‘จีน’ใช้มาตรการลดภาษีเงินได้ จะช่วยบรรเทาความเสียหายบางส่วนจาก‘สงครามการค้า’: ‘บาร์เคลย์ส’ แบงก์ใหญ่อังกฤษระบุ

MGROnline

       

       (เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.atimes.com)
       

       China tax cuts will help offset tariff pain: Barclays
       By Asia Times staff
       13/09/2018
       
       ทีมนักเศรษฐศาสตร์ของ บาร์เคลย์ส ธนาคารเพื่อการลงทุนรายยักษ์ของอังกฤษ ออกรายงานคาดหมายว่า มาตรการใหม่ของจีนที่มุ่งลดภาษีเงินได้ จะสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคภายในประเทศ และเพิ่มอัตราเติบโตของเศรษฐกิจได้ 0.2 – 0.3%
       
       รายงานที่เผยแพร่ออกกันในช่วงไม่กี่สัปดาห์หลังๆ บ่งชี้เสนอแนะว่า สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนที่ดำเนินอยู่ในเวลานี้ ถึงแม้กำลังสร้างความเสียหายให้แก่ทั้งสองฝ่าย แต่จะก่อความเดือดร้อนให้แก่พวกผู้บริโภคชาวอเมริกันมากกว่าพวกผู้บริโภคชาวจีน
       
       หากนำเอาเรื่องนี้ออกไปวางไว้ข้างๆ ก่อนยังไม่ต้องขบคิดพิจารณา ก็มีความสนใจถกเถียงกันอยู่ว่าสงครามการค้านี้จะส่งผลกระทบกระเทือนการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศจีนอย่างไรแค่ไหน ในเวลาเดียวกับที่ปักกิ่งใช้ความพยายามเป็นอันมากเพื่อจะเพิ่มพูนสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศไม่ให้ถดถอยลง
       
       ปรากฏว่าทีมนักเศรษฐศาสตร์ของบาร์เคลย์ส (Barclays) ระบุในรายงานใหม่เอี่ยมของพวกเขาว่า มาตรการที่มุ่งลดอัตราภาษีเงินได้ซึ่งจีนประกาศออกมาใหม่โดยจะมีผลบังคับใช้กันในเดือนตุลาคมนี้นั้น จะสามารถเพิ่มพูนส่งเสริมการบริโภคและอัตราการเติบโตของจีดีพี เป็นการชดเชยความเจ็บปวดซึ่งเกิดขึ้นจากอัตราภาษีศุลกากรที่สูงขึ้นสืบเนื่องจากสงครามการค้าอย่างน้อยก็บางส่วน
       
       ตรงกันข้ามกับเสียงข้องใจสงสัยในตอนแรกๆ ของบางฝ่าย ที่ว่าการลดภาษีของแดนมังกรคราวนี้จะไปไกลและครอบคลุมเพียงพอแล้วหรือ ทีมนักเศรษฐศาสตร์ของแบงก์บาร์เคลย์ส เขียนในรายงานที่เผยแพร่ในวันนี้ (13 ก.ย.) ว่า การปฏิรูปการจัดเก็บภาษีเงินได้ครั้งนี้ น่าจะเพิ่มอัตราเติบโตของจีดีพีจีนได้ในระหว่าง 0.2 – 0.3% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของมาตรการซึ่งเวลานี้ยังไม่มีการเผยแพร่ออกมา
       
       รายงานของกิจการวาณิชธนกิจและให้บริการทางการเงินยักษ์ใหญ่สัญชาติอังกฤษแห่งนี้บอกว่า เฉพาะการขยายเพดานรายได้สูงสุดของกลุ่มที่เสียภาษีในอัตราต่ำสุดเพียงอย่างเดียว ก็สามารถที่จะลดการเสียภาษีลงไปถึงปีละ 332,000 ล้านหยวน ซึ่งเกินกว่าตัวเลขที่คาดการณ์โดยกระทรวงการคลังของจีนเสียอีก ขณะที่การลดภาษีในกรณีอื่นๆ มากกว่านี้ น่าที่จะเปิดทางให้เงินออมของภาคครัวเรือนจีนเพิ่มพูนขึ้น โดยอาจจะสูงขึ้นถึง 472,000 ล้านหยวนทีเดียว
       
       ถึงแม้การผ่อนคลายภาระทางภาษีเช่นนี้ จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่น่าถึงกับสามารถชดเชยผลกระทบจากภาษีศุลกากรที่สูงขึ้นไปได้ทั้งหมด โดยเฉพาะในเมื่อสหรัฐฯน่าที่จะเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไปอีกระลอกหนึ่ง และด้วยเหตุผลนี้เอง บาร์เคลย์ส จึงคาดหมายว่ายังจะต้องมีนโยบายการผ่อนคลายอื่นๆ ออกมาเพิ่มเติมอีก หากจีนต้องการบรรเทาความยุ่งยากลำบากจากเรื่องการค้านี้ให้มากขึ้น