โปรดเกล้าฯ “สุภิญญา” พ้นเก้าอี้ กสทช.หลังศาลฎีกาชี้ผิดชุมนุมบุกสภา

ผู้จัดการออนไลน์

       

       ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ “สุภิญญา กลางณรงค์” พ้นจากตำแหน่งกรรมการ กสทช. เหตุเข้าลักษณะต้องห้าม หลังศาลฎีกาพิพากษาความผิดนำผู้ชุมนุมบุกรัฐสภาปี 50
       

       วันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พ้นจากตําแหน่ง มีใจความว่า ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ เป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2554 ตามประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2554 นั้น เนื่องจาก นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ส่งผลให้เป็นผู้มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 7 ข. (7) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และต้องพ้นจากตําแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2560 และสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากตําแหน่งต่อไปแล้ว
       
       บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บุคคลดังกล่าว พ้นจากตําแหน่ง กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2560
       
       ประกาศ ณ วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2560
       ผู้รับสนองพระราชโองการ
       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2560 ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาคดีที่นายจอน อึ๊งภากรณ์ ประธานมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม และพวกรวม 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นตัวแทนองค์กรภาคประชาชน รวมทั้ง น.ส.สุภิญญา นำผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในรัฐสภาเมื่อปี 2550 เพื่อขัดขวางสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไม่ให้พิจารณาร่างกฎหมาย โดยศาลฎีกามีคำพิพากษากลับให้จำเลยมีความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จากที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง
       
       ทั้งนี้ ในส่วนของ น.ส.สุภิญญา มีความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 215 วรรคแรก แต่เมื่อพิจารณาจากอายุ อาชีพ การศึกษา เหตุผลและวัตถุประสงค์แล้ว เห็นว่าเป็นพฤติการณ์ไม่ร้ายแรง จึงเห็นควรให้รอการกำหนดโทษไว้เป็นเวลา 2 ปี
       
       ภายหลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษาดังกล่าว น.ส.สุภิญญา ได้ทำหนังสือแจ้งเลขาธิการ กสทช.ขอยุติการปฎิบัติหน้าที่กรรมการ กสทช.ในวันเดียวกัน
       
คำสำคัญ : กสทช., สุภิญญา

ข่าวการเมือง

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้