บันทึกการเดินทางของเจ้าหญิงดีไซเนอร์

ผู้จัดการออนไลน์

       

       นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่คนไทยจะได้มีโอกาสติดตามบันทึกการเดินทาง และประสบการณ์แปลกใหม่ของ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ผ่านนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “Little Wild” ที่สะท้อนความงามของสัตว์ป่าและธรรมชาติของประเทศเคนย่า ทวีปแอฟริกา ซึ่งพระองค์หญิงโดยเสด็จเพื่อหาแรงบันดาลพระทัย ก่อนเริ่มทำแฟชั่นโชว์คอลเลกชันใหม่

ทั้งนี้ พระองค์หญิงรับสั่งอย่างเป็นกันเองว่า ถือเป็นทริปที่สมบุกสมบันมากที่สุดทริปหนึ่งและยังเป็นการกลับมาถ่ายภาพครั้งแรกในรอบ 6 ปี หลังจากไม่ได้จับกล้องถ่ายภาพอย่างจริงจังนับตั้งแต่จัดนิทรรศการภาพถ่ายเมื่อครั้งน้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2554 โดยที่มาในการถ่ายภาพครั้งนี้ ได้แรงบันดาลใจจากเมื่อครั้งเสด็จมาเยี่ยมชมนิทรรศการภาพถ่าย ของช่างภาพชาวเวียดนามที่ไลก้า แกลอรี่ แบงค็อก และได้กล้องไลก้าตัวใหม่กลับไป จึงประสงค์จะฟื้นฟูการถ่ายภาพอีกครั้ง

“ตลอดระยะเวลา 5 วันของทริปเคนย่า ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่สมบุกสมบันพอสมควร ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวเข้ากระดูก ค้างคืนที่แคมป์ภายในเขตอุทยานฯ ซึ่งไม่มีห้องน้ำ ฮีทเตอร์ เครื่องปรับอากาศ และไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต ยกเว้นบริเวณล็อบบี้ของโรงแรมเท่านั้น ทุกคืนท่านหญิงจะมีโน้ตบุ๊ก 1 เครื่องสำหรับโหลดไฟล์รูปเก็บไว้ บางครั้งก็จะใช้เวลาแต่งภาพดู นอกเหนือจากนั้น จะใช้ฟังเพลงสลับกับเสียงฮิปโปร้องเซ็งแซ่อยู่ไม่ไกลตลอดทั้งคืน”

       

       พระองค์หญิงรับสั่งต่อว่า การพักค้างแรมในอุทยานฯ จะต้องอยู่ในเซฟโซนเท่านั้น ห้ามออกไปนอกบริเวณ เพราะอาจจะเป็นอาหารของสัตว์ที่อาศัยอยู่รอบๆ ได้ ทุกวันจะตื่นบรรทมตอนตี 5 ประทับรถจี๊ป ขึ้นบอลลูน เพื่อฉายภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวและสเกตช์ภาพตลอดการเดินทาง โดยในกระเป๋าคู่พระทัยของพระองค์หญิง จะประกอบด้วยยาอม ยาดม ยาหม่อง น้ำดื่ม กล้องไลก้า และสมาร์ทโฟนสำหรับเก็บภาพระยะไกล ตลอดจนภาพที่มีการเคลื่อนไหวสูง เช่น ขณะที่ซีตาร์กำลังล่าเหยื่อ
       
       อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่กล้องคู่พระทัยที่นำไปเป็นกล้องเลนส์ฟิกซ์ ทำให้กว่าจะสามารถถ่ายภาพให้เหมือนอยู่ในระยะประชิดกับฝูงสัตว์ ต้องยอมเสี่ยงเข้าไปในระยะใกล้
       
       “กว่าจะได้ภาพใกล้ๆ แต่ละภาพ บางภาพที่ถ่ายต้องออกไปนอกรถครึ่งตัว แล้วให้คณะที่ตามเสด็จช่วยจับเอวไว้ อันตรายมากหรือพีคสุดคือ ปีนขึ้นไปถ่ายบนหลังคาถ่ายเสร็จแล้วก็รีบลงมา ก่อนที่บรรดาสัตว์ที่เป็นนายแบบนางแบบจะรู้ตัว และพุ่งเป้ามากินชาวคณะเป็นอาหาร”
       

       สำหรับภาพเซ็ตที่พระองค์หญิงทรงโปรดที่สุดคือ ภาพที่ถ่ายตรงช่วงเวลา 18.45 น. และภาพเดอะเลดี้ เป็นภาพสิงโตตัวเมีย ซึ่งพระองค์หญิงรับสั่งว่า ต้องเข้าไปถ่ายในระยะใกล้มากๆ และใช้เวลาพอสมควร เป็นอีกภาพที่ต้องเสี่ยงอันตรายไม่แพ้ภาพอื่น จะมีก็เพียงภาพของยีราฟเท่านั้นที่สามารถถ่ายได้สบายๆ ไม่ต้องเสี่ยงชีวิต
       
       นอกจากทริปนี้ พระองค์หญิงจะเน้นเก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ รวมไปถึงการเคลื่อนไหวของเหล่าสัตว์ป่าแล้ว ยังได้สัมผัสวิถีชีวิตของชนเผ่ามาไซอย่างใกล้ชิด
       
       “วันที่ไป เขาก็ออกมาร้องเพลง เต้นรำ และใช้การกระโดดประกอบเพื่อเป็นการต้อนรับ ซึ่งมารู้ภายหลังว่า การกระโดดนี้อนุญาตเฉพาะผู้ชาย ส่วนผู้หญิงไม่มีสิทธิ์ มีหน้าที่แค่เลี้ยงลูก การแสดงของพวกเขาน่าประทับใจมาก ไม่มีเครื่องดนตรีสักชิ้น แค่ใช้เสียงและการเคลื่อนไหวร่างกาย ก็ทำให้สนุกได้ จนท่านหญิงเองหลังจากตั้งกล้องเพื่อถ่ายรูปพวกเขา เก็บรายละเอียดของเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ทำง่ายๆ แต่สวยและมีสีสันมาก ก็จะถ่ายวิดีโอ จากนั้นก็รีบสเกตซ์ภาพเก็บไว้ แล้วก็ไปร่วมเต้นรำกับพวกเขาด้วย ก่อนจะเข้าไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตในบ้านดินของพวกเขา”
       

       สำหรับแนวภาพทรงโปรด พระองค์หญิงรับสั่งว่า โปรดภาพแนวเนชั่นแนล จีโอกราฟิก เพราะเป็นนิตยสารโปรด และด้วยความที่อยู่ในวงการแฟชั่นมานาน เพราะฉะนั้น รูปที่เป็นแนวแฟชั่นก็จะเบื่อ โดยเฉพาะ ภาพที่เป็นแนวซูเปอร์โพสซิ่ง ที่สำคัญพระองค์หญิงรับสั่งว่าจะไม่ใช้กล้องสะพายเพื่อเป็นแฟชั่น และพระองค์ก็ไม่ใช่ช่างภาพแนวสตรีท แต่โปรดถ่ายภาพเชิงประวัติศาสตร์ เหมือนเป็นเจอร์นัล
       
       “ในยุคดิจิทัล ที่ใครๆ ก็ใช้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพ ท่านหญิงคิดว่าไม่สู้กลับไปใช้กล้องถ่ายภาพเพื่อเก็บจังหวะที่เป็นอารมณ์ เป็น Good time and Good moment เก็บภาพประทับใจและเก็บเสี้ยววินาทีของชีวิตเหมือนเป็นไทม์ไลน์ดีกว่า” พระองค์หญิงรับสั่งทิ้งท้าย
       

       

       

       

       

       

       

       

       

ข่าวยอดนิยม