4 สิทธิประโยชน์ “บำบัดทดแทนไต” สิทธิประกันสังคม

MGROnline

       

       ประกันสังคม เผย มิ.ย. 61 มีผู้ประกันตนขอใช้สิทธิรักษาบำบัดทดแทนไต 11,743 ราย จ่ายค่าประโยชน์ทดแทนไปแล้วกว่า 292 ล้านบาท เผย 4 สิทธิประโยชน์บำบัดทดแทนไต
       

       นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงข้อมูลการใช้สิทธิของผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยโรคไต ว่า ในเดือนมิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ยอดผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายมาขอใช้สิทธิการรักษาโดยการบำบัดทดแทนไตแล้วกว่า 11,743 ราย สปส.จ่ายประโยชน์ทดแทนไปแล้ว 292,013,638 บาท ปัจจุบันมีสถานพยาบาลที่อยู่ในความตกลงกับสำนักงานประกันสังคมเพื่อดูแลฟอกเลือกให้กับผู้ประกันตน จำนวน 634 แห่ง แบ่งเป็น สถานพยาบาลรัฐ 266 แห่ง เอกชน 368 แห่ง สำหรับสิทธิประโยชน์กรณีการบำบัดทดแทนไต สำนักงานประกันสังคมได้ให้ผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ซึ่งประกอบด้วย
       
       1. ค่าฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในอัตราไม่เกิน 1,500 บาทต่อครั้ง และไม่เกิน 4,500 บาทต่อสัปดาห์ 2. ค่าเตรียมเส้นเลือดสำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมพร้อมอุปกรณ์ไม่เกิน 20,000 บาทต่อรายต่อ 2 ปี (หากระยะเวลา 2 ปีนั้น ผู้ประกันตน มีความจำเป็นต้องเตรียมเส้นเลือดหรือแก้ไขสำหรับฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม สำนักงานประกันสังคมจะจ่ายแก่ผู้ประกันตนในอัตราที่จ่ายจริงไม่เกิน 10,000 บาท 3. ค่าตรวจรักษาและค่าน้ำยาล้างช่องท้องพร้อมอุปกรณ์ในอัตราไม่เกิน 20,000 บาท และ 4. ค่าวางท่อรับส่งน้ำยาเข้าออกช่องท้องพร้อมอุปกรณ์ในอัตราไม่เกิน 20,000 บาทต่อรายต่อ 2 ปี
       
       “ผู้ประกันตนระมัดระวังรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและชะลออาการเสื่อมของไต โดยต้องควบคุมอาหาร ระดับน้ำตาลในอาหารให้ลดลง ป้องกันโรคที่เกิดจากระบบหัวใจและหลอดเลือด รักษาระดับความดันเลือดด้วยการพักผ่อนให้มาก ควบคุมอาหาร อย่าออกกำลังกายหนัก โดยหลีกเลี่ยงสิ่งเสพติด เช่น บุหรี่ และสุรา ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติควบคุมและรักษาโรคที่เป็นสาเหตุของโรคไตวายเรื้อรัง คือ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคเกาต์ หรือ นิ่ว หลีกเลี่ยงการใช้ยาบางชนิด ที่มีผลต่อการทำงานของไต อย่างไรก็ตาม สำนักงานประกันสังคม ขอให้ผู้ประกันตนมีความเชื่อมั่นในระบบการจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ รวมถึงการกำหนดมาตรฐานสถานพยาบาลให้มีคุณภาพ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคให้กับผู้ประกันตน โดยมีเป้าหมายสำคัญให้ผู้ประกันตนได้เข้าถึงบริการการรักษาที่มีคุณภาพให้มากที่สุด อันส่งผลให้ผู้ประกันตน มีสุขภาพแข็งแรง ลดความเสี่ยงการเกิดโรคเรื้อรังในอนาคต และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร และระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้ประเทศมีการขับเคลื่อนและการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป สอบถามสิทธิประโยชน์หรือข้อมูลได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่ท่านสะดวก หรือ สายด่วน 1506 (เจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง)” นพ.สุรเดช กล่าว