ทรัมป์เสนองบกลาโหมเกือบ$7แสนล้านมากที่สุดหนหนึ่งในประวัติศาสตร์ อ้างเพื่อตอบโต้รัสเซีย-จีน

ผู้จัดการออนไลน์

       

       รอยเตอร์/ซีเอ็นเอ็น - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ เสนอของบประมาณกลาโหมของอเมริกา 686,000 ล้านดอลลาร์ สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 โดยพุ่งเป้าไปที่การเสริมความแข็งแกร่งแก่การป้องกันภัยทางนิวเคลียร์ของประเทศ และตอบโต้ภัยคุกคามจากจีนกับรัสเซีย
       

        ข้อเสนอดังกล่าวเป็นหนึ่งในแผนงบประมาณประจำปี 2019 สำหรับรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งจะจัดสรรงบประมาณแก่เพนตากอนเป็นจำนวน 686,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2017 ถึง 70,000 ล้านดอลลาร์ เป็นหนึ่งในแผนงบประมาณครั้งใหญ่ที่สุดของกระทรวงกลาโหมอเมริกา
       
        อย่างไรก็ตามพวกนักวิจารณ์บอกว่าข้อเสนอเพิ่มการใช้จ่ายดังกล่าวถือว่าต่ำกว่าที่ทรัมป์เคยให้สัญญาระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี 2016 โดยในตอนนั้นเขาพูดบ่อยครั้งว่ากองทัพสหรัฐฯได้รับงบประมาณไม่มากพอ
       
        เอกสารข้อเสนองบประมาณเน้นย้ำอย่างเจาะจงถึงความได้เปรียบที่ลดน้อยถอยลงของกองทัพสหรัฐฯ สืบเนื่องจากความเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆของจีนและรัสเซีย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติที่ทาง เจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีกลาโหมเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
       
        ทรัมป์ กล่าวว่ากองทัพสหรัฐฯจะแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา และอเมริกาต้องมีกองทัพที่เข้มแข็ง เพราะประเทศอื่นต่างเพิ่มศักยภาพกองทัพ หากประเทศอื่นหยุด สหรัฐฯก็จะหยุดเช่นกัน
       
        ขณะที่ เดวิด แอล นอร์ควิสต์ ปลัดกระทรวงกลาโหมด้านการเงินกล่าวว่า การแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจได้กลายมาเป็นความท้าทายความมั่นคงและความมั่งคั่งของสหรัฐฯ มากขึ้น ไม่ใช่การก่อการร้าย
       
        ร่างเสนองบประมาณกระทรวงกลาโหมระบุว่า จีนและรัสเซียต้องการเปลี่ยนโลกให้ตรงกับระบอบเผด็จการมากขึ้น โดยจีนมีเป้าหมายระยะสั้นในการรุกรานประเทศเพื่อนบ้านด้วยการเพิ่มกำลังทหารในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ และมีเป้าหมายระยะยาวในการครองอำนาจเหนือสหรัฐฯ ในเวทีโลก
       
        รายงานล่าสุดยืนยันว่า จีนเดินหน้าสร้างเกาะเทียมและฐานทัพบริเวณหมู่เกาะสแปรตลีย์ เกาะพาราเซล และเกาะปะการังสการ์โบโร นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จีนยังเพิ่งนำเครื่องบินซู-35 มาลาดตระเวนเหนือพื้นที่ดังกล่าว และเพิ่มศักยภาพกองทัพอากาศด้วยเครื่องบินขับไล่แบบล่องหนความเร็วเหนือเสียง เจ-20 ซึ่งจะสู้กับเครื่องบินล่องหนเอฟ-22 และเอฟ-35 ของสหรัฐฯ ได้
       
        กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุด้วยว่า รัสเซียรุกรานประเทศเพื่อนบ้านและพยายามวีโต้มติด้านเศรษฐกิจ การทูต และความมั่นคงของประเทศอื่น อีกทั้งยังพยายามทำลายองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโตด้วย นอกจากนี้ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เครื่องบินรบของรัสเซียก็เกือบชนกับสหรัฐฯ หลายครั้งเหนือทะเลดำและซีเรีย
       
        ปี 2017 ที่ผ่านมา นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย สั่งให้มีการแสดงแสนยานุภาพของกองทัพครั้งใหญ่ในขบวนพาเหรดทางทะเล จากวลาดิวอสต็อก ทางตะวันออกของประเทศ ไปยังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ทางตะวันตกของประเทศ และยังแสดงแสนยานุภาพกองทัพในซีเรียและไครเมียอีกด้วย
       
        นอกจากนี้ แผนงบประมาณของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังระบุว่าจะต้องพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธ เพื่อรับมือภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ โดยจะจัดซื้อระบบป้องกันขีปนาวุธทาด (THAAD) 82 ชุด ระบบภาคพื้นดินป้องกันขีปนาวุธในระยะกลาง (GMD) 20 ชุด และขีปนาวุธ Standard Block 1B อีก 37 ลูกสำหรับเรือป้องกันขีปนาวุธและติดตั้งบริเวณชายฝั่งสหรัฐฯ เพื่อสกัดขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ
       

ข่าวต่างประเทศ

ข่าวยอดนิยม