จีนโวยลูกสาวผู้ก่อตั้ง'หัวเว่ย'ถูกจับ แคนาดารวบตัวตามคำขอของสหรัฐฯ

ผู้จัดการออนไลน์

       

       เอเจนซีส์ - พญามังกรโวย หลังลูกสาวผู้ก่อตั้ง “หัวเว่ย” และก็เป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่แห่งนี้ด้วย ถูกรวบตัวในแคนาดาตามคำร้องของอเมริกาเพื่อให้ส่งตัวไปดำเนินคดีในสหรัฐฯในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ส่งผลให้หลายฝ่ายกังวลว่าสัญญาสงบศึกการค้าอเมริกา-จีนที่เพิ่งทำกันได้หมาดๆ อาจถึงขั้นล้มครืน อย่างไรก็ดี ปักกิ่งออกมาแถลงยืนยันว่า จะเดินหน้าสะสางข้อพิพาทเพื่อบรรลุข้อตกลงการค้าตามเส้นตาย 90 วัน
       

       การควบคุมตัว “เมิ่ง หว่านโจว” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) ของหัวเว่ย เกิดขึ้นหลังมีรายงานว่า ทางการอเมริกาเปิดการสอบสวนกรณีสงสัยว่า บริษัทจีนแห่งนี้ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน นอกเหนือจากที่หัวเว่ยกำลังถูกจับตาจากหน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐฯ ว่า เป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ
       
       เกิ่ง ส่วง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวระหว่างการแถลงข่าวประจำวันของกระทรวงในวันพฤหัสบดี (6 ธ.ค.) ว่า ได้ร้องเรียนไปยังแคนาดาและอเมริกาให้ชี้แจงเหตุผลในการควบคุมตัวเมิ่งแล้ว รวมทั้งขอให้ปล่อยตัวทันทีเพื่อปกป้องสิทธิตามกฎหมายของนักธุรกิจหญิงผู้นี้
       
       ทั้งนี้ ในวันพุธ (5) กระทรวงยุติธรรมแคนาดาแถลงว่า จับกุมเมิ่งในเมืองแวนคูเวอร์เมื่อวันที่ 1 ที่ผ่านมา ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำแคนาดาออกมากล่าวว่า เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรง
       
       คำแถลงของกระทรวงยุติธรรมแคนาดายังระบุว่า อเมริกาขอให้ส่งตัวเมิ่งไปให้ โดยซีเอฟโอหัวเว่ยผู้นี้จะขึ้นศาลเพื่อยื่นคำร้องขอประกันตัวในวันศุกร์ (7) และสำทับว่า ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้เนื่องจากเมิ่งขอใช้สิทธิ์ในการห้ามเปิดเผยข้อมูล
       
       นอกจากเป็นผู้บริหารระดับสูง เมิ่งยังเป็นบุตรสาวของเริ่น เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งหัวเว่ยและอดีตวิศวกรของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน
       
       ทางด้านหัวเว่ยที่แซงแอปเปิลขึ้นเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเบอร์สองของโลกประจำปีนี้ ระบุว่า บริษัทได้รับแจ้งข้อมูลน้อยมากเกี่ยวกับการจับกุมหรือข้อกล่าวหาเมิ่ง พร้อมยืนยันว่า บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่บังคับใช้ทั้งหมดในประเทศต่างๆ ที่เข้าไปดำเนินงาน ซึ่งรวมถึงกฎหมายควบคุมการส่งออกและการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ อเมริกา และสหภาพยุโรป
       
       ก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลเคยรายงานเมื่อเดือนเมษายนว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดการสอบสวนกรณีสงสัยว่า หัวเว่ยละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน
       
       ขณะที่หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกหมายเรียกหัวเว่ยด้วยข้อสงสัยเกี่ยวกับการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านและเกาหลีเหนือ
       
       ทางด้านวุฒิสมาชิกเบน แซสซีของสหรัฐฯ แถลงว่า จีนพยายามสร้างสรรค์วิธีการต่างๆ เพื่อบ่อนทำลายผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของอเมริกา ซึ่งอเมริกาและพันธมิตรไม่สามารถนิ่งเฉยได้
       

       การจับกุมเมิ่งเกิดขึ้นวันเดียวกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทำความตกลงสงบศึกการค้าชั่วคราวระหว่างเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดจี20 ที่อาร์เจนตินา
       
       เย่ ตัน นักเศรษฐศาสตร์อิสระของจีน ชี้ว่า อเมริกาเล็งใช้การจับกุมเมิ่งเป็นเครื่องมือต่อรองในการเจรจาการค้า
       
       ขณะที่ เม่ย ซินอี้ นักวิจัยจากกลุ่มคลังสมองที่บริหารโดยกระทรวงพาณิชย์จีน เขียนบทความลงในบัญชีวีแชตของเหรินหมินรึเป้าฉบับที่เผยแพร่ในต่างประเทศว่า กรณีนี้เป็นสัญญาณเตือนว่า คณะบริหารของทรัมป์อาจยกเลิกสัญญาสงบศึกการค้ากับจีน
       
       ทว่า เกิ่ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงยืนยันในวันพฤหัสบดีว่า สองประเทศจะปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างสีกับทรัมป์ ในการขยายการหารือและการร่วมมือเพื่อบรรลุข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ร่วมกันโดยเร็วที่สุด
       
       ส่วน เกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนก็กล่าวในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์เมื่อวันพฤหัสบดีเช่นกันว่า จีนจะปฏิบัติตามทันทีในฉันทามติที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันแล้วเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์การเกษตร พลังงาน รถยนต์ และรายการพิเศษเจาะจงอื่นๆ นอกจากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายยังจะหารือกันในเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา, ความร่วมมือกันด้านเทคโนโลยี, การเข้าถึงตลาด, และการค้าที่มีความสมดุล โดยที่จะทำงานอย่างหนักเพื่อบรรลุฉันทามติ โดยที่จีนเชื่อมั่นว่าจะบรรลุข้อตกลงกันได้ภายใน 90 วัน
       
       หัวเว่ยไม่ใช่บริษัทโทรคมนาคมจีนแห่งเดียวที่ถูกทางการอเมริกาไล่เช็คบิลล์ ก่อนหน้านี้ในปีนี้ อเมริกาสั่งห้ามบริษัทในประเทศขายชิ้นส่วนและซอฟต์แวร์ให้แก่บริษัทแซดทีอีของจีน ซึ่งเมื่อปีที่แล้วยอมรับว่า ละเมิดกฎหมายห้ามขายเทคโนโลยีของอเมริกาให้อิหร่าน
       
       มาตรการแบนดังกล่าวบีบให้แซดทีอีถึงกับต้องระงับการดำเนินงานสำคัญๆ ในเดือนพฤษภาคม ต่อมาอีก 1 เดือน วอชิงตันและปักกิ่งจึงบรรลุข้อตกลงที่จะทำให้แซดทีอีหลุดจากบัญชีคว่ำบาตร โดยก่อนหน้านั้นไม่กี่วันเพิ่งมีข่าวว่า จีนเสนอซื้อสินค้าอเมริกันเพื่อลดยอดเกินดุลการค้าที่มีต่ออเมริกา ทว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่า สองกรณีนี้ไม่เกี่ยวข้องกัน
       
       นอกจากนั้น แซดทีอียังต้องจ่ายค่ายอมความ 1,000 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติการถูกสั่งแบน
       
       ในอีกด้านหนึ่ง การที่หัวเว่ยมีตำแหน่งเป็นผู้ผลิตและผู้ให้บริการโทรคมนาคมใหญ่สุดของโลก ยังกำลังสร้างความกังวลให้คู่แข่งในอเมริกา รวมทั้งยังกลัวกันว่า สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เครือข่ายของหัวเว่ยที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศ อาจทำให้จีนมีช่องทางในการสอดแนมชาติอื่นๆ
       
       เดือนพฤษภาคม เพนตากอนระบุว่า อุปกรณ์ของหัวเว่ยและแซดทีอีก่อความเสี่ยงด้านความมั่นคงในระดับที่รับไม่ได้ และเจ้าหน้าที่ในฐานทัพสหรัฐฯ ถูกห้ามซื้ออุปกรณ์ของสองบริษัทนี้
       
       ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ออสเตรเลียประกาศห้ามหัวเว่ยเข้าร่วมในการให้บริการเครือข่ายไร้สาย5จี เนื่องจากกังวลว่า อาจถูกสอดแนม
       
       เดือนที่แล้ว นิวซีแลนด์เดินรอยตามออสเตรเลีย แต่อ้างเหตุผลด้านเทคโนโลยี
       
       ในวันพุธ บีที ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือใหญ่ที่สุดของอังกฤษ ประกาศถอนอุปกรณ์โทรคมนาคมของหัวเว่ยออกจากเครือข่าย4จี ของตน หลังจากผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองเอ็มไอ6 ระบุว่า อังกฤษอาจมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงจากระบบของหัวเว่ย
       
คำสำคัญ : หัวเว่ย

ข่าวต่างประเทศ

ข่าวยอดนิยม