ฝุ่น PM 2.5 แค่ส่วนเสริม “คอร์สสแควร์-ติวเตอร์พี่อุ๋ย” มองอีเลิร์นนิ่งไทยปี 62 คึกคักเพราะตอบโจทย์

ผู้จัดการออนไลน์

       

       เปิดใจติวเตอร์พี่อุ๋ย-กุลนาถ ทีปประพันธ์ณี แห่งสถาบัน TUE MASTER และณัฐพล วัชรศิริสุข หรือณัฐ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอร์สสแควร์ จำกัด ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มและระบบคอร์สเรียนออนไลน์แบบครบวงจรสัญชาติไทย ทั้งคู่มองตลาดอีเลิร์นนิ่งไทยปี 62 คึกคักสุดขีดเพราะตอบโจทย์ทุกฝ่าย โดยแม้ฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 จะช่วยผลักให้กระแสเรียนออนไลน์ถูกพูดถึงมากขึ้น แต่ก็เป็นเพียงส่วนเสริมเท่านั้น เนื่องจากจุดแข็งหลักเรื่องโอกาสต่อยอดธุรกิจกวดวิชา และความสะดวกจากการไม่ต้องเดินทางจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การเรียนออนไลน์เติบโตอย่างยั่งยืน
       


       นอกจากติวเตอร์พี่อุ๋ย มเหศักดิ์ พุทธิรังษีวงศ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหาร สถาบัน TUE MASTER หรือแม็กซ์ ยังร่วมพูดคุยถึงโอกาสเติบโตของอีเลิร์นนิงไทยในมุมของสถาบันกวดวิชาออนไลน์อย่างน่าสนใจ ซึ่งสะท้อนทิศทางการเติบโตของระบบเรียนออนไลน์ในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม
       
       ติวเตอร์อุ๋ย : การเรียนกวดวิชาวันนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือการเรียนในห้องแบบสด อาจจะเป็นไพรเวทหรือเป็นกลุ่ม และการเรียนด้วยวิดีโอ ตัวผมมีโอกาสติวโรงเรียนนอกกรุงเทพฯ พบว่านักเรียนอยากเรียนแบบละเอียด แต่การเรียนในห้อง นั้นรับได้มากที่สุดเต็มที่คือ 200 คน เราจึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้เสียงไปได้ไกลกว่านั้น ซึ่งตอนนั้นเรายังไม่มีอุปกรณ์ เราคิดแค่ว่าถ้ามีเครื่องมือ ทุกคนก็จะสามารถเข้าถึงได้ นี่คือสิ่งที่อยากทำตอนนั้น
       
       แม็กซ์ : ก่อนที่เราจะมาเจอคอร์สสแควร์ เราคิดอยู่ว่าจะหาใครมาเป็นพาร์ทเนอร์ดี ซึ่งจะไม่ใช่การจ้างแบบฉาบฉวยหรือการทำโครงการครู่เดียวแล้วก็จบ แต่เราอยากสร้างนวัตกรรม อยากเปลี่ยนการศึกษาทั้งหมด อยากให้ถ้ามีอินเทอร์เน็ต นักเรียนจะได้ความรู้สึกเหมือนนั่งเรียนในห้องเลย
       
       ตอนนั้นมีทางเลือก 2 ข้อ คือเอาระบบที่มีอยู่ เข้ามาให้เขาจัดการ อีกทางคือหาคนทำ คนที่จะมองไปด้วยกัน ซึ่งคนนั้นต้องเห็นแล้วคิดว่าอยากจะทำด้วย
       

       ตอนแรก ผมเข้าไปคุยกับคอร์สสแควร์ก็รู้สึกว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ไฟแรง อยากทำจริง ไม่เล่น ทำแล้วสามารถพัฒนาไปต่อเนื่อง ก็คิดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์ที่ดี
       
       สิ่งที่เราต้องการคือนวัตกรรมที่เข้าถึงเราในตอนนั้นได้ ระบบเรียนออนไลน์ดั้งเดิมนั้นถ้านักเรียนมาไม่ทัน ก็เรียนไม่รู้เรื่อง ของเราดูย้อนหลังทบทวนได้ เรียกว่าเข้าถึงนักเรียนทุกคน เราสามารถแบ่งคนสอน แบ่งคนจัดการได้
       
       เรียนออนไลน์จะตอบโจทย์อีกหลายคนที่ยังเข้าไม่ถึงการศึกษา คนที่เดินทางลำบาก ตรงนี้จะเป็นเครื่องมือช่วยได้ เราพยายามหาวิธีทำให้คนเหล่านั้นสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ ลดช่องว่างการศึกษา และพัฒนาประเทศ
       
       ***เหนือกว่า YouTube
       
       ณัฐ : ยูทูบยังขาดฟีเจอร์ที่เอื้อต่อการเรียนออนไลน์ จุดต่างสำคัญคือคอร์สสแควร์สามารถวางแผนการเรียนได้ ผู้สอนสามารถคุยกับผู้เรียนเป็นการส่วนตัวได้ รองรับระบบจ่ายเงินก่อนเรียน
       
       บนยูทูบ นักเรียนที่พิมพ์คำถามจะทำให้คนอื่นเห็นคำถามท้ายวิดีโอ แต่คอร์สสแควร์มีระบบถามคำถามแบบส่วนตัว ครูและนักเรียนสามารถพิมพ์ตอบถามได้ อีกจุดคือความปลอดภัย เราพัฒนาคอร์สสแควร์ให้เสี่ยงเกิดปัญหาให้น้อยที่สุด โดยปิดโอกาสไม่ให้ถูกดูดข้อมูลไป เราพยายามมีการพัฒนาต่อเนื่องให้ดีที่สุด มีการใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เป็นสากล
       
       เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องหลัก เพราะเนื้อหาบทเรียนนั้นมี Value แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องวัดกันว่าจะแก้ไขได้เร็วแค่ไหน
       
       ในช่วงแรกของการพัฒนา เราพบว่าคู่แข่งยังน้อยในช่วงปี 2015 แต่บางส่วนอาจจะขาดฟีเจอร์บนแพลตฟอร์มไป การร่วมมือกับ TUE MASTER จึงเป็นการเข้ามาช่วยปรับแล้วเติบโตไปด้วยกัน
       

       ***เรียนออนไลน์ราคาคงที่
       แม็กซ์ : ผมคิดว่าราคาค่าเรียนคอร์สอีเลิร์นนิงจะไม่ต่ำลง เพราะจุดต่างสำคัญอยู่ที่คอนเทนต์ซึ่งน่าจะมีแวลูเพิ่มขึ้น วันนี้สื่อในการเรียนผ่านออนไลน์มีมากขึ้นอยู่แล้ว เราจึงต้องพัฒนาเนื้อหาให้ถูกใจ เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
       นักเรียนเองก็ต้องมีวินัยเพิ่มขึ้น เข้าห้องน้ำกลับมาก็ต้องมีวินัยควบคุมตัวเองมากขึ้น
       TUE MASTER นั้นเป็นสถาบันสำหรับเรียนออนไลน์เป็นหลัก สัดส่วนคนเรียนออนไลน์ในไทยคิดว่าไม่เกิน 20-30% ของคนเรียนสด ผมมองว่าอีเลิร์นนิ่งไม่ได้แย่งตลาดนักเรียนเรียนสดมา แต่เป็นการขยายตลาด เพราะจากเดิมที่สอนเฉพาะในกรุงเทพ แต่อีเลิร์นนิงทำให้คนที่ขอนแก่น เชียงใหม่ มาเรียนได้ด้วย เป็นการเรียนเสริม
       TUE MASTER มีนักเรียนหลักหมื่นราย จำนวนคอร์สหลักพัน ทั้งหมดเป็นหลักสูตรไทย ราคาหลากหลายทั้งระดับร้อย, พัน และหมื่น ผมว่าราคาคอร์สเรียนออนไลน์ไม่ได้ถูก เพราะที่สำคัญคือคอนเทนท์ แต่ละที่ไม่เหมือนกัน ราคาต่ำกว่าการเรียนสดเท่าไหร่ประเมินไม่ได้ก็จริง แต่เราตั้งเพื่อให้แฟร์ที่สุด ตั้งแต่หลักร้อยถึงหมื่น ต่างกันที่เนื้อหา ความยากง่าย ความยาวของวิดีโอ ระยะเวลาที่เรียน ซึ่งถ้าเฉลี่ยหารเป็นชั่วโมง แวลูที่นักเรียนได้จะสูงมาก
       พวกนี้ดูความเห็นได้บนทวิตเตอร์ เพราะเป็นไปในเชิงบวก
       ติวเตอร์อุ๋ย : อีเลิร์นนิงไม่ได้ทำให้การสอนน้อยลง เพราะเรายังมีความท้าทายเรื่องเนื้อหา ต้องพยายามอัปเดทตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าสอนออนไลน์อัดวิดีโอขายแล้วจบ แต่เราต้องอัปเดทให้ทันสมัยกับข้อสอบของปีนั้น ต้องเพิ่มเนื้อหา เราพยายามอธิบายให้เด็กนักเรียนรู้ว่ามีเราอยู่ เนื้อหาต้องเข้าใจง่าย ระบบดี
       แม็กซ์ : TUE MASTER กำลังเพิ่มจากกวดวิชาเลข ไปฟิสิกซ์ เราจะหาแฟลกชิป เพราะตลาดมันใหญ่ วันนี้ประเทศไทยมีนักเรียนม. ปลายราว 2-3 แสนราย จากกลุ่มเตรียมสอบม. 6 เราก็เริ่มเตรียมความพร้อมม.5 และม. 4 และอาจจะขยายไปกลุ่ม ม. 3 เข้า ม. 4
       ณัฐ : พฤติกรรมการเรียนออนไลน์ของนักเรียนไทยเปลี่ยนแปลงไปตามไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ ทำให้หลายคนเลือกเรียนออนไลน์มากขึ้น อีกปัจจัยที่ช่วยซัปพอร์ต คือฟีเจอร์ที่เรากำลังพัฒนา เราดูเทรนด์จากต่างประเทศ เชื่อว่าแนวโน้มอีเลิร์นนิงก็จะได้รับความนิยมมาถึงไทยด้วย
       เรามองว่า เราพยายามทำให้ระบบนี้ฉลาดขึ้น ทำให้ตอบโจทย์ให้ครอบคลุมมากขึ้น ฉลาดขึ้น ให้คนเรียนได้ประโยชน์มากขึ้น อาจจะแนะนำได้บางอย่างว่านักเรียนจะต้องศึกษาอะไรเพิ่มเติม เพื่อทำให้เรียนได้ดีขึ้น
       วันนี้คอร์สสแควร์กำลังมองรอบๆ อาจจะทำมาร์เก็ตติง และปรับโปรดักชัน เปลี่ยนจากสอนออนไลน์มาเป็นออฟไลน์ เราก็จะให้คำปรึกษาด้วย ขณะนี้มีลูกค้าสถาบันเกือบ 30 ราย ถือว่าเติบโตตามเป้าหมาย ที่เคยตั้งไว้ 3 เท่าตัวจากช่วงเริ่มธุรกิจที่มีลูกค้า 10 ราย
       นอกจาก B2B คอร์สสแควร์จะเริ่มทำ B2C เป็นตลาดออนไลน์ เราจะทำระบบอัปโหลดคอร์สขึ้นไป แล้วจะเป็นแพลตฟอร์มตัวกลางระหว่างคนเรียนกับคนสอน โดยนักเรียนจะสามารถทำบททดสอบหรือ Exam ที่เลือกว่าจะเป็นบททดสอบที่ควบทั้งบทฝึกสอน หรือระบบสอบจริงก็ได้
       จุดดีของระบบเรียนออนไลน์ คือการเรียนนิดเดียวจบ การเรียนสดจะเป็นการเรียนด้วยความเร็วของผู้สอน แต่อีเลิร์นนิงนั้น นักเรียนที่ไม่เข้าใจจะย้อนดูใหม่ได้เมื่อต้องการ
       

       เราเองเคยคุยกับโรงเรียน แต่ธุรกิจคอร์สสแควร์เติบโตด้วยลูกค้ากลุ่มกวดวิชาเป็นหลัก เนื่องจากพื้นฐานที่ต่างกัน โรงเรียนจะเน้นการเรียนเป็นเทอม ต่างจากกวดวิชาที่ไม่เน้น ทำให้อีเลิร์นนิงในโรงเรียนจะใช้เป็นเครื่องเสริมเท่านั้น คอร์สสแควร์เองมีให้บริการในโรงเรียนบางจังหวัด
       
       ฝุ่น PM 2.5 เสริมอีเลิร์นไทย?
       
       แม็กซ์ : ฝุ่น PM 2.5 ที่ทำให้ต้องปิดโรงเรียน เป็นแค่ปัจจัยเสริมอีเลิร์นนิง ผมคิดว่าเหมือนเครื่องกรองอากาศ ก่อนหน้านี้เครื่องกรองอากาศก็มีทำตลาดอยู่แล้ว แต่ฝุ่น PM 2.5 ทำให้คนรู้จักมากขึ้น
       
       สำหรับอีเลิร์นนิง เราจะเห็นจุดแข็งเรื่องเดินทางชัดมาก นักเรียนไม่ต้องเดินทางตัวเมือง ฝ่ารถติด ผู้ปกครองไม่ต้องนั่งคอย ตรงนี้ฟีดแบคจากผู้ปกครองชัดมาก
       
       ฝุ่น PM 2.5 เป็นแค่ปัจจัยเสริม เพราะวันนี้นักเรียนไทยคุ้นชินและรู้จักการเรียนวิดีโอมาก่อนแล้ว ทำให้ไม่ใช่เรื่องแปลก หลังๆ เด็กรู้ ว่าไม่ต้องเจอตัวก็ได้
       
       ณัฐ : ครูที่กังวลเรื่องนักเรียนเปิดหน้าจอทิ้งไว้แต่ไม่สนใจ สามารถตั้งค่าให้คอร์สสแควร์ติดตามหรือออกแบบให้มีระบบสอบคั่นกลางระหว่างบทเรียนได้ จุดนี้ขึ้นอยู่กับการดีไซน์คอร์สในช่วงแรก ว่าครูจะต้องการระบบเก็บข้อมูลการชมวิดีโออย่างไร โดยคอร์สสแควร์มีทั้งระบบติดตามว่าผู้เรียนใช้เวลาเท่าไหร่ในการเรียน และใช้เวลาบนหน้าจอเท่าไหร่
       
       ทางเนื้อหาเองก็นับ เรานับเป็นจำนวนวัน ชั่วโมง ออกแบบให้เป็นคลิปสั้น เลือกได้ว่าจะเรียนต่อ หรือจะพัก นักเรียนเลือกได้ว่าจะดูวิดีโอแบบความเร็วคูณ 2 หรือความช้าคูณ 0.5
       
       แม็กซ์ : เรามีเทคนิกตัดต่อบทเรียนให้ตื่นเต้น เหมือนซีรียส์ละครที่จะทิ้งท้ายประโยคเฉลยโจทย์ของผู้สอนไว้ในคลิกต่อไป เรียกความตื่นเต้นจากนักเรียนให้คลิกชมต่อ
       
       ณัฐ : ระบบคอร์สสแควร์จะออกแบบให้นักเรียนเห็นว่าวิดีโอนี้ดูแล้ว ด้วยการแสดงจุดดำให้สังเกตเห็น นักเรียนสามารถจดในวิดีโอได้
       
       โมเดลธุรกิจระหว่างคอร์สสแควร์และ TUE MASTER อยู่ในรูปส่วนแบ่งรายได้ แผนของคอร์สสแควร์ในอนาคตคือจะขยายธุรกิจ และจะประชาสัมพันธ์ให้เห็นว่าอีเลิร์นนิงตอบโจทย์การศึกษา สังคมไทยต้องปรับและให้ความรู้เรื่องนี้
       
       จากที่เราดูข้อมูล ครูผู้สอนและสถาบันกวดวิชายอมรับว่ารายได้เพิ่มขึ้น 40% เมื่อใช้ระบบอีเลิร์นนิง
       
       แม็กซ์ : เป้าหมายของการใช้อีเลิร์นนิงต่อยอดธุรกิจกวดวิชา ยังไม่ได้อยู่ที่นักเรียนมัธยมปลายเท่านั้น แต่เรามองกลุ่ม “เด็กซิ่ว” ด้วย รวมถึงคนที่ทำงานแล้วแต่อยากเตรียมสอบ หรือคนที่ต้องการสอบบรรจุครู ทหาร ซึ่งต้องใช้ความรู้ ม. ปลาย ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราวางเนื้อหาไว้แบบไหน ซึ่งหากเป็นการเรียนสด คนกลุ่มนี้อาจจะไม่อาจเรียนเพราะเวลาเรียนไม่ตรงกับตาราง หรืออาจไม่อยากเรียนร่วมกับเด็กนักเรียนปกติ
       

       การมองกลุ่มเป้าหมายนี้ทำให้ตลาดกวดวิชาออนไลน์ใหญ่ขึ้นมาก เพราะตลาดกวดวิชาธรรมดาว่าใหญ่แล้ว แต่แบบนี้จะยิ่งใหญ่ขึ้น มีที่ให้คนกลุ่มนี้เรียนได้ ปลดล็อกเรื่องอายุได้จริง
       จุดนี้แสดงว่าออนไลน์เลิร์นนิงน่าจะเพิ่มการเข้าถึง ยังมีกลุ่มนักเรียนแลกเปลี่ยน ที่ไม่อยากเรียนซ้ำชั้นเมื่อกลับมาเรียนที่ประเทศไทย กลุ่มนี้ก็มีจำนวนประมาณหนึ่งที่อีเลิร์นนิงตอบโจทย์ได้
       

ติวเตอร์อุ๋ย : อีเลิร์นนิงช่วยเรื่องเสียงของผู้สอนได้มาก ตอนนี้ผมได้พักมากขึ้น เอาเวลาว่างมาพัฒนาเนื้อหา มีเวลาคิดวิธีสอนใหม่ได้มากขึ้น แต่สุดท้ายแล้ว การเรียนออนไลน์มีส่วนเหมือนกับเรียนสดเรื่องหนึ่ง คือเมื่อเรียนแล้วต้องกลับไปทบทวน
       เพราะไม่ว่าเนื้อหาจะดีแค่ไหน แต่ยังไงก็ต้องทบทวน.


       ***รู้จักคอร์สสแควร์ (Course Square)
       บริษัท คอร์สสแควร์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นในอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2557 โดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการศึกษากว่า 9 ปี หลังจากที่ได้ริเริ่มทดลองพัฒนาระบบในปี พ.ศ. 2556 คอร์สสแควร์ ถือกำเนิดขึ้นเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยให้เข้าถึงคนทั่วทั้งประเทศ เริ่มจากการนำเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน มาประยุกต์ใช้ร่วมกับการเรียนในห้องเรียน พัฒนาสู่เว็บไซต์ www.coursesquare.com ตลาดคอร์สเรียนออนไลน์ให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงคอร์สเรียนต่างๆ และนั่งเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา
       จากกลุ่มสตาร์ทอัปเล็กที่ได้พัฒนาระบบที่มีศักยภาพ และเห็นถึงประสิทธิผล คอร์สสแควร์ จึงได้รับคัดเลือกเป็น 5 ทีมสุดท้ายเพื่อเข้าโครงการ True Incube Batch 2 รวมถึงได้รับรางวัลจากโครงการ Angel in the City ของ DEPA และได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการแปลงเทคโนโลยีเป็นทุน ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)
       ต่อมาในปี พ.ศ. 2558 คอร์สสแควร์ ต่อยอดความสำเร็จโดยได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการ “เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี” ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ Samart Corporation และการสั่งสมประสบการณ์ตลอดหลายปีทำให้ คอร์สสแควร์ สามารถเปิดตัวระบบ Course Square Mine ซึ่งเป็นระบบเรียนออนไลน์เต็มรูปแบบ สำหรับโรงเรียนกวดวิชา บริษัท หรือองค์กรต่างๆ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอีกขั้น
       และในปี พ.ศ. 2561 คอร์สสแควร์ ได้รับทุนสนับสนุนโครงการ Startup Voucher ของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในการก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดคอร์สเรียนออนไลน์ของประเทศไทย.
       
คำสำคัญ : คอร์สสแควร์, PM 2.5

ข่าวยอดนิยม