กสท จับมือกรุงไทยจ่ายบิลผ่านแอป ปูทางต่อยอดบิ๊กดาต้าก่อนรวมทีโอที

ผู้จัดการออนไลน์

       

       กสท โทรคมนาคม ดึงธนาคารกรุงไทยให้บริการเพย์เมนต์เกตเวย์ครบวงจรผ่านแอปพลิเคชัน “กรุงไทยเน็กซ์” (Krungthai Next) เปิดทางลูกค้า กสท ที่เป็นบุคคลทั่วไปทั้งบริการโมบายและบรอดแบนด์จำนวนรวมกว่า 2.3 ล้านราย สามารถชำระค่าบริการได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเดินทางไปจุดให้บริการ ปัดไม่มีแผนลดจำนวนจุดบริการแต่อาจนำข้อมูลมาใช้วางแผนการบริหารจัดการในอนาคต ยอมรับอาจนำข้อมูลบิ๊กดาต้าจากการชำระค่าบริการบนแอปมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาแพคเกจโปรโมชันที่เหมาะกับลูกค้ามากขึ้น
       

       พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง กสท กับธนาคารกรุงไทย ครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อขยายช่องทางการชำระเงินของลูกค้าที่เป็นบุคคลทั่วไป ลูกค้ากลุ่มนี้มีจำนวนรวมกว่า 2.3 ล้านราย แบ่งเป็นลูกค้าโมบาย 2 ล้านรายและบริการบรอดแบนด์มากกว่า 2 ล้านรายทั่วไทย
       
       “คาดว่าลูกค้า 80-90% ของ กสท ที่เป็นกลุ่มพรีเพดจะหันมาชำระค่าบริการผ่านแอปพลิเคชันนี้ ความร่วมมือนี้จะเพิ่มช่องทางให้ลูกค้ามีทางเลือกชำระค่าบริการได้สะดวกขึ้น ขณะนี้ไม่มีเป้าหมายลดจุดให้บริการ แต่อาจจะนำข้อมูลมาใช้พิจารณาปรับเปลี่ยนช่องทางที่ไม่ได้รับความนิยม”
       
       แนวคิดนี้ของ กสท สะท้อนว่าบริษัทกำลังพยายามสนองนโยบาย “สังคมไร้เงินสด” ของรัฐบาล โดยปัจจุบัน ลูกค้า กสท สามารถชำระค่าบริการที่ร้านค้าปลีกอย่างเซเว่นอีเลฟเวน และธนาคารอื่นราวหมื่นจุด แต่นับจากนี้จะสามารถชำระผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai Next ได้
       
       จุดเด่นของบริการใน Krungthai Next คือระบบคิวอาร์โค้ดครอสแบงก์บิลเพย์เมนต์ (QR Code Cross Bank Bill Payment) ซึ่งลูกค้า กสท สามารถชำระเงินผ่านโมบายแบงกิ้งของธนาคารใดก็ได้ โดยที่ กสท สามารถบริหารจัดการเงินสด ลดปัญหาการจัดเก็บและสูญหายของเงินสด และสามารถเรียกดูรายการรับชำระค่าบริการผ่านระบบของธนาคารกรุงไทยชื่อ KTB Corporate Online ได้จุดเดียว
       
       นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ระบุว่าด้วยระบบนี้ จะทำให้ กสท ไม่ต้องเปิดท่อตรงกับทุกธนาคาร แต่ทำครอสแบงก์บิลเพย์เมนต์ได้เลย
       
       “ตัวนี้เองจะทำให้สามารถรับชำระผ่านทุกธนาคาร ยิงที่คิวอาร์ ก็จะสามารถชำระค่าบริการกับ กสท ได้เลย หลังบ้านจะสามารถแยกและทราบที่มาที่ไปของการชำระเงินได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งหมดนี้ตรงตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย คาดว่าจะขยายไปยังส่วนอื่น และจะผลักดันให้เกิดประเทศไทย 4.0 ได้อย่างเต็มรูปแบบ”
       

       กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ไม่เปิดเผยฐานผู้ใช้โมบายแบงก์กิ้งของธนาคารในขณะนี้ ระบุเพียงว่าผู้ใช้งานกำลังเติบโตต่อเนื่อง โดย Krungthai Next จะเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือกับ กสท เท่านั้น เนื่องจากอนาคต ธนาคารมีแผนให้บริการรับชำระค่าบริการกับกลุ่มลูกค้านิติบุคคลผ่านระบบออนไลน์ด้วย เพื่อจ่ายเงินกับหน่วยงานภาครัฐได้ง่ายขึ้น
       
       Krungthai Next ยังจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อยอดธุรกิจด้วยบิ๊กดาต้าของทั้ง 2 บริษัท จุดนี้ผู้บริหารยอมรับุว่าจะได้เห็นการวิเคราะห์สินเชื่อด้วยเทคโนโลยี AI เนื่องจากการชำระเงินผ่านแอปฯจะนำไปสู่การวิเคราะห์รายได้ และการตัดสินใจลงทุนของลูกค้าแต่ละรายโดยใช้ AI
       
       “กสท ก็อยากเห็นว่า เวลาลูกค้าวิ่งเข้ามา ลูกค้าเป็นกลุ่มไหน นี่จะเป็นจุดเริ่มต้น เพื่อให้เกิดความร่วมมือต่างๆ ในอนาคต”
       
       ในงานประกาศความร่วมมือนี้ ผู้บริหาร กสท ยังให้ความเห็นเรื่องความคืบหน้าการควบรวม กสท และ ทีโอที ว่าจะเป็นไปตามกำหนดการเดิมที่วางไว้ โดยสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการควบรวม ซึ่งหากมีมติเห็นชอบจะสามารถส่งมติไปที่บอร์ดบริหารของทั้ง 2 บริษัทเพื่อส่งเรื่องเข้า ครม. ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้
       
       “กสท ไม่มีข้อจำกัดในการควบรวม เพราะมีการประชุมกับทุกฝ่ายแล้ว มีการทำความเข้าใจว่าการควบรวมจะเกิดประโยชน์ แม้ว่าจะต้องใช้เวลา 1-3 ปีในการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และลดความซ้ำซ้อน คาดว่าจะต้องใช้เวลา 3 ปีกว่าการควบรวมจะสมบูรณ์ หมายถึงการเป็นระบบเดียวกันเพื่อทำรายได้”.
       
คำสำคัญ : กรุงไทย, กสท

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้