ผู้เชี่ยวชาญเชื่อน้ำแข็งเกาะตัววัดความเร็ว ต้นตอเครื่องบินโดยสารรัสเซียโหม่งโลกตายยกลำ71ศพ

       

       เอเอฟพี - พวกผู้เชี่ยวชาญรัสเซียที่กำลังตรวจสอบอุบัติเหตุเครื่องบินโดยสารตกรอบนอกกรุงมอสโก คร่าชีวิตยกลำ 71 ศพเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ สันนิษฐานในวันอังคาร(13ก.พ.) ว่าอุบัติเหตุครั้งนี้อาจมีต้นตอจากมีน้ำแข็งเกาะบนอุปกรณ์วัดความเร็ว จนเกิดการแสดงข้อมูลผิดพลาดเกี่ยวกับความเร็วของเครื่องบิน
       

       "ปัจจัยหนึ่งในพัฒนาการของสถานการณ์พิเศษบนเที่ยวบิน อาจเป็นเพราะข้อมูลที่ผิดพลาดเกี่ยวกับข้อมูลความเร็วของเที่ยวบินบนตัววัดความเร็วของนักบิน ซึ่งดูเหมือนว่ามันอาจมีต้นตอจากน้ำแข็งเกาะบน Pitot tube(อุปกรณ์วัดความเร็ว) ในขณะที่ระบบทำความร้อนของอุปกรณ์เสีย" จากความเห็นของคณะกรรมการการบินระหว่างรัฐของรัสเซีย(ไอเอซี) ซึ่งมีหน้าที่สืบสวนอุบัติเหตุทางเครื่องบิน
       
        เครื่องบินโดยสารแบบ อันโตนอฟ เอเอ็น-148 ของสายการบิน"ซาราตอฟ แอร์ไลนส์" ขึ้นบินจากท่าอากาศยานโดโมเดโดโวของมอสโกเมื่อวันอาทิตย์(11ก.พ.) และหลังจากนั้นไม่นาน ได้ตกลงในทุ่งหญ้าห่างจากเมืองหลวงของรัสเซียไปทางตะวันออกเฉียงต้ราว 70 กิโลเมตร ส่งผลให้ผู้โดยสาร 65 คนและลูกเรือ 6 คนเสียชีวิตยกลำ
       

       คณะกรรมการการบินระหว่างรัฐของรัสเซียเผยว่าเสร็จสิ้นการวิเคราะห์เครื่องบันทึกบนเที่ยวบินแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องวิเคราะห์กล่องดำซึ่งบันทึกเสียงสนทนาภายในห้องนักบิน ขณะเดียวกันทางคณะกรรมการก็จะตรวจสอบด้วยว่าอุปกรณ์วัดความเร็วนั้นทำงานผิดปกติหรือไม่
       
        ก่อนหน้านี้เหตุน้ำแข็งเกาะอุปกรณ์วัดความเร็วของเครื่องบิน เคยถูกกล่าวโทษว่าอาจเป็นต้นตอที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมเครื่องบินแอร์ฟรานซ์ เที่ยวบิน 447 ดิ่งลงมหาสมุรแอตแลนติกในปี 2009 คร่าชีวิต 228 ศพ
       
        เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินยังคงสอดส่องพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะหนา ณ บริเวณจุดที่เครื่องบินประสบอุบัติเหตุเมื่อวันอาทิตย์(11ก.พ.) ด้วยกระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินรัสเซียเผยในวันอังคาร(13ก.พ.) ว่าจนถึงตอนนี้สามารถเก็บกู้ชิ้นส่วนศพได้ 1,400 ชิ้นและเศษซากเครื่องบิน 500 ชิ้น
       
        กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินเปิดเผยต่อว่าพวกเจ้าหน้าที่กำลังเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากญาติๆเหยื่อเพื่อระบุเอกลักษณ์บุคคลศพ พร้อมเผยว่าในวันอังคาร(13ก.พ) จะดำเนินการยกเศษซากหลักของเครื่องบินออกจากหลุมที่เกิดจากการกระแทก