ครม.เคาะทางคู่”เด่นชัย-เชียงของ”8.53 หมื่นล. ปรับแผนเวนคืนเร่งประมูลปลายปี ซอย 5-6สัญญา เร่งเปิดปี 66

MGROnline

       

       ครม.อนุมัติรถไฟทางคู่สาย “เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ” 323 กม. วงเงิน 8.53 หมื่นล. “อาคม”สั่งรฟท.ปรับแผนเร่งประมูลในปีนี้คู่ขนานเวนคืน หวังเปิดให้บริการเร็วขึ้น 2 ปี จากปี 68 เป็นปี 66 ด้านรฟท.เร่งชงซุปเปอร์บอร์ดอนุมัติTOR คาดซอย 5-6 สัญญา เพื่อความรวดเร็ว
       นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 31 ก.ค. ได้มีมติอนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ เส้นทางเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กม. วงเงินรวม 85,345 ล้านบาท ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ พร้อมอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนของโครงการเพื่อสร้างทางรถไฟ สะพานข้ามทางรถไฟในเส้นทาง 4 จังหวัด คือ แพร่ ลำปาง พะเยาและเชียงราย

       
       ทั้งนี้ได้เร่งรัดการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เวนคืนและก่อสร้าง เพื่อให้เปิดบริการเร็วขึ้น 2 ปี จากแผนที่จะเปิดเดินรถปี 2568 เป็นปี 2565-2566 ซึ่งให้ รฟท.เสนอคณะกรรมการกำกับการจัดซื้อจัดจ้าง (ซูเปอร์บอร์ด) ที่มีนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เป็นประธาน พิจารณากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อความโปร่งใสต่อไป
       
       โดยรถไฟทางคู่ เส้นทางเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กม. วงเงินรวม 85,345 ล้านบาท แบ่งเป็นค่างานโยธา 72,921 ล้านบาท โดยเบื้องต้นแบ่งการก่อสร้าง เป็น 3 สัญญา ได้แก่สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว ระยะทาง 104 กม.วงเงิน 26,704 ล้านบาท สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย ระยะทาง 135 กม. วงเงิน 28,735 ล้านบาท สัญญาที่ 3 ช่วง เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 84 กม. วงเงิน 17,482 ล้านบาท ค่าเวนคืนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ 10,660 ล้านบาท และค่าจ้างที่ปรึกษา 1,764 ล้านบาท โดยรัฐรับภาระค่าดำเนินการทั้งโครงการ โดยสำนักงบประมาณจัดสรรงบรายปีหรือกระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินกู้ค้ำประกันตามความเหมาะสม
       นอกจากนี้ ครม.ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการ เพิ่มเติมคือ 1. จัดทำแนวทางการพัฒนาโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งในภาพรวมของประเทศซึ่งจะเสนอครม.ใน1 เดือน 2. ประสานพื้นที่และท้องถิ่นเพื่อจัดทำพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว 3. ทำแผนบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ในระหว่างการก่อสร้าง เนื่องจากแนวเส้นทางผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำ A และมีอุโมงค์ 4 แห่ง ระยะทางรวม 13.9 กม. ที่แพร่,พะเยา,เชียงราย 4.เปิดโอกาสให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการเดินรถ
        “จะพยายามเร่งเปิดประมูลภายในปีนี้ เพราะโครงการนี้ EIA ผ่านแล้ว สามารถทำการประมูลหาผู้รับจ้างคู่ขนานไปกับการเวนคืนได้ ซึ่งในสัญญาก่อสร้างจะต้องกำหนดเรื่องการส่งมอบพื้นที่ไว้ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาส่งมอบล่าช้า อยากให้ทำเร็วๆ เพราะประชาชนรถคอยมา 58 ปีแล้ว ส่วนงบเวนคืน สามารถบริหารจัดการภายในจัดหามาดำเนินการได้”
       โดยโครงการนี้ ริเริ่มตั้งแต่ปี 2503 เริ่มศึกษาความเหมาะสม เป็นโครงการที่รอคอย 58 ปี โดยออกแบบแล้วเสร็จปี 2555 ผ่านการอนุมัติด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว (EIA) ซึ่งเป็นโครงการที่ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เพิ่มขึ้นอีก2 จังหวัด ได้แก่ พะเยาและเชียงราย เป็นการก่อสร้างเส้นทางสายใหม่ สามารถเชื่อมต่อไปยังศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย และเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
       นอกจากนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกำชับการออกแบบให้เหมาะสมและให้เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม พร้อมกับเร่งจัดหาหัวรถจักร และศึกษาแนวทางการประกอบรถภายในประเทศซึ่งนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคมกำลังพิจารณา ซึ่งอาจเป็นการส่งเสริมเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการ เช่น การต่อตัวรถ ซึ่งอาจจะเริ่มจากการประกอบแคร่ขนส่งสินค้าก่อน เนื่องจากปริมาณความต้องการตู้โดยสารและแคร่สินค้ามีมากพอที่จะลงทุนประกอบเองภายในประเทศ
       
        ส่วนรถไฟทางคู่เฟส 2 จำนวน 7 เส้นทางและสายใหม่อีก 1 เส้นทางนั้น รฟท.ได้ทำข้อมูลเพิ่มเติมและคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท.ได้อนุมัติแล้ว อยู่ในขั้นตอนเสนอไปที่คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแงชาติ(บอร์ด สศช.) หากได้รับอนุมัติจะสามารถเสนอครม.ได้ครบทั้งหมดภายในปีนี้
       นายอาคมกล่าวว่า ปัจจุบัน กำลังก่อสร้างเฟส 1 ระยะทาง 993 กม. และเฟส 2 รวมกับเส้นทางใหม่ มี 9 เส้นทางอีก 2,164 กม. เมื่อก่อสร้างเสร็จ จะเพิ่มโครงข่ายทางคู่เป็น 80% ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ และทำให้โครงข่ายระบบรถไฟหรือความหนาแน่นของรถไฟ เพิ่มจาก 0.0081 กม./ตร.กม. เป็น 0.0172 กม./ตร.กม. ซึ่งยังไม่รวมแผนในอนาคต ที่จะมีการเพิ่มเส้นทางรถไฟสายย่อยเชื่อมระหว่างเมือง เข้าสู่พื้นที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยว ที่รฟท.อยู่ระหว่างศึกษาจัดทำแผน เช่น เส้นทาง ระนอง-ชุมพร, อุบลราชธานี-ช่องเม็ก เป็นต้น
       
       ด้านนายสุชีพ สุขสว่าง วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง รฟท.กล่าวว่า ตามแผนงาน จะใช้เวลาในเวนคืนที่ดิน 1-2 ปี (ปี 63-64) จากนั้นจะเปิดประมูลในปี 64 เริ่มก่อสร้างปี 65 ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี หรือ 48 เดือน แล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในปี 68 ซึ่งจะมีการปรับกรอบดำเนินงาน โดยจะเริ่มขั้นตอนการประมูล คู่ขนานไปกับการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน
       
       อย่างไรก็ตาม หลังจากครม.เห็นชอบโครงการและร่างพ.ร.ฎ.เวนคืนแล้วจะต้องรอกระบวนการของกฤษฎีกาประกาศ โดยในส่วนของรฟท.จะเร่งจ้างที่ปรึกษาจัดทำเอกสารประกวดราคา และที่ปรึกษาสำรวจทำแผนที่ งานสำรวจรายละเอียดอสังหาริมทรัพย์ และประเมินราคาที่ดินเพื่อการเวนคืน คู่ขนานและเปิดประมูลหลังซุปเปอร์บอร์ดจัดซื้อฯอนุมัติทีโออาร์ ซึ่งคาดว่าจะมีการแยกสัญญาอุโมงค์และระบบอาณัติสัญญาณออกมาประมูลต่างหากเพื่อความรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ 5-6 สัญญา
       สำหรับการเวนคืนนั้น เป็นแนวเส้นทางใหม่ จะใช้พื้นที่เขตทาง สำหรับการเวนคืนนั้น เป็นแนวเส้นทางใหม่ จะใช้พื้นที่เขตทาง 50 เมตร ประมาณ 9,661 ไร่ ก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ (Overpass) จำนวน 40 แห่ง ถนนลอดใต้ทางรถไฟ (Underpass) จำนวน 102 แห่ง มีอุโมงค์ขนาด 4 แห่ง ระยะทางรวม 13.9 กม. ได้แก่ ในจังหวัดแพร่ 2 แห่ง ได้แก่ ช่วงกม.606+200 –กม.607+325 ระยะทาง 1.1 กม. และ ช่วงกม.609+050 – กม.615+425 ระยะทาง 6.4 กม. ในจังหวัดพะเยา 1 แห่ง ช่วงกม.663+400 – กม.666+225 ระยะทาง 2.8 กม. และจังหวัดเชียงราย 1 แห่ง ช่วงกม.816+600- กม.820+000 ระยะทาง 3.6 กม.
       
       โดย ผลการศึกษาความเหมาะสม มีค่าผลตอบแทนทางการเงิน (FIRR) 1.02% ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ(EIRR) 13.31% เปิดให้บริการปี 2566 ประเมินผู้โดยสาร 5,614 คนต่อวัน และเพิ่มเป็น 9,816 คนต่อวันในปี 2595 มีปริมาณสินค้า 2.20 ล้านตันต่อปี และเพิ่มเป็น 8.23 ล้านตันต่อปีในปี 2595