พิพาทเขตน่านน้ำ! รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ต่อสายด่วนถึง “มาเลเซีย” ขอให้หยุดบุกรุกน่านน้ำใกล้ทวซ

ผู้จัดการออนไลน์

       

       เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – เมื่อวานนี้(5 ธ.ค)รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ วิเวียน บาลากริชนัน (Vivian Balakrishnan )ได้ยกหูถึงรัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ไซฟุดดิน อับดุลลาห์ (Saifuddin Abdullah) ขอให้ทางแดนเสือเหลืองหยุดบุกรุกน่านน้ำแดนลอดช่องนอกชายฝั่งทวซ( Tuas) หลังเรือสำนักงานควบคุมน่านน้ำมาเลเซียและจากหน่วยงานน่านน้ำมาเลเซียแล่นเรือเข้าน่านน้ำลอดช่องซ้ำหลายหนตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
       

       หนังสือพิมพ์สเตรทไทม์สของสิงคโปร์เมื่อวานนี้(5 ธ.ค)ว่า สิงคโปร์เรียกร้องให้ “มาเลเซีย” ประเทศเพื่อนบ้าน ยกเลิกการกระทำบุกรุกเข้าน่านน้ำสิงคโปร์บริเวณนอกชายฝั่งทวซ (Tuas) ซึ่งฝ่ายสิงคโปร์มีความเห็นว่าสิ่งนี้ถือเป็นการยั่วยุ
       
       และทางสิงคโปร์ยังออกมาโต้ข้ออ้างของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย มหาเธร์ โมฮัมหมัด ที่ได้กล่าวว่า ทางมาเลเซียไม่เคยแม้แต่จะแตะพรมแดนสิงคโปร์
       
       โดยในทางกลับกัน ทางมาเลเซียได้ยื่นหนังสือประท้วง 2 ฉบับถึงสิงคโปร์ ที่มีเนื้อหาใจความแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการเปิดเส้นทางการบินใหม่ที่จะเริ่มต้นในเดือนมกราคมออกจากท่าอากาศยานเซเลตาร์( Seletar Airport)ของสิงคโปร์
       
       พร้อมกันนี้ทางมาเลเซียยังยืนยันว่า การขยายอาณาบริเวณท่าเรือยะโฮร์บาห์รูใหม่( new Johor Baru port limits) นั้นกระทำอยู่ภายในน่านน้ำมาเลเซีย แต่เป็นสิ่งที่สิงคโปร์คัดค้านก่อนหน้า
       
       สื่อสิงคโปร์รายงานต่อว่า รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ วิเวียน บาลากริชนัน( Vivian Balakrishnan) ในวันพุธ(5) ได้โทรศัพท์ถึงรัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ไซฟุดดิน อับดุลลาห์ ( Saifuddin Abdullah) โดยเนื้อหาการสนทนาพบว่า ทางฝ่ายสิงคโปร์ได้ย้ำถึงความจำเป็นอย่างเร่งด่วนเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความตรึงเครียด และให้เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ อ้างอิงจากแถลงการณ์กระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์
       
       และนอกจากนี้เมื่อวานนี้(5) ทางสิงคโปร์ยังได้ออกมาปฎิเสธข้ออ้างของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียมหาเธร์ โมฮัมหมัด ที่ได้แสดงวาทะว่า “ทางแดนเสือเหลืองไม่เคยแตะพรมแดนของสิงคโปร์” แชเนลนิวส์เอเชียของสิงคโปร์รายงาน
       
       ซึ่งทางฝ่ายสิงคโปร์ชี้แจงว่า การขยายอาณาบริเวณท่าเรือยะโฮ บารูใหม่นั้น “ถือเป็นการละเมิดขั้นร้ายแรง” ต่ออำนาจอธิปไตยของสิงคโปร์และกฎหมายระหว่างประเทศ
       
       ทั้งนี้พบว่ามหาเธร์ได้แสดงความเห็นระหว่างนอกรอบของงานในรัฐสลังงอร์ว่า
       
       “เราสามารถวัดเพื่อที่จะดูว่าเป็นจริงหรือไม่ แต่เราไม่เคยแตะพรมแดนของพวกเขา” และมหาเธร์ยังเสริมต่อว่า “พวกเรายังคงอยู่ในน่านน้ำของตัวเอง”
       
       ในขณะที่แถลงการณ์ของกระทรวงคมนาคมสิงคโปร์ซึ่งออกมาในวันพุธ(5)มีใจความว่า
       
       “ทางสิงคโปร์ขอย้ำว่า น่านน้ำสิงคโปร์นั้นขยายไปทางตะวันตกของอาณาบริเวณท่าเรือปัจจุบันของเรารอบๆทวซ” และได้กล่าวต่อว่า “ดังนั้นเจตนาการขยายอาณาบริเวณท่าเรือยะโฮร์บาห์รูใหม่ ถือเป็นการบุกรุกเข้าไปในน่านน้ำสิงคโปร์ เข้าไปในพื้นที่ และถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่ออธิปไตยของสิงคโปร์และกฎหมายระหว่างประเทศ”
       
       หนังสือพิมพ์สเตรทไทม์ส์ชี้ว่า การขยายอาณาเขตท่าเรือยะโฮ บารู ใหม่ได้ถูกประกาศเป็นครั้งแรกบนหนังสือราชกิจจานุเบกษามาเลเซียเมื่อวันที่ 25 ต.ค ส่งผลทำให้มีการส่งเรือจากสำนักงานควบคุมน่านน้ำมาเลเซีย (Malaysian Maritime Enforcement Agency) และจากหน่วยงานน่านน้ำมาเลเซีย (Marine Department Malaysia) ล่วงล้ำเข้าน่านน้ำสิงคโปร์หลายครั้งตลอดช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุด
       
       ทางบาลากริชนันได้กล่าวถึงในระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับไซฟุดดิน อับดุลลาห์ว่า การบุกรุกอย่างยั่วยุอย่างต่อเนื่องจากฝีมือของเรือของรัฐบาลมาเลเซียนั้นเกิดขึ้น ถึงแม้จะมีการประท้วงทางการทูตจากสิงคโปร์แล้วก็ตาม
       
       ซึ่งการขยายอาณาบริเวณของท่าเรือยะโฮร์บาห์รูใหม่นั้นเกินขอบเขตพื้นที่การอ้างกรรมสิทธิ์ทางทะเลของมาเลเซียในบริเวณนั้นซึ่งเป็นไปตามแผนที่ฉบับของมาเลเซียฉบับปี 1979 แต่ทางสิงคโปร์ไม่เคยยอมรับ
       
       โดยในแผนที่ฉบับปี 1979 นี้แสดงให้เห็นว่า เกาะพิพาทเปดราบรังกา( Pedra Branca)ตามชื่อของสิงคโปร์ที่รู้จักในนาม เกาะปูเลาบาตูปูเตะห์ (Pulau Batu Puteh)ตามชื่อเรียกของมาเลเซีย ตกอยู่ภายในเขตแดนของมาเลเซีย แต่เป็นสิ่งที่ทางสิงคโปร์ได้ประท้วงต่อต้าน
       
       โดยในคำพิพากษาจากศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ICJ (International Court of Justice) เมื่อปี 2008 ได้ตัดสินให้เกาะพิพาทเปดราบรังกานี้ตกเป็นของสิงคโปร์
       
       และในการสนทนา บาลากริชนันยังได้หารือเลยไปถึงถึงปัญหาความขัดแย้งทางน่านฟ้าระหว่าง 2 ชาติ
       
       โดย 2 วันก่อนหน้า ในการอ้างถึงอำนาจทางอธิปไตยแดนเสือเหลือง รัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย แอนโธนีย์ ลก (Anthony Loke) แถลงยืนยันต่อรัฐสภามาเลเซียเมื่อวันอังคาร(4)ว่า ***ทางรัฐบาลมาเลเซียมีความต้องการเข้ามาจัดการน่านฟ้าเหนือยะโฮร์ใต้ยะโฮร์ด้วยตัวเอง*** โดยจะเริ่มต้นบังคับใช้ในปีหน้า หลังก่อนหน้าการดูแลนั้นเคยอยู่ในความควบคุมของสิงคโปร์
       
       การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทางมาเลเซียได้ออกมาคัดค้านการเปิดเส้นทางการบินใหม่ที่ได้ถูกเสนอต่อท่าอากาศยานเซเลตาร์
       
       โดยลกกล่าวว่า ทางมาเลเซียได้แจ้งอย่างเป็นทางการไปยังสิงคโปร์ให้รับทราบถึงการขอกลับเข้ามาจัดการน่านฟ้ายะโฮร์ใต้เมื่อวันที่ 29 พ.ยทื่ผ่านมา
       
       ในการแถลงต่อรัฐสภามาเลเซีย รัฐมนตรีคมนาคมลกชี้ว่า กัวลาลัมเปอร์ไม่เห็นด้วยต่อการเปิดเส้นทางการบินใหม่ของสิงคโปร์ เพราะจะเป็นการขัดขวางการพัฒนารอบเขตอุตสาหกรรม ปาเซอร์ กูดัง(Pasir Gudang) ซึ่งเส้นทางการบินหมายถึงการจำกัดความสูงของอาคารในพื้นที่ และกิจกรรมบริเวณท่าจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย
       
       ทั้งนี้การอนุญาตให้สิงคโปร์ดูแลเขตน่านฟ้ายะโฮร์ใต้นั้น อ้างอิงจากแถลงการณ์ของรัฐมนตรีคมนาคมสิงคโปร์ พบว่าเกิดขึ้นภายใต้ข้อตกลงระดับรัฐในภูมิภาค ซึ่งรวมไปถึงมาเลเซีย ในปี 1973 และได้รับการอนุมัติจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ICAO
       
       หนังสือพิมพ์สเตรทไทม์สชี้ว่า ในการสนทนาทางรัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์บาลากริชนันได้ย้ำว่า ทางสิงคโปร์เคารพในอธิปไตยของมาเลเซีย และถือเป็นผลกระโยชน์ร่วมของทั้ง 2 ประเทศในการรับรองความปลอดภัยการเดินทางอากาศเชิงพาณิชย์เหนือน่านฟ้าของทั้ง 2 ชาติ
       

       

ข่าวต่างประเทศ

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้