'รัสเซีย'ส่งชิ้นส่วนทั้งหมดของ S-400 ระบบต่อสู้อากาศยานสุดล้ำไปถึง'จีน'แล้ว

       

       (เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.atimes.com)
       

       All S-400 parts on order reportedly delivered to China
       By Asia Times staff
       14/05/2018
       
       มีรายงานว่าเรือรัสเซียบรรทุกชิ้นส่วนต่างๆ ของระบบต่อสู้อากาศยาน S-400 ไปส่งให้จีนแล้ว โดยที่ระบบนี้ซึ่งสามารถใช้งานในเชิงรุกได้ เมื่อยิงจากชายฝั่งแผ่นดินใหญ่แดนมังกร จะมีพิสัยทำการครอบคลุมทั้งเกาะไต้หวัน และหมู่เกาะเตี้ยวอี๋ว์/เซงกากุ
       
       รัสเซียน่าจะเพิ่งเสร็จสิ้นการจัดส่ง เอส-400 ไทรอัมฟ์ (S-400 Triumf) ระบบต่อสู้อากาศยานอัตตาจรตัวเก่งที่สุดของตนไปให้จีน หลังจากที่เรือสินค้ารัสเซียจำนวน 3 ลำซึ่งเชื่อกันว่าบรรทุกพวกชิ้นส่วนสำคัญอย่างยิ่งของ เอส-400 เป็นต้นว่า สถานีควบคุม, เรดาร์, เชื้อเพลิง, ชิ้นส่วนสำหรับแท่นยิง, และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ออกเดินทางไปยังท่าเรือจีนแห่งหนึ่งที่ไม่ได้มีการบอกกล่าวอย่างชัดเจนว่าเป็นที่ใดเมื่อเดือนที่แล้ว ทั้งนี้ตามรายงานของสำนักข่าวทาสส์ (TASS) ของทางการรัสเซีย
       
       เมื่อเร็วๆ นี้ เรือสินค้าลำที่สามซึ่งเป็นลำสุดท้าย ได้ไปถึงจีนแล้ว แหล่งข่าวแวดวงทูตทหารที่ไม่ได้ระบุชื่อเสียงเรียงนามรายหนึ่งเปิดเผยกับทาสส์
       
       ทางด้าน เจนส์ ดีเฟนซ์ วีกลี่ (Jane’s Defense Weekly) แมกกาซีนรายสัปดาห์ด้านการทหารชื่อดังซึ่งตั้งฐานอยู่ในอังกฤษ ก็รายงานเช่นกันว่า คณะเจ้าหน้าที่ชำนาญการของรัสเซียจะเริ่มส่งมอบชุดระบบอาวุธนี้ในช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ โดยคาดหมายกันว่ากระบวนวิธีของการส่งมอบทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน
       
       แต่แหล่งข่าวรายนี้ของทาสส์ไม่ได้เปิดเผยว่า ยังจะมีการจัดส่งระบบ เอส-400 เพิ่มเติมจากนี้ไปให้จีนหรือไม่ ทั้งนี้ในข้อตกลงเบื้องต้นซึ่งลงนามกันเมื่อปี 2014 นั้น จีนสั่งซื้อเอาไว้รวม 6 ชุด และตามเอกสารที่เผยแพร่ออกมา หน่วยยิงแต่ละชุดมีราคา 400 ล้านดอลลาร์
       
       ในอีกด้านหนึ่ง ทีมช่างและผู้ปฏิบัติการยิงจากกองกำลังจรวด (Rocket Force) แห่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีน ซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นการไปฝึกอบรมหลักสูตรเร่งรัดในรัสเซียเช่นกัน โดยที่พวกเขาได้ฝึกฝนทำความคุ้นเคยกับอุปกรณ์กลไกและการทำงานของระบบอาวุธที่มีความสลับซับซ้อนสูงชนิดนี้
       
       ก่อนหน้านั้น รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย เซียร์เก ชอยกู แถลงกับพวกผู้สื่อข่าวว่า กระทรวงของเขามีการติดต่ออย่างใกล้ชิดกับฝ่ายจีนในโปรแกรมใหญ่ 2 โปรแกรมด้วยกัน นั่นคือเรื่องจรวด เอส-400 นี้ และเรื่องจรวดต่อสู้เรือรุ่นใหม่
       
       ระบบ เอส-400 อันน่าเกรงขามนี้ สามารถที่จะยิงจรวดพร้อมกันทีเดียว 4 ลูก เข้าเล่นงานอากาศยานหลายๆ ลำ ซึ่งอยู่ ณ ระดับความสูงแตกต่างกัน ภายในพิสัยทำการสูงสุด 400 กิโลเมตร ด้วยอัตราความเร็วสูงสุดขณะพุ่งสู่เป้าหมายที่ 17,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือ มัค 14 (14 เท่าของความเร็วเสียง) ขณะเดียวกันก็สามารถต้านทานสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์รบกวนที่มีพลังสูงๆ ได้ สำหรับระยะทางที่สามารถติดตามเป้าหมายของระบบนี้อยู่ที่ 600 กิโลเมตร
       
       การที่ระบบต่อสู้อากาศยานไฮเทคของรัสเซีย ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการโจมตีได้ด้วยนี้ กำลังตกอยู่ในมือของปักกิ่ง ผู้ที่บังเกิดความวิตกกังวลไม่ได้มีเพียงเฉพาะไทเปเท่านั้น
       
       นอกเหนือจากพิสัยทำการของ เอส-400 จะครอบคลุมทั่วทั้งเกาะไต้หวัน หากยิงจากชายฝั่งของมณฑลฝู่เจี้ยน (ฮกเกี้ยน) ซึ่งอยู่คนละฟากช่องแคบกับไต้หวัน โดยส่วนที่แคบที่สุดของช่องแคบนี้มีความกว้างเพียงแค่ 130 กิโลเมตรเท่านั้น จรวดของระบบนี้เมื่อยิงจากมณฑลซานตง ซึ่งอยู่ตอนเหนือขึ้นไป ยังสามารถเล่นงานเครื่องบินที่บินใกล้ๆ กับหมู่เกาะเตี้ยวอี๋ว์ --เกาะปะการังในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของการพิพาทช่วงชิงดินแดนอันขมขื่นระหว่างปักกิ่งกับโตเกียว โดยที่ฝ่ายญี่ปุ่นเรียกชื่อว่าหมู่เกาะเซงกากุ-- ทั้งนี้ถ้าหากจีนได้ครอบครองจรวดแบบ 40เอ็น6 (40N6) ซึ่งมีพิสัยทำการยาวมากของระบบนี้จากรัสเซีย
       
       ว่าเฉพาะในการต่อสู้เล่นงานไต้หวัน มีเพียงจรวดแบบ 40เอ็น6 เท่านั้นจึงจะสามารถครอบคลุมน่านฟ้าของเกาะแห่งนี้ได้ทั้งหมด ทว่าการนำเอาจรวดแบบพิสัยไกลมากของระบบเอส-400 มาประจำการตามแนวชายฝั่งมณฑลฝู่เจี้ยน ณ ระดับน้ำทะเล มีข้อเสียตรงที่จะทำให้มันไม่สามารถระบุตำแหน่งของเครื่องบินซึ่งบินระดับต่ำๆ ณ พิสัยที่อยู่ห่างไกลได้ สืบเนื่องจากถูกส่วนโค้งของโลกบังไว้ ทั้งนี้ตามความเห็นในบทวิจารณ์ชิ้นหนึ่งซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร เดอะ ดิโพลแมต (The Diplomat) (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://thediplomat.com/2015/04/alarm-over-chinas-s-400-acquisition-is-premature/)