“ทุนแดง” จองซุปเปอร์พาวเวอร์ ‘แม่กิมไล้’ สปอนเซอร์หลัก

       กรณีศึกษา ซุปเปอร์พาวเวอร์ สโมสรฟุตบอลที่สร้างสถิติโลกแพ้รวด กลายเป็นสมบัติผลัดกันชม เมื่อโอสถสภาไม่ทำทีมต่อ นักเตะลูกหม้อย้ายออกเกือบยกทีม แค่ศุภชัย ใจเด็ด ย้ายซบบุรีรัมย์ค่าตัว 9 ล้าน แก้ลำด้วยการดึงนักเตะใหม่วัยชรา-เยาวชนมาประจำการแทน พร้อมกับหาทุนใหม่เสียบ เสก โลโซ เข้ามาหนุนพักเดียว ก่อนจบที่ทุนใหม่เมืองเพชร คาด “ แม่กิมไล้” สปอนเซอร์หลัก
       นับตั้งแต่เปิดการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีกเลกที่ 2 ก็มีเรื่องราวที่ทำให้ต้องหันกลับมามองวงการฟุตบอลลีกของไทยอีกครั้ง นอกเหนือไปจากผลการแข่งขัน คือเกิดเหตุชกต่อยกันระหว่างประธานสโมสรราชบุรีมิตรผลกับนักฟุตบอลของทีมชลบุรี จนต้องถูกบทลงโทษด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย
       

        ขณะเดียวกันสโมสรฟุตบอลของไทยยังสร้างสถิติโลกขึ้นมาใหม่ ด้วยผลการแข่งขันที่แพ้มากที่สุดในโลก แพ้ 23 นัด เสมอ 1 นัด ทำได้เพียง 1 คะแนนตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา นั่นคือสโมสรฟุตบอลซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ
       
       นับว่าเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับวงการฟุตบอลลีกของไทย ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา หลังจากนักการเมืองทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น และนักธุรกิจ โดดลงมาทำทีมฟุตบอลตามแบบนายเนวิน ชิดชอบ ที่ปลุกปั้นสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จนประสบความสำเร็จ
       
       แม้หลายสโมสรต้องเผชิญกับมรสุมในการทำทีมในหลากหลายรูปแบบ ทั้งเปลี่ยนเจ้าของทีมใหม่ หาสปอนเซอร์ใหม่จนสามารถประคับประคองทีมต่อไปได้ ท้ายที่สุดจะต้องตกชั้นลงไปในดิวิชั่นล่างก็ตาม
       

       เมื่อโอสถสภาไม่ทำทีมต่อ
       
        ผู้จัดการทีมของสโมสรฟุตบอลชื่อดังรายหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ที่จริงก็มีกรณีที่หนักกว่านี้ จู่ๆ ประกาศยุบทีมไปเลย นั่นคือทีมบีบีซียู ที่ทุนใหญ่คือ 3BB ธุรกิจในกลุ่มจัสมินของตระกูลโพธารามิก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่กลุ่มธุรกิจนี้ประมูลคลื่น 4 จี แต่ไม่สามารถหาทุนไปชำระค่าประมูลได้จนต้องถูกปรับ
       
        แต่กรณีของซุปเปอร์พาวเวอร์ ถือเป็นทีมที่มีประวัติศาสตร์ในวงการฟุตบอลมายาวนาน ตั้งสโมสรในปี 2514 และเป็นสโมสรเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ก่อนเกิดลีกฟุตบอลอาชีพในประเทศไทย ทุกคนในวงการรู้จักกันดีในนามโอสถสภา
       
       เราเห็นอาการตั้งแต่ฤดูกาลที่ผ่านมาแล้วว่า น่าจะมีปัญหาตามมาอีกมาก เมื่อนโยบายของโอสถสภาเปลี่ยนไป 23 มิถุนายน 2559 ทางโอสถสภาได้โอนสิทธิ์การทำทีมให้กับบริษัทซุปเปอร์พาวเวอร์ ที่มีสุรศักดิ์ ณ นคร สื่อมวลชนในวงการกีฬาจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด และได้เปลี่ยนชื่อทีมเป็นซุปเปอร์พาวเวอร์สมุทรปราการ แต่โอสถสภายังสนับสนุนในการเป็นสปอนเซอร์หลักของทีมและย้ายสนามแข่งขันจากราชมังคลาฯ ไปอยู่ที่สมุทรปราการ
       
       ฤดูกาลที่แล้วซุปเปอร์พาวเวอร์หวุดหวิดต่อการต่อชั้น แต่โชคดีที่มีการยกเลิกการแข่งขันทั้งหมดในช่วงปลายฤดูกาล 2016 ทำให้ทีมนี้ยังคงอยู่ในไทยพรีเมียร์ลีกต่อไปได้จนถึงฤดูกาลปัจจุบัน(2017)
       
       จุดเปลี่ยนอีกประการหนึ่งนั่นคือ ฤดูกาลนี้โอสถสภาได้เปลี่ยนการสนับสนุนมาให้กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยแทนด้วยการเป็นสปอนเซอร์ให้กับการแข่งขันไทยลีก 2 ภายใต้ชื่อ M-150 แชมเปียนชิป 2017 ดังนั้นทีมซุปเปอร์พาวเวอร์ ต้องหาสปอนเซอร์ในการทำทีมเอง ในช่วงแรกมีโลโก้เครื่องดื่มบำรุงกำลัง LoSo D ของนักร้องดังอย่างเสก โลโซ หลังจากนั้นเสื้อนักฟุตบอลของสโมสรไม่พบชื่อสปอนเซอร์รายใหญ่
       

       ลูกหม้อโอสถฯ ออกยกทีม
       
       ทั้งนี้ต้นฤดูกาล 2017 พบว่ามีการย้ายทีมของนักฟุตบอลลูกหม้อของโอสถสภาที่เป็นตัวหลักถึง 11 คน กระจายไปสโมสรอื่น แต่ผู้บริหารสโมสรก็เสริมนักเตะใหม่เข้ามาอีกถึง 20 คน
       
       ในวงการฟุตบอลถือว่าการย้ายแบบนี้เป็นการย้ายแบบยกทีม ปกติการซื้อขายนักฟุตบอลส่วนใหญ่แต่ละช่วงอย่างมากก็อยู่ที่ 3-4 คน ซื้อมาเพื่อเสริมให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น หรือขายออกไปหากนักฟุตบอลรายนั้นไม่อยู่ในการทำทีมหรือมีทีมอื่นเสนอราคาดีเข้ามา
       
       เมื่อพิจารณาถึงรายชื่อผู้เล่นที่ย้ายออกไปอย่างฉัตรชัย พรหมบุตร เคยเป็นผู้รักษาประตูมือ 3 ทีมชาติ อภิภู สุนทรพนาเวศ กองกลางฝีเท้าดีเคยติดทีมชาติเช่นกัน หรือศุภชัย ใจเด็ด ทีมชาติชุดเยาวชน โดยเฉพาะรายหลัง หลายทีมต้องการตัวมาก สุดท้ายย้ายไปอยู่กับบุรีรัมย์
       
       ได้ข่าวว่ารายของศุภชัย ใจเด็ด ที่บุรีรัมย์คว้าตัวไปนั้นมีค่าตัวประมาณ 9 ล้านบาท เพราะถือว่าเป็นนักฟุตบอลดาวรุ่งอนาคตไกล ส่วนรายอื่นไม่ทราบว่าต้องจ่ายให้กับซุปเปอร์พาวเวอร์ เท่าไหร่ อย่างฉัตรชัยและอภิภู ถือว่าน่าจะมีค่าตัวอยู่พอสมควร บวกกับอีก 8 ผู้เล่นน่าจะสร้างรายได้เข้ามาให้สโมสรไม่น้อย
       
       ส่วนในเลก 2 ของฤดูกาลนี้ก็มีนักเตะของซุปเปอร์พาวเวอร์ย้ายออกอีก 3 ราย หนึ่งในนั้นคือกองหน้าอย่าง อองโตนี โคเมน็อง และยังมีศักดา เจิมดี รวมถึงทนงศักดิ์ พันภิพัฒน์ ตำแหน่งผู้รักษาประตูที่เพิ่งเข้ามาในช่วงต้นฤดูกาลก็ย้ายออก
       
       ในวงการฟุตบอลไม่มีใครแจ้งเรื่องค่าตัวที่ซื้อขายต่อสาธารณะ ทำให้ยากที่จะรู้ว่าทางสโมสรได้เงินมากน้อยเพียงใด
       

       รวมทีมชรา-ค่าตัวไม่แพง
       
       ในทางปฏิบัติเป็นที่ทราบกันว่าทีมที่อยู่ในระดับไทยลีกจะได้รับเงินสนับสนุนทีมปีละ 20 ล้านบาท ที่เหลือผู้บริหารสโมสรต้องหาสปอนเซอร์เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่าย อย่างซุปเปอร์ฯ ปี 2559 ทางโอสถสภายังให้การสนับสนุน แต่ปี 2560 เมื่อโอสถสภาไม่ให้การสนับสนุน ก็มีเครื่องดื่ม LoSo D เข้ามาระยะหนึ่ง หลังจากนั้นไม่พบสปอนเซอร์บนหน้าอกเสื้อ
       
       การบริหารจัดการทีมฟุตบอล ไม่แตกต่างกับการบริหารธุรกิจทั่วไป คือการหารายได้เพิ่มทั้งจากสปอนเซอร์และจากแฟนบอล หากรายได้ไม่เพิ่มขึ้นก็ต้องลดต้นทุนลง การปล่อยนักเตะเดิมของโอสถฯออกไปทำให้ได้ทั้งค่าตัวนักแตะและลดค่าแรงนักเตะที่อาจมีเงินเดือนสูง แล้วดึงนักเตะค่าตัวไม่แพงนักเข้ามาทดแทน
       
       อย่างชุด 20 คนในต้นฤดูกาลที่รับเข้ามานั้นส่วนใหญ่จะเป็นนักฟุตบอลที่มีอายุค่อนข้างมาก และมีระดับเยาวชนเพิ่มเข้ามา ซึ่งนักฟุตบอลทั้ง 2 กลุ่มนี้รู้กันดีว่าทำไปเพื่อเป็นการลดต้นทุน นักเตะสูงอายุเกิน 30 ขึ้นไปส่วนมากถือว่าพ้นจากจุดสูงสุดของความสามารถไปแล้วแทบทั้งสิ้น ค่าตัวจึงไม่แพง เช่นเดียวกับระดับเยาวชน ที่อยู่ระหว่างการไต่เต้าสร้างผลงาน ส่วนใหญ่ยังเรียนอยู่ การมีรายได้จากฟุตบอลเข้ามาหลักหมื่นต้น ๆ ต่อเดือนก็นับว่าดีสำหรับน้อง ๆ เหล่านี้แล้ว
       
       นอกจากนี้หากดูจากสโมสรที่ซื้อเข้ามาทีมระดับไทยลีกไม่กี่ราย แต่ไม่ใช่นักเตะตัวหลักของทีม ที่เหลือเป็นลีกระดับดิวิชั่น 1 ลงไป
       
       ดังนั้นผลงานของซุปเปอร์พาวเวอร์จึงออกมาอย่างที่เห็น จมอยู่ในอันดับท้ายตารางมีเพียง 1 คะแนนจากการเสมอ 1 นัด โอกาสรอดตกชั้นคงเป็นไปไม่ได้ ขณะที่ทีมสูงกว่า 1 อันดับอย่างไทยฮอนด้าลาดกระบัง ยังมี 16 คะแนน
       
       คาด “แม่กิมไล้” สปอนเซอร์หลัก
       
       สุดท้ายเมื่อ 8 กรกฎาคม 2560 ได้มีการเปิดตัวนายทุนใหม่จากกลุ่มเพชรบุรี โดยปกรณ์ คล้ายเพ็ชร ได้เข้ามาเป็นประธานสโมสรซุปเปอร์พาวเวอร์ แทนสุรศักดิ์ ณ นคร ที่พยายามหาทุนใหม่เข้ามาทำทีมต่อไป ครั้งนี้คาดกันว่าจะมีการใช้เงินราว 40 ล้านบาทเข้ามาเป็นเจ้าของทีมซุปเปอร์พาวเวอร์ ที่แม้จะทราบดีว่าฤดูกาลหน้าคงต้องตกชั้นลงไปเล่นในระดับดิวิชั่น 1 แน่นอน
       
       เดิมจังหวัดเพชรบุรีก็มีสโมสรฟุตบอลอยู่ แต่เจ้าของสิทธิในการทำทีมนั้นไม่ปล่อยสิทธิออกมา ขณะที่มีบางกลุ่มของเพชรบุรีต้องการทำทีมฟุตบอล ทำให้นักธุรกิจกลุ่มนี้จึงต้องเข้ามาเทกโอเวอร์ทีมซุปเปอร์พาวเวอร์แทน
       
       ในเบื้องต้นคาดกันว่าสปอนเซอร์หลักที่จะเข้ามาร่วมกับทีมบริหารชุดใหม่ น่าจะเป็น “แม่กิมไล้” ขนมหม้อแกงชื่อดังของเมืองเพชร เนื่องจากถ้ามีการย้ายสนามเหย้ามาอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรีแล้วในฤดูกาลหน้า ย่อมเป็นผลบวกกับกิจการของสินค้าแม่กิมไล้
       
       การขายหรือยกสิทธิทำทีมให้กันในวงการฟุตบอล ล้วนแล้วแต่มาจากเรื่องของสายสัมพันธ์ระหว่างบุคคลทั้งสิ้น จากสิทธิที่หนึ่งสู่สิทธิที่สองต่างช่วยเหลืองานซึ่งกันและกันมาในอดีต ตามมาด้วยผู้ที่จะเข้ามาอย่างเสก โลโซ ที่เคยต้องการเข้ามาซื้อทีมเพื่อนตำรวจมาก่อน และมาจบลงที่ทุนเพชรบุรี หากแม่กิมไล้เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนจริง ก็ต้องย้อนไปที่ป๋าโก้ หรือปรีดา บุญประเสริฐ ลูกชายแม่กิมไล้ที่เคยประกาศตัวเมื่อปี 2556 ว่าจะบริจาคเงิน 20 ล้านบาทให้กับกลุ่มคนเสื้อแดง จนญาติพี่น้องของแม่กิมไล้ต้องออกมาทักท้วง
       
       ปฏิเสธไม่ได้ว่าบอลลีกของไทยส่วนใหญ่ เกิดได้จากการเข้ามาทำทีมของนักการเมือง ดังนั้นการเปลี่ยนมือจึงไม่พ้นเรื่องของสายสัมพันธ์ทางการเมืองเช่นกัน
       

       สินทรัพย์ภายในสโมสร
       
       การทำทีมฟุตบอลนั้นต้องขึ้นกับเจ้าของทีมว่าตั้งใจบริหารทีมมากน้อยแค่ไหน เพราะมีเพียงไม่กี่สโมสรในเมืองไทยเท่านั้นที่มีสถานะกำไรจากการทำฟุตบอล สโมสรฟุตบอลหนึ่งแห่งจะมีสินทรัพย์อยู่แยกเป็นเงินสนับสนุนจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย หากเป็นไทยลีกมีเงินอุดหนุนทีมฤดูกาลละ 20 ล้านบาท
       
       ตัวนักฟุตบอลก็มีมูลค่ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความสามารถและชื่อเสียงของแต่ละคน นักเตะฝีเท้าดีค่าย้ายทีมอาจมีมูลค่าสูงถึง 40 ล้านบาท หากสโมสรใดมีศูนย์ฝึกนักฟุตบอล (Academy) มูลค่าของสโมสรก็จะเพิ่มขึ้นอีก รวมไปถึงสนามที่ใช้แข่งขัน หากเป็นกรรมสิทธิ์ของสโมสร (ไม่ใช่สนามเช่า) ก็ต้องเพิ่มมูลค่าขึ้นไปอีก และอาจรวมไปถึงร้านสินค้าที่ระลึกต่าง ๆ หรืออาคารที่พักของนักฟุตบอล
       
       สุดท้ายคือสิทธิในการทำทีม มูลค่าส่วนนี้ขึ้นอยู่กับทีมอยู่ในลีกระดับใด ถ้าอยู่ในไทยลีกขั้นต่ำต้องมีไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทตามเงินอุดหนุนจากสมาคมฟุตบอล หรืออาจยกสิทธิให้ฟรีก็สามารถทำได้ ซึ่งในเรื่องนี้กำลังถูกคุมด้วยกฎของคลับไลเซนซิ่งจากทางสมาคมฟุตบอล
       
       กรณีของซุปเปอร์พาวเวอร์อาจไม่ใช่รายสุดท้ายที่เกิดขึ้นในวงการฟุตบอล หากเจ้าของทีมไม่ต้องการทำทีมต่อไปหรือผู้บริหารทีมไม่สามารถหาสปอนเซอร์หรือรายได้ให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ท้ายที่สุดก็ต้องขายกิจการออกไป