“ประยุทธศาสตร์” การเมือง....

MGROnline

       

       "โสภณ องค์การณ์"
       

        การเมืองไทยยุคมีปัญหาบกพร่องด้านธรรมาภิบาลและหิริโอตัปปะ ทำให้ชาวบ้านได้เห็นอะไรพิลึกกึกกือสารพัด ทั้งพฤติกรรมของผู้ใหญ่ผู้โตกุมอำนาจ มีเล่นบทจำอวด เล่นลิ้นออกลีลาเล่นเกมซ่อนกลตีกินเพื่อเอาตัวรอดไปแต่ละวัน
       
       เมื่อไร้เนื้อหาสาระ ผลงานไม่เป็นชิ้นเป็นอันให้เข้าตาประทับใจชาวบ้าน จึงต้องใช้ลูกเล่นคารมหลอกคนบ้องตื้น เมื่อเจอคำถามแทงใจดำ ความโปร่งใส ก็ทำเฉไฉไขสือ โมโหโกรธาอารมณ์เสีย ตีหน้ายักษ์ คนรู้ทันได้แต่รู้สึกสมเพชเวทนา
       
        สังเวชในชะตากรรมของบ้านเมืองที่มีแต่กระสือการเมืองในรูปแบบต่างๆ ที่มาที่ไปต่างกัน แต่พฤติกรรมเหมือนกัน นั่นคือ “มุ่งแต่กอบโกยความมั่งคั่งจากทรัพย์สินแผ่นดิน” บ้านเมืองจะล่มจมอย่างไรไม่สน ขอให้พวกกูรอดจากหายนะ
       
       สภาพการณ์ทุกวันนี้จึงไม่ได้สร้างความหวังอะไรให้ชาวบ้านเชื่อมั่นได้ว่าอนาคตของบ้านเมืองจะดีขึ้น ข้อพิสูจน์ชัดก็คือ คุณท่านผู้นำนักรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญใช้เวลากว่า 3 ปี ให้สัญญาสารพัด แต่ผลงานทุกวันนี้ดูแล้วไม่คุ้มค่า
       
        จึงเกิดปรากฎการณ์ “เสียของ” อย่างแรง และตามมาด้วยสภาวะ “ขาลง” ต่อเนื่อง ชาวบ้านและผู้ใหญ่ผู้โตบางระดับที่เคยเป็นกองหนุนจึงผิดหวังขมขื่น คำเตือนเสียงแหบแผ่วจากบ้านสี่เสาจึงเปรียบได้เหมือน “ฟางเส้นก่อนสุดท้าย”
       
       ถ้ายังไม่ดีขึ้น เรียกหากองหนุนไม่ได้ น่าจะนำไปสู่ “ขาออก” แบบทางด่วน!
       
        อย่างที่เคยว่าไว้ กัลยาณมิตรที่เคยมี ถูกแปรสภาพให้เป็นคนไม่ชอบขี้หน้า ไม่ต่างจากท่านเหลี่ยมถั่งเช่าที่ได้แปลงมิตรให้เป็นศัตรู ผลสุดท้าย เพื่อนแท้ไม่เหลือ มีแต่ศัตรูกับขี้ข้า คุณท่านผู้นำน่าจะเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไว้เป็นบทเรียน
       
       มองย้อนกลับไป ถ้าคิดว่าฝีมือ ความเชื่อมั่นในตัวเองจะทำให้ยังอยู่ได้ ก็ควรมองต่อไปว่า ถ้าเจ๋งจริง เป็นของแท้ จะอยู่ในสภาพน่าอนาถ กองหนุนไม่เหลือแบบทุกวันนี้หรือ น่าจะไปสำรวจความเห็นของ “พวกน้องๆ” ในกองทัพบ้าง
       
       ดูว่าเขาประเมินฝีมือ ผลงานของคุณท่าน และพอใจหรือไม่? คุ้มมั้ย!
       
       ชาวบ้านทั่วไปมีมุมมองอย่างไร กระแสในโซเชียลมีเดียวัดได้ ให้ลูกน้องนั่งแท็กซี่ ชวนคนขับคุยสัก 10 ราย น่าจะรู้ว่ายังมีมธุรสวาจาให้คุณท่านหรือไม่
       
        ถ้าไม่เสียของดังว่า บ้านเมืองจะอยู่ในสภาพอย่างเช่นทุกวันนี้หรือ?
       
       เป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน ยังทำได้แค่นี้ ถ้าเป็นนักการเมืองระนาบเดียวกับนักการเมืองน้ำเน่าบ้าง เกือบดีบ้าง ไร้อำนาจพิเศษ จะทำอะไรได้หรือ? นอกจากจะเป็นคนกลาง นักประสานผลประโยชน์ให้นักเลือกตั้งเสือหิวกินเมือง
       
       “ผมไม่ใช่นักการเมือง ผมไม่ต้องการคะแนนเสียง ไม่ต้องการฐานเสียง” นี่เป็นคำประกาศของใคร ที่อาสามาจัดการปัญหาบ้านเมือง โชว์ฟอร์มน่าเชื่อถือ?
       
       กว่า 3 ปีไม่คุ้มค่ากับการที่ประชาชนยอมเสียสิทธิเสรีภาพ ถูกกดหัวภายไต้กฎหมายควบคุมการชุมนุมเพราะคุณท่านขอเวลาใช้ความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งอ้างว่ามีความขัดแย้ง แต่ไม่ชี้ว่าใครขัดแย้งกับใคร
       
        คุณท่านเรียกร้องให้มีความปรองดองสมานฉันท์ ชาวบ้าน วิญญูชนถามว่าจะให้ปรองดองกับใครไม่ทราบ ถ้าจะให้กินข้าวผสมขี้ จับมือฉีกยิ้มยืนถ่ายภาพกับพวกมีปัญหาภาพลักษณ์ ความเป็นกังฉินกินเมือง เจ้าพ่อมาเฟีย ทำไม่ได้แน่!
       
        และชาวบ้านค่อนข้างเชื่อว่า พวกนี้แหละจะเป็นฐานการเมือง ลมดันใต้ปีกของท่านในชีวิตการเมืองเต็มบ้อง ซึ่งต้องอยู่บนข้อตกลงเกี่ยวผลประโยชน์โดยไม่ต้องเดาว่าประชาชน บ้านเมืองจะเสียหายจากการแบ่งปันจัดสรรผลตอบแทนกัน
       
       การเมืองน้ำเน่า ยุทธศาสตร์โกงนำหน้า เป็นแบบนี้มาโดยตลอด! คุณท่านแน่มาจากไหนจึงเชื่อว่าจะเหนือกว่าผู้นำรัฐบาลคนอื่นๆ ที่มีพฤติกรรมไม่ต่างกัน
       
       การไปร่วมจับมือ ตระเวนหาเสียงกับกลุ่มการเมืองน้ำเน่า คนดีไม่ทำกัน!
       
       ใครจะทำอย่างนั้นก็เชิญ เพื่อผลประโยชน์อะไรก็ทำเถอะ คนดี คนเคารพตัวเอง มีเกียรติภูมิศักดิ์ศรี แยกแยะความดีชั่ว ไม่ขอเกลือกกลั้วกับทุรชนคนชั่ว หลังจากได้ประกาศตัวว่าเป็นนักการเมือง คุณท่านยังบอกว่า “ผมเป็นอะไรก็ได้”
       
       และตัวคุณท่านเองจะเป็นอะไรจากนี้ไป ยังมีความกำกวมอยู่ อนาคตของการเมืองและนักการเมืองไม่มีอะไรแน่ ถ้าไม่มีประชาชนเป็นฐานมั่นคง หวังแต่นักการเมืองสีเทา อำนาจทุนจากนักธุรกิจได้ประโยชน์จากรัฐ ไม่จีรังยั่งยืนแน่
       
       มีนักการเมืองอหังการใช้อำนาจแบบผิดๆ ยังเร่ร่อนหนีคุกอยู่ต่างประเทศหลายราย โดยเฉพาะคู่พี่ชายน้องสาวที่อยู่ในอังกฤษ ชาวบ้านเชื่อมั่นว่ารัฐบาลคุณท่านไม่มีน้ำยา ไม่มีความตั้งใจจริงใจ ที่จะเอาตัวกลับมารับโทษจำคุกได้
       
       การประกาศว่า “เป็นอะไรก็ได้” ต้องพิสูจน์ว่าเป็นผู้นำรัฐบาลมีธรรมภิบาลจัดการคอร์รัปชั่น จัดการเรื่องนาฬิกาฉาว 18 เรือน และเรื่องที่ค้างคาอยู่เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของชาวบ้าน อย่าให้ถูกคนมองว่าเป็น “นักลอยตัว นักตีกรรเชียง”
       
       เป็นคำประกาศที่น่าทึ่งจริง จากการเป็นแม่ทัพบก หัวหน้ารัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญ ประธาน คสช. นายกรัฐมนตรี มีอำนาจพิเศษ มาตรา 44 ซึ่งทำให้คุณท่าน “ทำอะไรก็ได้” ทั้งการใช้อำนาจเหนือบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญด้วย
       
        เป็นรัฐธรรมนูญผ่านการลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้เรียบร้อยแล้ว!
       
        ดังนั้นคุณท่านซึ่ง “เป็นอะไรก็ได้” “ทำอะไรก็ได้” ด้วยอำนาจพิเศษ จึงอยู่ในสภาพเหมือนบุคคล “เหนือรัฐธรรมนูญ” ด้วยหรือไม่ นี่เป็นประเด็นน่าสงสัย และการที่ “ทำอะไรก็ได้” นี่แหละ ทำให้เกิดภาวะ “หลังเย็นยะเยือก” ใช่หรือไม่
       
       การที่ “ทำอะไรก็ได้” และยังยึกยักว่าจะรับบทนายกฯ คนนอกหรือไม่นั้น นักการเมืองอยากขอให้คุณท่านสละเก้าอี้ “หัวหน้า คสช.” ด้วย เพราะคุณท่านนักการเมืองไม่ควรเป็นผู้มีอำนาจเหนือกองทัพ ต้องให้ ผบ.ทบ. กุมตำแหน่งนี้
       
        ทำได้หรือไม่ จะเป็นการพิสูจน์ว่าเจ๋งจริง เป็นของแท้ ไม่ต้องพึ่งอำนาจพิเศษ เข้าสู่สนามการเมืองแบบแฟร์ๆ ไม่เอาเปรียบนักการเมืองคนอื่นๆ
       
        เอ่อ…แต่กระพ้มเชื่ออย่างแรงว่าจะยังไม่มีเลือกตั้งอีกนานนะ โร้ดแหม็บๆ ที่ว่านั้น กระพ้มมองว่าที่แท้เป็นแผนที่ลายแทงไปสู่ขุมทรัพย์แผ่นดินมากกว่า
       
        จำได้หรือไม่ “คนไร้ความน่าเชื่อถือมักอ้างคำพระ” และ “ความรักชาติมักเป็นข้ออ้างสุดท้ายของคนโกง” จะเป็นนักการเมืองได้ แต่อย่าต้องให้ถึงขั้นที่ว่านี้!