คนไทยเป็นหนี้ครัวเรือนละ 3.16 แสน ใช้ซื้อทรัพย์สินลงทุน แต่น่าห่วงหนี้นอกระบบพุ่ง

ผู้จัดการออนไลน์

       

       ม.หอการค้าไทยเผยผลสำรวจหนี้ครัวเรือนปี 61 พบมูลค่าหนี้สูงเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ครัวเรือนละ 3.16 แสนบาท เพิ่ม 5.8% ยังดีที่การก่อหนี้เป็นการซื้อสินทรัพย์และการลงทุน แต่น่าห่วงหนี้นอกระบบเพิ่มขึ้น เหตุชักหน้าไม่ถึงหลัง แนะรัฐบาลผลักดันสินเชื่อรายย่อย เพื่อให้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และดึงเจ้าหนี้นอกระบบให้มาอยู่ในระบบ พร้อมคุมดอกเบี้ย
       

       นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงการสำรวจประชาชนทั่วประเทศ 1,203 ตัวอย่าง เกี่ยวกับสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทยปี 2561 ว่า จำนวนหนี้เฉลี่ยครัวเรือนในปี 2561 มีมูลค่า 3.16 แสนบาทต่อครัวเรือน เป็นมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หรือนับตั้งแต่ทำการสำรวจมาเมื่อปี 2552 เพิ่มขึ้น 5.8% แบ่งเป็นหนี้ในระบบ 64.7% โดยหนี้ในระบบลดลงจากการสำรวจปี 2560 มีสัดส่วน 74.6% และหนี้นอกระบบ 35.3% เพิ่มขึ้นจากการสำรวจปี 2560 ที่มีสัดส่วน 26.4%
       
       “แม้หนี้ครัวเรือนในปี 2561 จะสูงสุดนับตั้งแต่มีการสำรวจมา แต่หากดูโครงสร้างหนี้แล้ว ไม่น่ากังวล เพราะส่วนใหญ่เป็นการก่อหนี้เพื่อใช้ในการซื้อสินทรัพย์ เช่น รถยนต์ บ้าน และการลงทุนประกอบกิจการ เช่น ลงทุนเครื่องจักร ซื้อวัตถุดิบ เป็นต้น แต่อีกส่วนมาจากการก่อหนี้เพื่อจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และกลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อครัวเรือน มีการก่อหนี้มาใช้จ่ายในครัวเรือนมากขึ้นเนื่องจากค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น”
       
       อย่างไรก็ตาม หนี้ครัวเรือนในปัจจุบันมีสัดส่วนต่อจีดีพีลดเหลือ 77% หรือประมาณ 12 ล้านล้านบาท หรือลดลงในรอบ 3-5 ปีที่หนี้ครัวเรือนมีสัดส่วนต่อจีดีพีอยู่ที่ 80% ขณะที่การผ่อนชำระต่อเดือน พบว่า ครัวเรือนมีความสามารถในการผ่อนชำระสูงขึ้น โดยปี 2561 ผ่อนชำระเฉลี่ย 1.59 หมื่นบาทต่อครัวเรือนต่อเดือน เพิ่มขึ้น 3.15% เทียบกับปี 2560 ที่มีการผ่อนชำระ 1.54 หมื่นบาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
       
       นายธนวรรธน์กล่าวว่า สาเหตุที่หนี้ครัวเรือนในปีนี้มีการก่อหนี้นอกระบบเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการกู้หนี้ในระบบเต็มวงเงิน ทำให้ต้องก่อหนี้นอกระบบเพิ่มเติม รัฐบาลต้องเร่งผลักดันมาตรการสินเชื่อพิโก หรือให้นำสินทรัพย์ เช่น รถจักรยานยนต์ รถยนต์ นำมาใช้กู้ยืมได้ รวมถึงสินเชื่อนาโนอย่างต่อเนื่อง เพราะถือว่าดำเนินการมาถูกทางแล้ว และการดึงให้เจ้าหนี้นอกระบบมาอยู่ในระบบมากขึ้น โดยควบคุมอัตราดอกเบี้ยไม่ให้เกิน 36% ต่อปี จะช่วยแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้
       
       สำหรับรายละเอียดการสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือน พบว่า ส่วนใหญ่เป็นการกู้เงินมาใช้จ่ายทั่วไปมากที่สุด รองลงมาเป็นการกู้มาชำระหนี้เก่า , ลงทุนประกอบธุรกิจหรือประกอบอาชีพ , จ่ายบัตรเครดิต , การศึกษา , ซื้อบ้าน, เสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ , ซื้อทรัพย์สิน (รถยนต์) , ใช้ในการเกษตร , รักษาพยาบาล และเล่นพนัน โดยเฉพาะฟุตบอล เป็นต้น
       
       ด้านข้อเสนอที่ครัวเรือนต้องการให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาหนี้ เช่น ฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้มีการจ้างงานและสร้างรายได้ , การดูแลค่าครองชีพและควบคุมราคาสินค้า , ดูแลเรื่องสวัสดิการให้กับประชาชน , แก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ , แก้ไขปัญหาการว่างงานและการเสริมอาชีพ , จัดหาแหล่งเงินทุนในระบบที่มีดอกเบี้ยต่ำ และจัดการขึ้นทะเบียนคนจน เป็นต้น
       

ข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจ

ข่าวยอดนิยม