เบื้องหลังที่แท้ ทรู ตัวแทนทูตสหรัฐฯ และยุโรปห้อมล้อม "พ่อฟ้าธนาธร" ฉากที่จัดขึ้นที่ สน.ปทุมวัน ไม่แคร์กติกาสากล **หากันใหญ่ "เจ๊หน่อย" ว่าใคร หัวหน้าพรรคบางพรรคตระบัดสัตย์ เป็นนักการเมืองรุ่นเก่า ชอบโกหก

ผู้จัดการออนไลน์

       

       ข่าวปนคน คนปนข่าว
       

       
       
       
       
        **"หุ่นเชิด"ต้านจีนตัวใหม่ของตะวันตก!! เบื้องหลังที่แท้ ทรู ตัวแทนทูตสหรัฐฯ และยุโรปห้อมล้อม "พ่อฟ้าธนาธร" ฉากที่จัดขึ้นที่ สน.ปทุมวัน ไม่แคร์กติกาสากล
       
        ว่าด้วยฉากที่ตัวแทนทูตและองค์กรระหว่างประเทศจากสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป 11ประเทศ รุมล้อมให้กำลังใจ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่สน.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ที่ผ่านมา และ แม้ต่อมากระทรวงการต่างประเทศจะส่งสัญญาน "ไม่ถูกใจสิ่งนี้" เพราะเหมือนกับการแทรกแซงเรื่องภายในของไทย แต่เบื้องหลังที่ "ธนาธรโป๊ะแตก" ทำไม การเชิญพวกเขาเหล่านั้นจึงง่ายดาย และไม่คำนึงถึงกติกาสากล... นี่อาจจะเป็นคำตอบไขปมที่ยังเคลือบแคลงสงสัยกัน...
       
        เพจ The MATTAD (เมตตาดี) ได้นำเสนอ บทความจากเว็บไซต์ journal-neo.org เขียนโดย Tony Cartalucci ในหัวข้อเรื่อง "West Finds New Anti-China Puppet in Wake of Thai Elections" : ตะวันตกพบหุ่น เชิดผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อจีนคนใหม่ ในการเลือกตั้งไทย (แปลโดย : NT นักแปลจิตอาสา)
       
        เริ่มต้นถึง การแทรกแซงทางการเมืองของโลกตะวันตก ว่า เผชิญกับความพ่ายแพ้อีกครั้ง คราวนี้ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ประเทศไทย ด้วยประชากรกว่า 70 ล้านคน และเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกำลังก้าวสู่การเป็นพันธมิตรระดับภูมิภาคที่สำคัญในนโยบาย "One Belt, One Road" ของจีน ทำให้สหรัฐฯ และพันธมิตร ต้องการจะส่งฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อจีน ขึ้นสู่อำนาจในการเลือกตั้งที่ผ่านมาเมื่อเดือนมีนาคม
       
        อย่างไรก็ตาม พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีความเกี่ยวโยงกับกองทัพ ได้คะแนนนิยมที่สูงกว่า ทำให้ฝ่ายปฏิปักษ์ที่มีสหรัฐฯ หนุนหลังพบกับความพ่ายแพ้ร้ายแรงในการเลือกตั้งเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ขึ้นสู่อำนาจเป็นครั้งแรกในปี 2544
       
        1. ฝ่ายปฏิปักษ์ที่มีสหรัฐฯ หนุนมีผู้นำคือ อดีตนายกรัฐมนตรี"ทักษิณ ชินวัตร" มหาเศรษฐีผู้ลี้ภัยทางการเมือง เขาถูกโค่นล้มจากอำนาจในปี 2549 ภายหลังมีข้อครหาการคอร์รัปชัน การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการพยายามจะกุมอำนาจรัฐทั้งหมดไว้กับตัวโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ... จากนั้นมาทักษิณ พยายามจะหวนคืนสู่อำนาจผ่านการใช้ตัวแทนหลายคน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีน้องสาวของตนเอง "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ผู้ซึ่งได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งปี 2554 ถึง 2557 และเฉกเช่นเดียวกับพี่ชาย ได้ถูกโค่นล้มจากอำนาจโดยการแทรกแทรงของศาล และกองทัพ
       
        นอกจากพรรคเพื่อไทยแล้ว "ทักษิณ ชินวัตร" ยังคุมกลุ่มผู้ชุมนุมบนท้องถนนที่นิยมความรุนแรงรู้จักกันในนาม"เสื้อแดง" ในขณะเดียวกัน ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการสนับสนุนจากเหล่าเอ็นจีโอ ที่ได้รับเงินทุนจากสหรัฐฯ เหล่า "นักเคลื่อนไหวนักศึกษา" และได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามจากสื่อตะวันตก... ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ทักษิณ ได้แบ่งกำลังทางการเมืองเป็นหลายพรรค เพื่อการกระจายความเสี่ยงในการถูกยุบพรรค เพื่อที่จะสามารถใช้พรรคเหล่านั้นเป็นตัวแทนอย่างผิดกฎหมายให้ตนต่อไป นอกจากพรรคเพื่อไทยแล้ว ทักษิณ ยังได้ส่งพรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อธรรม พรรคเพื่อชาติ และ... พรรคอนาคตใหม่
       

       2. สหรัฐพบตัวแทน"คนใหม่"ใน"อนาคตใหม่" ...ในขณะที่เพื่อไทย และพรรคอื่นๆ ที่กล่าวมามีทักษิณเป็นผู้สั่งการอย่างเปิดเผย แต่พรรคอนาคตใหม่ได้พยายามที่จะปฏิเสธการเป็นพรรคนอมินี ... แต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้น
       
        พรรคอนาคตใหม่ ที่นำโดยมหาเศรษฐีนามว่า "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" นอกจากมีนโยบายที่เหมือนกับพรรคเพื่อไทย ในการเอาทหารออกจากอำนาจ (ซึ่งจะเปิดทางให้ทักษิณคืนสู่อำนาจ) แต่หนำซ้ำ พรรคอนาคตใหม่ ได้ตั้งสำนักงานพรรคติดอยู่กับที่ทำการพรรคเพื่อไทย ในพรรคอนาคตใหม่เอง ก็ยังมีนักการเมืองฝ่ายทักษิณ และพรรคไทยรักษาชาติของทักษิณ ยังส่งเสริมให้คนเลือกอนาคตใหม่ หลังจากพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบไปก่อนหน้าการเลือกตั้ง ... ตัวของธนาธรเองเป็นทายาทร่วมของทรัพย์ " ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ" ซึ่งได้มาจากบิดาผู้ล่วงลับ และตั้งแต่มารดาได้รับช่วงต่อ ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ ได้กลายเป็นพันธมิตรกับ ทักษิณ
       
        การนำเสนอของสื่อที่ตระกูลนี้ควบคุม ได้สนับสนุนตัวทักษิณเอง และวาระทางการเมืองของทักษิณ และยังรวมไปถึงการเอื้อกับผลประโยชน์ และวาระทางการเมืองของ"โลกตะวันตก" ซึ่งโลกตะวันตกเอง ก็ยังให้การสนับสนุนทักษิณ และจะได้รับผลประโยชน์ หากทักษิณกลับมามีอำนาจ ...ตัวธนาธรเอง ก่อนหน้าการเลือกตั้ง ได้ไปขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศ ด้วยการเข้าพบกับนายกรัฐมนตรีของแคนาดา "จัสติน ทรูโด" และไปกล่าวสุนทรพจน์ในงานเช่น Concordia Summit ที่มีประธานเป็นผู้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และหนุนสงครามมาอย่างยาวนานอย่าง John Negroponte และ David Petraeus รวมถึงตัวแทนของเผด็จการที่ได้รับการยอมรับอย่าง "เจ้าชาย Abdulaziz bin Talal bin Abdulaziz Al Suad" แห่งซาอุดิอาระเบีย
       
        3. ธนาธรเอ่ยครั้งแล้วครั้งเล่าถึงความตั้งใจที่จะยกเลิก "โครงการร่วมไทย-จีน" ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และตัดงบกลาโหม ซึ่งจะทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการป้องกันการแทรกแซงจากต่างประเทศ ทั้งสองสิ่งนี้ นอกจากธนาธรแล้ว ก็ยังมีสหรัฐฯ ที่หมายปองอยากให้ไทยทำ ... ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่สื่อตะวันตกจะร่วมกันสนับสนุน "ธนาธรและพรรคอนาคตใหม่" ในฐานะอีกทางเลือกหนึ่งจากทักษิณ โดยที่ความน่าเชื่อถือและความนิยมของทักษิณเอง ได้ลดลงแม้ว่าจะมีการวิ่งเต้นช่วยเหลือจากทางตะวันตกอย่างกว้างขวาง
       
        4. พรรคอนาคตใหม่ของธนาธรได้อันดับ 3 จากการเลือกตั้ง รองลงมาจากพรรคพลังประชารัฐ ที่เกี่ยวโยงกับกองทัพ และพรรคเพื่อไทย ของทักษิณ แต่กระนั้นแล้วก็เป็นเรื่องน่าแปลกใจ ที่นักข่าวของตะวันตกกลับยกยอให้ความสำคัญเขากว่าสิ่งที่เขาเป็น ธนาธรได้พบกับปัญหาทางกฎหมายในช่วงเลือกตั้งโดยถูกตั้ง ข้อกล่าวหา 3 คดี หนึ่งในนั้นเป็น"คดีความมั่นคง" เมื่อไปพบตำรวจตามหมายเรียก มีตัวแทนทูตทั้งหมด 12 คน ติดตามการแจ้งข้อกล่าวหาด้วย และในนั้น มีตัวแทนทูตจากสหรัฐฯ อังกฤษ และ แคนาดา...
       
        สื่อตะวันตกต่างพรรณนาถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า เป็นการ "สนับสนุนจากต่างประเทศ" แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งฝ่าย"ประชาธิปไตย" แต่กระนั้นแล้ว แม้เพียงมองนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ อังกฤษ แคนาดา อย่างคร่าวๆ แล้ว จะเห็นได้ว่า เป็นเพื่อประโยชน์ของตัวเองโดยที่ไม่ใช่เพื่อ "ประชาธิปไตย" การมีผลประโยชน์ร่วมกันจึงเป็นเหตผลที่ประเทศเหล่านี้ให้ความ"สนับสนุน" ...
       
        ผู้อ่านควรนึกถึงการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ อังกฤษ แคนาดา ในการก่อสงครามที่มิชอบด้วยกฎหมายครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ ลิเบียในแอฟริกาเหนือ ซีเรียในตะวันออกกลาง ไปจนถึงอัฟกานิสถาน ในเอเชียกลาง รวมไปจนถึงการร่วมกันให้ความสนับสนุนเผด็จการอย่างแท้จริง เช่น ซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ และ ยูเครนที่มีแนวคิดแบบ "นีโอนาซี"
       
        ดังนั้นการสนับสนุนธนาธร จากโลกตะวันตกจึงไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกไปจากการแทรกแซงการเมืองของไทยโดยตรง โดยใช้ประชาธิปไตย เป็นกำบังแทนที่จะปกป้องมัน ... ไม่ว่าจะผ่านทางธนาธร หรือ ทักษิณ โลกตะวันตกต้องการจะทำให้ไทยอ่อนแอ และทำลายสถาบันที่เป็นอิสระของไทย เช่น ศาล กองทัพ และ พระมหากษัตริย์ ซึ่งจะเป็นการปูทางนำไปสู่การ "เปิดเสรี" ทางการค้า โดยไร้การต้านทาน และ การเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศของไทย ให้หยุดความสัมพันธ์กับจีน จะทำให้ไทยกลายเป็น "กำแพงต้านจีน" โดยที่ไทยเสียผลประโยชน
       

       5. การเดิมพันที่สูญเสียของสหรัฐฯ ... ในยุคที่ทักษิณมีอำนาจสูงสุด ทักษิณมั่งคั่งเป็นอันดับ 4 ของไทย อำนาจทางการเมือง และทางการเงินของทักษิณ ต้องใช้การลงแรงอย่างสาหัสเป็นเวลาเกือบ 2 ทศวรรษในการโค่นล้ม จนเพียงพอ จนในการเลือกตั้งไม่นานมานี้เองที่พรรคเพื่อไทย ของทักษิณได้แพ้คะแนนนิยม ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงบัดนี้ ความมั่งคั่งของทักษิณได้ร่วงลงจากอันดับ 4 ไปที่อันดับ 19 ความน่าเชื่อถือและอิทธิพลของทักษิณ ก็ได้อ่อนลง รวมไปถึงตัวแทนของเขาด้วย "ธนาธร จึงต้องปฏิเสธความสัมพันธ์กับทักษิณ" แม้ว่าเขาเองก็เป็นตัวแทนของทักษิณ...
       
        ธนาธร หรือ"ตัวแทนคนใหม่" ของโลกตะวันตก จึงเป็นแค่ตัวสำรองของทักษิณ แต่อย่างไรก็ตาม เขามาจากตระกูลที่ร่ำรวยเป็นอันดับ 28 ของไทย และประวัติด้านการเมือง และการเงินของธนาธร ก็ได้ด่างพร้อยไปด้วยเรื่องคอร์รัปชัน และเรื่องอื้อฉาวไปเสียแล้ว ... โลกตะวันตกในตอนนี้กำลังใช้ตัวแทนที่กำลังทรัพย์อ่อนแอกว่า และประวัติทางการเมืองที่เป็นมลทินกว่าอย่างหลายเท่าตัว เมื่อเทียบกับทักษิณ ในปี 2544 ในการต่อสู้กับสถาบันของไทย ซึ่งมีความพร้อมเพรียง และเตรียมพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยของไทยมากกว่าเท่าที่เคยเป็นมา...
       
        ความพยายามของสื่อตะวันตกที่จะ"ดลบันดาล" วิกฤติทางการเมืองของไทย ให้เข้าสู่รูปร่างที่จะเป็นประโยชน์แก่ตัวเองนั้น ไม่เป็นผลสำหรับทักษิณครั้งมีอำนาจสูงสุด ไม่เป็นผลก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด และจะไม่เป็นผลสำหรับตัวสำรองของทักษิณ ที่อ่อนแอกว่าหลังการเลือกตั้งอยู่หลายเท่า เมื่อเทียบกับทักษิณ ในปี 2544
       
        6. ความพ่ายแพ้ของโลกตะวันตกในครั้งนี้ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในลักษณะที่กว้างกว่ามากในความล้มเหลวของนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลก ตั้งแต่ความพยายามอย่างงุ่มง่าม ในการเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศเวเนซูเอลาไปจนถึงความพ่ายแพ้ที่น่าอับอายในซีเรีย และสงครามในอัฟกานิสถานที่ค้างคาอยู่กว่าสองทศวรรษ ในส่วนของภูมิภาคนี้ ความล้มเหลวในประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่สหรัฐฯ ถูกชิงความเป็นใหญ่โดยจีน และอำนาจอื่นในภูมิภาคที่แข็งแกร่งขึ้น
       
        แนวความคิดที่ว่าคนอย่างเช่น ธนาธร และพรรคอย่างเช่นอนาคตใหม่ เป็นตัวแทนของ"ประชาธิปไตย" ในขณะที่วาระทางการเมืองถูกกำหนดโดยผู้ลี้ภัยในต่างประเทศอย่าง ทักษิณ และผู้สนับสนุนจากโลกตะวันตก และได้รับความคุ้มครองในประเทศไทย จากตัวแทนจากกงศุลตะวันตกในกรุงเทพ แนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่ขัดแย้งในตัวเอง และอย่างไรก็ไปไม่รอด ประชาธิปไตย มีนิยามคือ กระบวนการที่ตัดสินใจโดยคนในชาติเอง ไม่ใช่มีเพียงคนเดียวที่สามารถตัดสินชะตากรรมของชาติได้จากต่างประเทศ มันเป็นเพียงแค่เรื่องของเวลา ที่ "วาทกรรมปากว่าตาขยิบ" ที่ถูกใช้ในการเผยแพร่แนวคิดที่ขัดแย้งนี้ จะต้องเผชิญกับความจริงของมัน...
       
       คนที่วางเดิมพันไว้กับทักษิณ ตัวแทนอย่าง ธนาธร พรรคอนาคตใหม่ ของเขา หรือแม้แต่ความเป็นใหญ่ของสหรัฐฯ ในเอเชีย ต้องถามตนเองว่า จะเชื่อในสิ่งนี้อีกหรือไม่ ในปีหน้า หรือทศวรรษข้างหน้า ผู้คนจะรู้ซึ้งถึงวาระที่ไม่มีทางไปรอดนี้ หรือมันจะติดหล่มอยู่กับความล้มเหลว ที่ยิ่งทวีคูณ ...
       
        ข้างฝ่ายกองเชียร์พ่อฟ้า เห็นว่ากระแสนี้จะแรง ถัดจากบทวิเคราะห์นี้แค่วันเดียว ก็ตู่เอาการเข้าพบของ คณะผู้แทนกระทรวงวิเทศสัมพันธ์แห่งคณะกรรมการกลาง พรรคคอมมิวนิสต์ แห่งประเทศจีน เข้าเยี่ยมหารือ ณ ที่ทำการของพรรคอนาคตใหม่ เมื่อเช้า วันที่ 9 เม.ย เล่นใหญ่ใส่เต็มที่ ว่า... นี่ไง ไม่ใช่แต่ตะวันตก จีนก็มา ประโคมโอ่เต็มที่ อนาคตใหม่นั้น เนื้อหอม จริง ทั้งตะวันตก และจีนต่างรุมตอม ใครๆ ก็สนับสนุน...
       
        ทว่า โอ่อยู่ไม่นาน "โป๊ะแตกอีกหน" ผล ปรากฏว่า พอสายๆ และตลอดทั้งวันนั้น คณะผู้แทนกระทรวงวิเทศสัมพันธ์แห่งคณะกรรมการกลาง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน ก็เดินสายเข้าเยี่ยมหารือกับอีกหลายพรรค ทั้งพรรคพลังประขารัฐ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ไปหมด
       
        ...ดราม่าไม่ว่างเว้น ไม่เผื่อหน้าแหกเลยจริงๆ .
       
        **หากันใหญ่ "เจ๊หน่อย" ว่าใคร หัวหน้าพรรคบางพรรคตระบัดสัตย์ เป็นนักการเมืองรุ่นเก่า ชอบโกหก หลังชมจุดยืน"ลุงมิ่ง" รักษาสัจจะ กรณีกำราบงูเห่า ไหงกลายเป็นล่อเป้าว่าคนคุ้นเคย
       

       ควันหลัง "ลุงมิ่ง" มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่บอกปัดเรื่องลงเอยร่วม"รัฐบาลลุงตู่" นั้นยังไม่จริง "ลุงมิ่ง" นั่งยันนอนยันว่า ไม่เคยเจรจา ไม่เคยเจอกับกลุ่มแกนพรรคพลังประชารัฐ แม้แต่นิดเดียว "เจ๊หน่อย" สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ก็ฉวยจังหวะนี้ โพสต์สวยๆ ชนิดที่แฟนคลับโห่ร้องกดไลค์ กันเกลียว เมนต์ กันรัวๆ "ต้องอย่างนี้...สิแม่"
       
        เจ๊หน่อย โพสต์ชื่นชมลุงมิ่ง ว่า ."..เลือกตั้งครั้งนี้ อาจยังมีนักการเมืองรุ่นเก่า ที่ยังใช้มุกเดิม # ตระบัดสัตย์เพื่อชาติ มาอ้างเพื่อตนจะได้ผิดคำพูด ที่ให้ไว้ต่อพี่น้องประชาชน ก่อนลงคะแนนเลือกตั้ง ... แต่หน่อยเชื่อว่า ไม่ใช่หัวหน้าพรรคการเมืองที่ชื่อ # มิ่งขวัญ แน่นอนค่ะ
       
        นักการเมืองที่ดี จะเป็นฝ่ายค้าน หรือเป็นฝ่ายรัฐบาล ก็สามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้ ... แต่นักการเมืองที่ดีจะเสียสัจจะ ที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชน..ไม่ได้ !!
       
       ลูกผู้ชายชื่อ #มิ่งขวัญ เป็นนักการเมืองน้ำดี พูดคำไหนคำนั้น # สุดารัตน์การันตี ค่ะ
       
        เผด็จการฯที่พยายามสืบทอดอำนาจ ถือว่าแย่สำหรับประเทศชาติแล้ว หน่อยว่า...คนที่ใจฝักใฝ่เผด็จการฯ แต่ใช้วาทกรรมหลอกให้คนรักประชาธิปไตย ไปลงคะแนนให้ ถือว่าแย่กว่าเยอะค่ะ ... เราต้องช่วยกัน # จดจำใบหน้านักการเมือง และทบทวนคำพูดที่พวกเขาให้ไว้ก่อนเลือกตั้งให้ดี
       
        # ก่อนเลือกตั้งพูดอย่าง # ลงคะแนนเสร็จพูดอีกอย่าง อ้างนู่นนี่สารพัดเหตุผล จนบางคนทำท่าจะหลบลี้หนีความจริง ยอมที่จะเสียภาวะผู้นำ เพื่อปัดความรับผิดชอบไปเลย # แบบนี้ไม่ดี นะคะ
       
        #เลือกตั้งยังมีอีกหลายครั้ง จะช้าจะเร็ว ขึ้นอยู่กับรัฐบาลหน้าว่าจะทำให้ประชาชนยอมรับได้มากน้อยแค่ไหน
       
        เราต้องจำไว้ให้แม่น ใครที่คิดจะทิ้งทวน “โกหกในครั้งนี้ แล้วไปแก้ตัวในครั้งหน้า”คิดว่า # คนไทยลืมง่าย ก็ลองดู
       
        ประวัติศาสตร์ไทย ไม่เคยยอมรับนักการเมืองที่ # ตระบัดสัตย์เพื่อชาติ และหน่อยเชื่อว่า ประชาชนจะ #บอยคอตนักการเมืองขี้โกหก
       
        นักการเมืองเก่า ถ้าไม่รู้จักปรับตัว และยังตระบัดสัตย์ผิดคำพูดต่อพี่น้องประชาชนอยู่อีก # เลือกตั้งครั้งหน้าอาจสูญพันธุ์ ยิ่งกว่าครั้งนี้ค่ะ "
       
        อ่านจบก็เหมือนจะสวยอยู่แล้วเชียว ถ้าไม่มีประโยคที่ของ"เจ๊หน่อย" ที่ว่า ..."นักการเมืองที่ดี จะเสียสัจจะ ที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชน..ไม่ได้! " ทำให้แฟนคลับเจ๊หน่อย เองตะหงิดๆ ในหัวใจ ..."เจ๊หน่อย" พูดถึงใคร ? ชาวเน็ตก็โพสต์ให้ทาย นักการเมืองรุ่นเก่าที่ชอบตระบัดสัตย์มีหลายคน ... ใครที่เคยพูด " เสียงปืนแตกผมจะมาสู้กับพี่น้อง" ทั้งที่ตัวเองอยู่ต่างประเทศ ... ใครที่เคยบอก "จะสู้จนตัวตายคาสนามประชาธิปไตย" แต่กลับหนีไปอยู่ต่างประเทศตามพี่ชาย
       
        แฟนและไม่แฟน เป็นงง ที่เจ๊หน่อย ว่ามานี่ หัวหน้าพรรคตัวจริงของตัวเองใช่มั้ย... ไหงใบหน้าของ ทักษิณ และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลอยมา... ชำขำกันไป
       

ข่าวการเมือง

ข่าวยอดนิยม