ยุบ"สบพน."24ก.ย.รับพ.ร.บ.น้ำมันฯ  ข่าวดี!LPGโลกลดเงินอุดหนุนยังไม่เกินเพดาน

ผู้จัดการออนไลน์

       

       สบพน." เตรียมนับถอยหลังถูกยุบหลังพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันฯมีผลบังคับใช้ 24 ก.ย.นี้โดยจะเปลี่ยนไปเป็นสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแทน พร้อมสรุปแผนรับวิกฤติราคาน้ำมัน ยุทธศาสตร์บริหารและแผนทยอยเลิกชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพที่จ้างสถาบันปิโตรเลียมศึกษาก่อนกม.มีผล ขณะที่ข่าวดีราคาแอลพีจีโลกลดลง ด้าน NGVที่ปตท.อุดหนุนราคาให้กับรถสาธารณะจะใช้เงินกองทุนฯหรือไม่อยู่ที่นโยบายรัฐ
       

        นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน(องค์การมหาชน) หรือสบพน. เปิดเผยว่า พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงพ.ศ.2562 ที่ประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 27 พ.ค.จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 ก.ย.นี้ดังนั้นก่อนที่จะมีการเปลี่ยนผ่านการดำเนินงานภายใต้พ.ร.บ.ดังกล่าวจะต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ยื่นเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อออกพระราชกฤษฎีกายุบสบพน.เพื่อให้สอดรับกับพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันฯ ขณะเดียวกันก็จะมีการตั้งสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นมาทำหน้าที่แทน
        อย่างไรก็ตามภายใต้พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวกำหนดวงเงินที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันสุทธิไม่เกิน 40,000 ล้านบาทกู้ได้ไม่เกิน 20,000 ล้านบาทหากเกินจากนั้นจะต้องเสนอครม.ออกพระราชกฤษฎีกา และการใช้เงินจะต้องนำมารักษาเสถียภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิง(รวมก๊าซปิโตรเลียมเหลว ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(NGV) ในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกรณีวิกฤติการณ์ด้านน้ำมัน โดยในเรื่องดังกล่าวจึงได้ว่าจ้างให้สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยดำเนินการศึกษา 3 ด้านคือ 1. แผนรองรับวิกฤติราคาน้ำมัน 2. ยุทธศาสตร์การบริหารกองทุนน้ำมันฯ และ 3. แผนลดการชดเชยน้ำมันจากเชื้อเพลิงชีวภาพที่ภายใต้พ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดให้เลิกการชดเชยในระยะเวลา 3 ปีหลังกม.มีผลบังคับใช้และหากจะต่อให้ต่อได้อีก 2 ครั้งครั้งละ 2 ปี
        " เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำรองรับมี 4 เรื่องนอกเหนือจากวางโครงสร้างบริหารของสำนักงานใหม่ที่จะต้องเร่งให้เสร็จก่อน ก็จะมี 3 เรื่องที่ให้สถาบันปิโตรเลียมศึกษาซึ่งหากเป็นไปได้ก็อยากให้เสร็จโดยเร็ว โดยเฉพาะเรื่องแผนรองรับวิกฤติน้ำมันที่สถาบันปิโตรเลียมเองก็คงจะชัดเจนว่าวิกฤติน้ำมันนั้นอยู่ระดับใดซึ่งนิยามวิกฤติน้ำมันเบื้องต้นคือราคาน้ำมันที่ขึ้นอย่างรวดเร็วจนกระทบเศรษฐกิจ ซึ่งพ.ร.บ.น้ำมันฯออกมาเพื่อทำให้มีความชัดเจนจากเดิมที่อาศัยคำสั่งนายกรัฐมนตรีดำเนินการ "นายวีระพลกล่าว
       ทั้งนี้แผนการดำเนินงานโดยเฉพาะการปรับโครงสร้างการทำงานจะเสนอให้กับคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะมีทั้งหมด 15 คนโดยมีกรรมการ 11 คนมาโดยตำแหน่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะมาจากสรรหา 4 ตำแหน่งโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ดังนั้นเมื่อกฏหมายบังคับ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)ที่เดิมจะต้องพิจารณานโยบายน้ำมันเชื้อเพลิงก็จะตัดหน้าที่นี้ออกไปและไปดูเรื่องไฟฟ้าเป็นหลักแทน
        อย่างไรก็ตามการยกเลิกอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงขีวภาพทั้งเอทานอล และไบโอดีเซลภายใต้พ.ร.บ.น้ำมันฯขึ้นอยู่กับแนวทางดำเนินงานของรัฐบาลใหม่ว่าจะมีการอุดหนุนอย่างไรรวมถึงว่าจะมีการร่างพ.ร.บ.พลังงานทดแทนขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะหรือไม่ เช่นเดียวกับราคา NGV ที่ขณะนี้ได้ลอยตัวราคาแล้วแต่บมจ.ปตท.ยังคงดูแลส่วนของการอุดหนุนให้กับรถสาธารณะซึ่งจุดนี้จะทำให้กองทุนน้ำมันฯมาดูแลแทนหรือไม่ก็อยู่ที่ระดับนโยบายเช่นกัน
       ปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันฯอยู่ที่ 41,435 ล้านบาท แต่บัญชีแอลพีจีติดลบ 6,609 ล้านบาททำให้ฐานะกองทุนสุทธิอยู่ที่ 34,826 ล้านบาท โดยมีเงินไหลเข้ากองทุนน้ำมันเฉลี่ย 1,371 ล้านบาทต่อเดือน โดยแนวโน้มราคาแอลพีจีตลาดโลกขณะนี้ลดลงต่อเนื่องทำให้กองทุนน้ำมันฯชดเชยอยู่ 0.32 บาทต่อลิตรหรือมีเงินไหลเข้าเดือนละ 29 ล้านบาทในระยะสั้นจึงไม่น่าจะเกินวงเงินติดลบ 7,000 ล้านบาทที่กบง.กำหนดไว้
       

ข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจ

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้