“บิ๊กฉัตร” เล็งของบกลางปีหนุน รพ.สต.ทำงานส่งเสริมสุขภาพ ปชช.ทั่วประเทศ

MGROnline

       

       “บิ๊กฉัตร” เร่ง สธ. เบิกจ่ายงบตามเป้า เล็งของบกลางปีสนับสนุนการทำงานส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคให้ รพ.สต. ด้าน รมว.สธ. ชี้ พิจารณาจากขนาด รพ.สต. และผลการดำเนินงาน เร่งดำเนินการให้เสร็จภาพใน 1 เดือน ผลงานต้องเห็นภายใน ก.ย. นี้ ยันไม่เกี่ยวเรื่องถ่ายโอนภารกิจไปท้องถิ่น
       

       วันนี้ (13 มิ.ย.) พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่า สธ. มีภารกิจเยอะมาก โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพประชาชน ตนจึงมาให้กำลังใจ พร้อมทั้งหารือและเร่งรัดการพัฒนาระบบสาธารณสุข 4 เรื่อง คือ 1. เร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณปี 2561 ซึ่ง สธ. ยังเบิกจ่ายไม่ครบ แต่มีการกันงบไว้แล้ว ก็ต้องเร่งดำเนินการให้รวดเร็ว 2. การดูแลประชาชนในภูมิภาค โดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่มีการกว่า 9,800 แห่ง โดยให้จัดทำแผนงานพัฒนา รพ.สต. ปี 2561 เพิ่มเติม เพื่อดูแลส่งเสริมสุขภาพประชาชน ลดการเจ็บป่วย ซึ่งหากต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม ตนก็จะเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อของบประมาณกลางปีมาสนับสนุนการดำเนินงานของ รพ.สต.ให้เข้มแข็งขึ้น 3. การขับเคลื่อนธรรมนูญพระสงฆ์ ซึ่งนำร่องให้โรงพยาบาลอำเภอ 1 แห่ง ดูแลสุขภาพพระสงฆ์ 1 วัด หากได้ผลดีก็ขยาย รพ.สต. ดูแลวัดทั่วประเทศ และ 4. การจัดทำศูนย์พยาบาลทางทะเล โดยจัดทำเรือพยาบาลเพื่อดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยวที่บาดเจ็บและเกิดอุบัติเหตุ นำร่องแล้ว 1 แห่งที่ จ.พังงา และจะขยายอีก 4 จังหวัดคือกระบี่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และชลบุรี
       
       ด้าน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า การเพิ่มงบเพื่อสนับสนุนการทำงานของ รพ.สต. จะเป็นการใช้งบประมาณกลางปี 2561 โดยจะเน้นเรื่องการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งงบไม่ได้มีการกำหนดเพดาน แต่จะจัดสรรให้โดยดูจากผลการดำเนินงาน และขนาดของ รพ.สต. ในการดูแลประชากรในพื้นที่ ซึ่งมีตั้งระดับเล็กดูแลประชาชนไม่เกิน 3 พันคน ระดับกลางดูแล 3 - 8 พันคน และระดับใหญ่ดูแลประชาชนมากกว่า 8 พันคนขึ้นไป รวมถึงลักษณะความยากลำบากของพื้นที่ด้วย ทั้งนี้ มอบให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขไปดูข้อมูลรายละเอียดว่าแต่ละแห่งเป็นเช่นไร เพื่อดำเนินการจัดส่งให้เร็วที่สุดไม่เกิน 1 เดือน และอยากเห็นผลงานภายใน ก.ย. นี้ ส่วนข้อเสนอในการพัฒนา รพ.สต. ยังมีอีกหลายเรื่อง เช่น เรื่องระบบสาธารณูปโภค ที่เป็นเรื่องสำคัญทั้งระบบน้ำและไฟฟ้า โดยขอให้กระทรวงพลังงานเข้ามาดูเรื่องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ใน รพ.สต. 190 แห่ง และให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดูแลติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตใน รพ.สต. 300 แห่ง
       
       เมื่อถามถึงกระแสการตั้งงบแก่ รพ.สต. เพราะต้องการดึงไม่ให้มีการถ่ายโอนไปยังท้องถิ่น หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการโอนย้าย เพราะการพัฒนาศักยภาพ รพ.สต.ทำมาตลอด เช่น การพัฒนา รพ.สต.ติดดาว ซึ่งมีตั้งแต่ระดับ 3 - 5 ดาว โดยปี 2560 ก็มี รพ.สต. ติดดาวระดับ 5 ดาว ถึง 17% ส่วนเรื่องการถ่ายโอนเป็นนโยบายที่ทำมาตั้งแต่ปี 2545 ข้อมูลที่สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ศึกษาข้อดีข้อเสียของการโอนย้ายก็พบว่า ยังเป็นครึ่งๆ มีที่ไปแล้วดี กับไปแล้วไม่เป็นอย่างที่ต้องการ จึงย้ำว่า การโอน รพ.สต. ยังใช้หลักการเดิม คือ ต้องพร้อมทั้งคนไปและคนรับ ประชาชนในพื้นที่เห็นด้วย ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ไปวิเคราะห์เรื่องนี้ และย้ำว่า ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำให้เสร็จภายในปีนี้หรือปีหน้า อยู่ที่ความพร้อม ซึ่งเมื่อถ่ายโอนไปแล้วจะกลับมาไม่ได้