ศัลยแพทย์ญี่ปุ่นที่ถูกหาว่าเชิดชู “นาซี” ชนะประมูล “บันทึกจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ”

       

       รอยเตอร์ – ศัลยแพทย์ตกแต่งชาวญี่ปุ่นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเชิดชูนาซีและความโหดร้ายป่าเถื่อนช่วงสงครามของญี่ปุ่นชนะการประมูลสมุดบันทึกของสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะที่บันทึกการเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่สองของญี่ปุ่นด้วยเงิน 275,000 ดอลลาร์ (ราว 8.9 ล้านบาท)
       

       คัตสึยะ ทาคาสุ ซึ่งออกรายการโทรทัศน์ในญี่ปุ่นอยู่บ่อยๆ ถูกวิจารณ์โดยกลุ่มสิทธิมนุษยชนชาวยิว Simon Wiesenthal Center ว่าละเมิด “มาตรฐานคุณงามความดีทั้งหมด” ด้วยการระบุว่าการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวยิวและการสังหารหมู่ในนานจิงในจีนว่าเป็นการปั้นเรื่อง
       
        “ผมคิดว่าทั้งนานจิงและเอาชวิทซ์เป็นเรื่องแต่งขึ้น” ทาคาสุ กล่าวในข้อความบนทวิตเตอร์เมื่อเดือนตุลาคมปี 2015 “ไม่มีข้อสงสัยในเรื่องที่ว่าชาวยิวโดนกดขี่ข่มเหง” เขาทวีต แต่ชื่นชมการยกระดับวงการวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และวงการอื่นๆ ของนักวิทยาศสาตร์นาซี
       
       หลังจากได้รับการติดต่อจากรอยเตอร์ในวันนี้ (7) ทาคาสุกล่าวว่า เขาซื้อเอกสารลายมือชิ้นนี้ที่เรียกกันว่า “Emperor's Monologue” (บทพูดเดี่ยวของจักรพรรดิ) เนื่องจากเขาคิดว่า มันมีข้อความถึงราชวงศ์และชาวญี่ปุ่นและควรถูกเก็บรักษาในญี่ปุ่น
       
       เอกสารนี้บันทึกเหตุการณ์ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1920 เช่นการที่สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะทรงตัดสินพระทัยที่จะไม่ต่อต้านการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรี มันกลายเป็นที่ฮือฮาหลังจากถูกเผยแพร่ในปี 1990 จุดชนวนการโต้เถียงเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสงครามของสมเด็จพระจักรพรรดิ
       
       บันทึกนี้เขียนขึ้นโดยหนึ่งในที่ปรึกษาของสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะในปี 1946 ในตอนที่ญี่ปุ่นถูกยึดครองโดบกองกำลังพันธมิตรและสมเด็จพระจักรพรรดิเผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกไต่สวนในฐานะอาชญากรสงคราม กระบวนการที่ไม่ได้เกิดขึ้นในที่สุด
       

       ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ทาคาสุกล่าวว่า โพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ของเขาถูกตีความหมายผิดอย่างจงใจ เขากล่าวว่า “มัน (คำวิจารณ์) มาจากผู้ที่ถนัดในการเลือกเขาทวีตบางทวีตของผมและตีความมันอย่างผูกพยาบาทและมันเป็นความเข้าใจผิด”
       
        “หากคุณดูทุกทวีตของผม ผมต่อต้านลัทธินาซีอย่างชัดเจน แต่ผมเห็นความก้าวหน้าทางการแพทย์อย่างมากในยุคนั้น”
       
       อย่างไรก็ตาม ทาคาสุกล่าวเสริมว่า เขาคิดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวและการสังหารหมู่นานจิงมีมากเกินความเป็นจริง ทัศนคติที่มีเหมือนกันในหมู่กลุ่มชาตินิยมสุดโต่งของญี่ปุ่น
       
       จีนระบุว่า ทหารญี่ปุ่นสังหารคน 300,000 คนในนานจิงระหว่างเดือนธันวาคมปี 1937 ถึงเดือนมกราคมปี 1938 ในขณะที่ศาลอนุญาโตตุลาการของฝ่ายพันธมิตรระบุยอดผู้เสียชีวิตน้อยกว่านั้นครึ่งหนึ่ง
       
        “สิ่งที่ผมต้องการพูดคือที่ว่ากันว่ามีผู้เสียชีวิตหกหรือเจ็ดล้านคน (ในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว) แต่มันไม่ใช่หลายแสนคนหรอกหรือ” ทาคาสุ
       
        “ว่ากันว่ามีผู้เสียชีวิต 300,000 คนในการสังหารหมู่นานจิง แต่อันที่จริงมันไม่ใช่ 6,000 – 7,000 พันคนหรอก นั่นคือ ‘การปั้นเรื่อง’ ที่ผมหมายถึง”