบสวน ที่มีความเห็นไม่สั่งฟ้องของ นางบุญใหล น้อยพุทธา และนายสำราญ น้อยพุทธา ตามคดีหมายเลขที่ 83/2555 แม้ต่อมาอัยการจะสั่งฟ้องไปยังศาลแต่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง ในเวลาต่อมา เพื่อใช้เป็นหลักฐานใหม่ในการรื้อคดีขอให้ท่านทำการสอบสวน พ.ต.ท.ก้องพิทยา อภิรมย์ชวาล ให้เป็นพยานในคดีนี้ให้กับประชาชนด้วย เพราะนอกจากจะมีความเห็นไม่สั่งฟ้องประชาชนแล้ว ยังเป็นพยานในชั้นศาลให้กับประชาชนมาก่อนแล้วหน้านี้ และยังเป็นผู้ร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ให้กับประชาชนด้วย
       
       ด้วยเอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้าส่งมายังท่านด้วยนี้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีนี้ รวมถึงหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศของ ดีเอสไอ ที่เป็นหลักฐานใหม่ชี้ได้ว่า มีร่องรอยการทำกินของประชาชนมาก่อนที่จะขึ้นทะเบียนเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ ซึ่งหลักฐานทั้งหมดนี้พร้อมหลักฐานอื่นเพื่อประกอบข้าพเจ้าและประชาชนได้นำส่งมายังท่านด้วยแล้ว เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางคดีและขอให้ท่านดำเนินการสอบสวนสืบสานขยายผลต่อเจ้าหน้าที่ทุกคนผู้เกี่ยวข้อง ในการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และรับความเสียหายดังกล่าวนี้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไปด้วยและขอให้ดำเนินการรื้อฟื้นคดีอาญาตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 ให้กับประชาชนทุกคนด้วย โดยใช้คำพิพากษาศาลฎีกาของข้าพเจ้า นายชัย พบขุนทด ประกอบหลักฐานอื่นเป็นหลักฐานใหม่ในการรื้อคดี และขอให้ดำเนินการพักโทษให้กับ นางรดา สะเทื้อน ผู้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำขณะนี้ เพื่อให้ออกมาชั่วคราวก่อนจนกว่าการรื้อคดีอาญาใหม่เสร็จสิ้นลง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับข้าพเจ้าและประชาชน จึงขอกราบเรียนมายังท่านได้โปรดดำเนินการด่วนที่สุดด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง
       
       จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
       
        ขอแสดงความเคารพอย่างสูง
       
       ลงชื่อ ผู้แทนชาวบ้านโกรกมะเขือ
        นายชัย พบขุนทด
       

ข่าวOnline Section

ข่าวยอดนิยม