อาลีบาบาจับมือรถไฟใต้ดินเซี่ยงไฮ้นำระบบจดจำใบหน้า-เสียง ช่วยเลือกเส้นทางให้อัตโนมัติ

       

       ผู้ให้บริการรถไฟใต้ดินของเมืองเซี่ยงไฮ้เตรียมนำระบบจดจำเสียงพูดและระบบจดจำใบหน้าจากบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ "อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง" เข้ามาให้บริการผู้ใช้บริการที่มีหลายล้านคนต่อวันให้เดินทางได้สะดวกขึ้นแล้ว
       

       โดยความร่วมมือครั้งนี้ของอาลีบาบากับ Shanghai Shentong Metro Group ผู้ให้บริการรถไฟใต้ดินของเซี่ยงไฮ้นั้นมีการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยจะนำเทคโนโลยีจดจำเสียงพูดที่ชื่อว่า "Far-Field" เข้ามาติดตั้งที่ตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารภายในสถานนีทุกแห่ง เช่นเดียวกับระบบจดจำใบหน้า เพื่อยืนยันตัวตนของผู้เดินทางด้วย
       
       โดยเมื่อระบบติดตั้งแล้วเสร็จ ผู้โดยสารสามารถบอกจุดหมายปลายทางกับตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารได้เลย และระบบจะแนะนำเส้นทางที่ดีที่สุดให้
       
       "ผู้โดยสารไม่จำเป็นต้องใช้คำพิเศษใด ๆ เพื่อให้เครื่องคีออสเปิดการทำงาน" Yan Zhijie ผู้อำนวยการของสถาบันข้อมูลและเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ของอาลีบาบากล่าว
       
       Yan กล่าวว่า เทคโนโลยีจดจำเสียงพูดสามารถทำให้การเดินทางมีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น และสามารถรับคำสั่งเสียงได้แม้ในสถานที่สาธารณะที่มีเสียงรอบข้างรบกวนอย่างสถานีรถไฟใต้ดิน ส่วนเทคโนโลยีจดจำใบหน้านั้นยังอยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งผู้เดินทางต้องส่งมีการยืนยันภาพถ่ายที่จะส่งเข้าไปเก็บในระบบก่อน
       
       อย่างไรก็ดี ไม่มีการระบุว่าระบบใหม่นี้จะแล้วเสร็จ พร้อมใช้งานเมื่อไร แต่สำหรับแอปพลิเคชันชื่อเซี่ยงไฮ้ เมโทร (Shanghai Metro) ที่ให้ผู้เดินทางจ่ายค่าโดยสารได้ผ่านอาลีเพย์ (Alipay) นั้นมีกำหนดจะเปิดให้บริการในปีหน้า
       
       จากความร่วมมือดังกล่าวเห็นได้ว่า จีนกำลังก้าวสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแอปพลิเคชันโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทางการจีนได้วางเป้าหมายว่าจะสร้างประเทศให้เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ Innovation Center of AI ด้วยการทำให้อุตสาหกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศก้าวขึ้นมามีมูลค่าเกือบ 150,000 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2030
       
       โดยภายใต้คำนิยามของ AI นั้น หมายถึงการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้แก่ machine learning, cognitive computing, natural language processing เป็นต้น
       
       อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์จาก Pinsent Masons ก็ยังมองว่า อาลีบาบาไม่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับองค์กรได้มากนักเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างไป่ตู้ (Baidu) หัวเว่ย (Huawei) และเทนเซ็นต์ (Tencent)
       
       ขณะที่ตัวแทนจากอาลีบาบาเผยว่า นอกจากการจับมือกับเซี่ยงไฮ้เมโทรแล้ว อาลีบาบายังตั้งใจจะเข้าไปพัฒนาเทคโนโลยีให้กัท่าอากาศยาน ภัตตาคาร ร้านค้าปลีก และอีกหลายธุรกิจอีกด้วย
       
       ทั้งนี้ เฉพาะแค่ระบบรถไฟของเซี่ยงไฮ้เมโทรนั้น ก็มีสถานีให้บริการถึง 367 สถานี คิดเป็น 53 เปอร์เซ็นต์ของระบบขนส่งสาธารณะที่ให้บริการเพื่อรองรับประชากรกว่า 24 ล้านคน โดยมีค่าเฉลี่ยในการเดินทางอยู่ที่ 10.65 ล้านทริปต่อวัน (ในวันทำงาน)