เกาะสวาท-หาดนรกหรือสวรรค์??? (1)

       

       เมื่อวาน...สวมวิญญาณนางมโนราห์ หนีเสือ หนีหวย หนีนาฬิกาบิ๊กป้อม บินไปแถวๆ ตะวันออกกลางโน่นเลย มาวันนี้อาจต้องหนี “หมอธี” กันอีกซะแร้นน์น์น์ แทนที่จะกลับมาสิงสถิตในเล้าไก่เหมือนอย่างเคย คงต้องขออนุญาตเตร่ไปเตร่มาแถวๆ ทะเลอาหรับ แถบๆ มหาสมุทรอินเดีย ไปดูอะไรต่อมิอะไรในเกาะสวาท-หาดสวรรค์อย่างประเทศ “มัลดีฟส์” กันดูซักหน่อย เพราะวิกฤตการเมืองภายในของประเทศเกาะเล็กๆ แห่งนี้ เผลอๆ อาจลามปามไปถึงประเทศใหญ่ๆ ซึ่งกำลังไล่ฟัด ไล่งับกันแทบทุกพื้นที่ ทุกซีกโลก เอาเลยก็ว่าได้...
       

       อันที่จริง...คุณพี่ “โสภณ องค์การณ์” แห่งคอลัมน์ “มองต่างแดน” ท่านก็เคยพาใครต่อใครไปทัวร์มัลดีฟส์ มาตั้งแต่เริ่มเกิดเรื่อง เกิดราว เกิดการประลองอำนาจระหว่าง “ประธานาธิบดี” กับ “ศาลสูง” เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาฯ ที่ผ่านมา แบบชนิดละเอียด-คม-ชัด-ลึก กันพอสมควรแล้ว แต่เผอิญว่าท่านคงมุ่งเน้นแต่เฉพาะ “ปัญหาภายใน” เลยอาจไม่ได้โยงใยไปถึง “ปัญหาภายนอก” ที่มันค่อนข้างส่งผลให้อะไรต่อมิอะไรออกจะน่าปวดหัว เวียนเฮดมิใช่น้อย ชนิดถึงจะซัดยา “บวดหาย” เป็นกำๆ ก็อาจเอาไม่อยู่ มีแต่ต้อง “บวดหัว” ต่อไปเรื่อยๆ อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งระหว่างคุณพี่จีนและคุณน้าอินตะระเดีย ที่ต่างก็มีบทบาท อิทธิพลแทรกซึมอยู่ในระบบการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ของมัลดีฟส์ไปด้วยกันทั้งคู่...
       
       คือถ้าจะว่าไปแล้ว...คุณน้าอินเดียท่านน่าจะมาก่อน เนื่องจากเกาะมัลดีฟส์นั้นอยู่ใกล้ชิดติดพันภายในมหาสมุทรอินเดีย ห่างไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของศรีลังกาและอินเดียแค่ไม่เท่าไหร่ ไม่ว่ามัลดีฟส์เกิดปัญหาอะไรต่อมิอะไรขึ้นมาก็ตาม ก็ได้คุณน้าอินตะระเดียนี่แหละ เป็น “ตัวช่วย” เป็นทางออก ทางเลือก ในการแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ว่าเศรษฐกิจ หรือการเมืองมาโดยตลอด ถึงขึ้น...บางช่วง บางจังหวะ ที่เกิดการก่อกบฏ ก่อรัฐประหารขึ้นมาในมัลดีฟส์ อย่างเช่นช่วงปี ค.ศ. 1988 ที่เกิดความพยายามระดมทหารรับจ้างมาทำการปฏิวัติโค่นล้มอำนาจประธานาธิบดี “กายูม” (Maumoon Abdul Gayoom) ตัวประธานาธิบดีท่านเลยต้องหันไปเรียกร้องให้อินเดียส่งกำลังทหารเข้ามาช่วย เข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน ปราบกบฏได้ชนิดเรียบโร้ยย์ย์ย์โรงเรียนอินตะระเดียเอาเลยถึงขั้นนั้น...
       
       และแม้จะหมดยุคประธานาธิบดี “กายูม” ไปแล้วก็ตาม...ประธานาธิบดีรายใหม่ อย่าง “โมฮาเหม็ด นาชีด” (Mohamed Nasheed) หัวหน้าพรรค “MDP” (Maldivian Democratic Party) ที่เฉือนเอาชนะประธานาธิบดี “กายูม” ในสนามเลือกตั้งได้เป็นรายแรก ก็ยังคงซี้แหง ย่ำปึ้กกับคุณน้าอินเดียมาโดยตลอด ระดับโครงการพัฒนาสนามบินมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์ ที่ Male เมืองหลวงของมัลดีฟส์ ประธานาธิบดี “นาชีด” ท่านก็พร้อมยัดใส่มือแขกอินตะระเดีย โดยไม่ได้คิดลังเลใดๆเอาเลยแม้แต่น้อย...
       
       แต่เผอิญว่า...ท่านดันไปแพ้เลือกตั้งในปี ค.ศ. 2013 ต่อ “อับดุลเลาะห์ ยามีน” (Abdulla Yameen) หัวหน้าพรรค “PPM” (Progressive Party) ที่ได้จังหวะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีมัลดีฟส์ ตั้งแต่ช่วงจังหวะนั้น จนถึง ณ ขณะปัจจุบันนั่นเอง แล้วก็ดันเผอิญยิ่งขึ้นไปอีก ที่ประธานาธิบดี “อับดุลลา ยามีน” ท่านดันหันไปซี้แหง ย่ำปึ้กกับคุณพี่จีนกันแทนที่ เรียกว่า...ถึงขั้นไม่เพียงแต่ประกาศล้มเลิกโครงการพัฒนาสนามบิน Male ที่เคยให้สัญญาสัมปทานไว้กับอินเดีย โดยหันไปประเคนให้กับจีนเท่านั้น ในช่วงปี ค.ศ. 2014 หลังจากที่ประธานาธิบดีจีน “นายสี จิ้นผิง” เดินทางไปเยือนมัลดีฟส์อย่างเป็นทางการ ในฐานะถือเป็นจุดพื้นที่ที่สำคัญเอามากๆ ต่ออภิมหาโครงการระดับโลกของจีน คือโครงการ “หนึ่งแถบ-หนึ่งเส้นทาง” (One Belt, One Road)นั่นเอง ประธานาธิบดี “อับดุลลา ยามีน” ที่ได้ร่วมลงนามในข้อตกลง “เขตการค้าเสรีจีน-มัลดีฟส์” (Free Trade Agreement) ท่านเลยหันมายกอะไรต่อมิอะไรให้จีนไปเป็นแถบๆ...
       
       ไม่ว่าโครงการพัฒนาสนามบิน โครงการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน โครงการท่าเรือน้ำลึกสำหรับใช้เป็นทางผ่านของเรือสินค้า รวมทั้งสถานีสำหรับขนถ่ายสินค้า ไปจนถึงโครงการศูนย์เครือข่ายสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ชอบแห่กันไปเที่ยวเกาะสวาท-หาดสวรรค์ อย่างมัลดีฟส์ ปีละไม่รู้เท่าต่อเท่าไหร่ ยิ่งเป็น “นักท่องเที่ยวชาวจีน” ด้วยแล้ว ยิ่งถือเกาะแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมเอาเลยทีเดียว...
       
       แต่ที่อาจไม่ถึงกับ “เผอิญ” มากมายซักเท่าไหร่นัก...ก็คือมัลดีฟส์นั้น ไม่ได้เป็นเพียงเกาะยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีนล้วนๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นเกาะ เป็นพื้นที่ที่บรรดา “เรือรบ” ของจีน พร้อมจะแวะเข้ามาเยี่ยมเยือนอยู่เป็นประจำ อย่างน้อย...ช่วงปีที่ผ่านมา ปี ค.ศ. 2017 เรือรบของจีนไม่ต่ำกว่า 3 ลำ ได้แวะมายังท่าเรือเมือง Male เมืองหลวงของมัลดีฟส์ อันส่งผลให้คุณน้าอินตะระเดีย ท่านเลยอดไม่ได้ที่จะต้องสะดุ้งโหยง ชนิดหนวดชี้ เคราชี้ ออกอาการ...นาร๊ายณ์ นารายณ์ อย่างมิอาจปฏิเสธได้เพราะด้วยจุด ด้วยพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของมัลดีฟส์นั้น ย่อมสามารถส่งผลถึง “ยุทธศาสตร์ความมั่นคง” ของอินเดียไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะถือเป็นพื้นที่ที่สามารถตัดขวางเส้นทางเดินเรือ เส้นทางขนส่งน้ำมันมายังอินเดีย ได้แบบเต็มๆ เนื้อๆ การที่ต้องเห็นเรือรบของจีนมาป้วนเปี้ยนแถบเกาะแห่งนี้อยู่บ่อยๆ จึงไม่ต่างอะไรไปจากการเห็น “ภัยคุกคาม” อยู่หน้าปากประตูบ้าน อะไรประมาณนั้น...
       
       ด้วยเหตุนี้...เมื่อประธานาธิบดี “ยามีน” ผู้นิยมจีน ดันหันไปทะเลาะกับ “ศาลสูง” หาว่าไปเข้าข้างนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม อย่างอดีตประธานาธิบดี “นาชีด” และพวก ถึงขั้นประกาศกฎอัยการศึก ส่งทหารไปล้อมกรอบผู้พิพากษา ตุลาการ นักการเมืองฝ่ายตรงกันข้าม จนกลายเป็น “วิกฤตการเมืองภายใน” ขึ้นมา ขณะที่ผู้นิยมอินเดียอย่างอดีตประธานาธิบดี “นาชีด” หันไปหาทางออก ด้วยการเรียกร้อง วิงวอน ขอให้อินเดียส่งกองทัพเข้าไปแทรกแซงการเมืองในมัลดีฟส์ เหมือนอย่างที่เคยแทรกแซงมาเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ภายใต้สภาวะเช่นนี้ แล้วอีนี่...แขกจะเอาไงกันดีน่ะนายจ๋า อันนี้...คงต้องไปว่าต่อวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน....