ทำไม “ประวิตร” ซวยไม่เลิก

       

       เป็นข่าวฉาวโฉ่ขึ้นมาอีกจนได้ สำหรับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ซึ่งสวมใส่เฟอร์นิเจอร์หรูประดับในวันถ่ายภาพหมู่ครม.ชุดใหม่ รัฐบาลประยุทธ์ 5 เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา จนนำไปสู่เสียงเรียกร้องการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินตามมา
       

        นาฬิกายี่ห้อดังจากประเทศสวิส มูลค่านับสิบล้านบาท และแหวนเพชรเม็ดโต วงละหลายแสนบาท เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่พล.อ.ประวิตรสวมใส่ และหลังจากภาพถูกเผยแพร่ คำถามก็ตามมาทันที
       
        ทรัพย์สินทั้งสองรายการนี้ พล.อ.ประวิตรได้แต่ใดมา
       
        เพราะการตรวจสอบรายการบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งไว้กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ปรากฏรายการนาฬิกาและแหวนเพชรที่พล.อ.ประวิตรสวมใส่
       
        ป.ป.ช.ประกาศจุดยืนออกมาแล้ว จะตรวจสอบที่มาที่ไปของนาฬิกาและแหวนเพชรของพล.อ.ประวิตร แต่สังคมคงไม่ได้ตั้งความคาดหวังกับการสอบสวนของป.ป.ช.เท่าใดนัก
       
        เพราะคดีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในเหตุการณ์ 7 ต.ค. 2551 ป.ป.ช.เคยช่วยพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชายพล.อ.ประวิตร โดยการตัดตอนไม่ยื่นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นที่พิพากษายกฟ้องพล.ต.อ.พัชรวาทมาแล้ว
       
        เมื่อถึงคราวที่พล.อ.ประวิตรต้องตกอยู่ในวิบากกรรม ทำไม ป.ป.ช.จึงหาทางลงให้ไม่ได้
       
        การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน เพื่อหาที่มาที่ไปของนาฬิกาหรูและแหวนเพชรเม็ดงามนั้น พล.อ.ประวิตรคงไม่กังวลเท่าไหร่ แต่สิ่งที่สร้างความอึดอัดใจคือ
       
        ทำไมกระสุนปืนจึงชอบตกใส่ ทำไมจึงกลายเป็นเป้าโจมตีของสังคมอยู่ตลอดเวลา ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก ข่าวลบๆ เรื่องร้ายๆ มักมาลงที่พล.อ.ประวิตร
       
        ไล่มาตั้งแต่การซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ การผลักดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่ภาครัฐ หรือแม้แต่การถูกโจมตีว่าอยู่เบื้องหลังการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงและการแต่งตั้งตำรวจ
       
        การเป็นนายทหารที่มากบารมี เป็นผู้มีอำนาจ เป็นรองนายกรัฐมนตรีดูแลความมั่นคง เป็นบุคคลสาธารณะ ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้พล.อ.ประวิตรตกเป็นเป้าโจมตีของสังคม
       
        เพราะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีอำนาจและบารมีมากกว่า แต่กลับมีข่าวฉาวไม่เท่าพล.อ.ประวิตร แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่ถูกโจมตีหนักเท่าพล.อ.ประวิตร
       
        การถูกจับผิดในเรื่องทรัพย์สินนั้น ไม่ใช่เรื่องคราวซวยของพล.อ.ประวิตร แต่เป็นเพราะถูกสังคมจับจ้องพฤติกรรมเป็นที่เคลือบแคลง
       
        พล.อ.ประวิตรไม่ได้ทำอะไรผิดไปเสียหมด เพียงแต่พฤติกรรมที่ผ่านมา ทำให้สังคมเกิดความไม่ไว้วางใจ และคำชี้แจงข้อโจมตีต่างๆ ก็ไม่สามารถลบล้างข้อครหาอย่างหมดจด
       
        จะแก้ต่าง แก้ตัว กลบเกลื่อนข้อกล่าวหาอย่างไร สังคมไม่ได้ให้ความเชื่อถือนัก
       
        อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนักเพียงใด พล.อ.ประวิตรสามารถเอาตัวรอดได้ตลอด เช่นเดียวกัน กระแสโจมตีเรื่องนาฬิกาหรูและแหวนเพชรเม็ดงาม พล.อ.ประวิตรคงหาทางลงได้ โดยไม่ถึงขั้นจนตรอกทางการเมือง
       
        แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ลุกลามอย่างรวดเร็วในวงกว้าง เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า พล.อ.ประวิตรกำลังถูกกระแสสังคมติดตามสอดส่องในพฤติกรรม ด้วยสายตาที่ไม่ไว้วางใจ
       
        คะแนนนิยมของพล.อ.ประวิตรกำลังตกต่ำถึงขีดสุด กลายเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ และมองไม่เห็นว่า จะฟื้นฟูความศรัทธาและความน่าเชื่อถือกลับมาได้อย่างไร
       
        พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีท่าทีทิ้ง “พี่ป้อม” การปรับ ครม.ครั้งล่าสุด จึงไม่มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งแต่อย่างใด และเป็นการตอกย้ำจุดยืนว่า
       
        พล.อ.ประยุทธ์พร้อมจะอยู่หรือไปพร้อม “พี่ป้อม”
       
        แต่พล.อ.ประวิตรไม่คิดจะทบทวนบทบาทตัวเองบ้างหรือ เพราะยิ่งอยู่ยาว ยิ่งตกเป็นเป้ากระสุนถูกกระแสโจมตีจนน่วมไปทั้งตัว
       
        ไม่รู้ว่าพล.อ.ประวิตรจะอยู่ต่อไปอย่างไร เพราะทำอะไรถูกจับผิดไปหมดแล้ว