ทรัมป์ปัดฝุ่นไอเดียเก็บ“ภาษีตอบโต้” ยกกรณีฮาร์ลีย์-เดวิดสันตั้งโรงงานในไทย

ผู้จัดการออนไลน์

       

       รอยเตอร์ – ทรัมป์ขู่ใช้ “ภาษีตอบโต้” กับประเทศต่างๆ ซึ่งรวมถึงชาติพันธมิตรที่ขูดภาษีสินค้าอเมริกัน แม้ไม่ได้ให้รายละเอียดโครงสร้างภาษีหรือสินค้าที่จะถูกเรียกภาษีตอบโต้ แต่ผู้นำสหรัฐฯ ยกกรณีฮาร์ลีย์-เดวิดสันที่ต้องเข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทยเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีหฤโหดถึง 60%
       

       ระหว่างการหาเสียงด้วยนโยบายประชานิยมเมื่อปี 2016 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน วิจารณ์ประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐฯ ว่า ฉกฉวยผลประโยชน์จากอเมริกา และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (12 ก.พ.) เขารื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง
       
       ประมุขทำเนียบขาวกล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างแถลงแผนการเกี่ยวกับการปรับปรุงยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯว่า อเมริกาไม่สามารถปล่อยให้ชาติอื่นเข้ามาปล้นถึงในบ้าน ซ้ำขูดรีดภาษีสินค้าอเมริกัน ทั้งที่อเมริกาไม่ได้เรียกเก็บภาษีใดๆ จากประเทศเหล่านั้นเลย
       
       ทรัมป์ร่ายยาวว่า ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ สูญเงินมหาศาลกับจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอีกหลายประเทศ แต่นับจากนี้คณะบริหารของตนกำลังจะเปลี่ยนนโยบายด้วยการบังคับใช้ภาษีตอบโต้กับประเทศเหล่านั้นที่บางแห่งเป็นพันธมิตร แต่ไม่ใช่พันธมิตรทางการค้า
       
       ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงว่า ภาษีดังกล่าวจะมีโครงสร้างอย่างไร หรืออเมริกาจะขึ้นภาษีในระดับเดียวกับที่ประเทศคู่ค้าสำคัญเรียกเก็บหรือไม่ ขณะที่พวกเจ้าหน้าที่คณะบริหารยังไม่สามารถอธิบายแผนการนี้ของทรัมป์ได้ เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม
       

       อย่างไรก็ดี ทรัมป์อ้างอิงกรณีฮาร์ลีย์-เดวิดสันที่เข้ามาสร้างโรงงานในไทย ซึ่งเหตุผลส่วนหนึ่งนั้นเป็นเพราะบิ๊กไบค์ที่ผลิตในอเมริกาต้องเสียภาษีในไทยถึง 60%
       
       อเมริกาให้สัญญากับองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ในการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าต่ำเพียง 3.5% เทียบกับอัตราภาษีของจีนที่อยู่ที่ 9.9% และ 5.2% สำหรับสหภาพยุโรป (อียู)
       
       สำหรับผลิตภัณฑ์บางประเภท ส่วนต่างยิ่งมากขึ้น เช่น รถยนต์นั่งที่อเมริกาเก็บภาษีเพียง 2.5% เทียบกับ 25% ในจีน และ 10% ในอียู
       
       นอกจากนั้นยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ทรัมป์กำลังปัดฝุ่นแนวคิด border adjustment tax หรือภาษีที่เรียกเก็บโดยอิงกับที่มาของสินค้าหรือบริการหรือไม่ โดยแนวคิดนี้ถูกสมาชิกรัฐสภาจากพรรครีพับลิกันด้วยกันคัดค้านระหว่างการผลักดันแผนการปฏิรูปภาษีเมื่อปีที่แล้ว
       
       ห้างค้าปลีกและพวกอุตสาหกรรมที่พึ่งพิงการนำเข้า ต่างคัดค้านแผนการเก็บภาษีสินค้านำเข้า 20% เพื่อชดเชยการจ่ายคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่บางประเทศมอบให้ผู้ส่งออกของตน และสหพันธ์การค้าปลีกแห่งชาติของสหรัฐฯวิจารณ์ว่าเป็น “ภาษีอัปลักษณ์” ที่จะทำให้สินค้ามากมายที่คนอเมริกันใช้อยู่ทุกวันมีราคาแพงขึ้น
       
       อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เมื่อทรัมป์ขอความเห็นจากวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์อเมริกันผู้นี้สนับสนุนแนวคิดภาษีตอบโต้ และว่า อเมริกาเสนอมาตรการลดหย่อนทางการค้ามานานเกินไปแล้ว
       

ข่าวต่างประเทศ

ข่าวยอดนิยม