“ประวิตร-สมยศ-เปรมชัย” ใครจะรอด

MGROnline

       

       คนใหญ่คนโตในแวดวงการเมือง ตำรวจ และแวดวงนักธุรกิจ กำลังตกเป็นข่าวฉาวโฉ่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนายเปรมชัย กรรณสูต กรรมการผู้จัดการบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น ITD ถูกสังคมรุมถล่มอย่างหนัก หลังเข้าป่าล่าสัตว์ ไม่เว้นแม้แต่เสือดำสัตว์ใกล้สูญพันธุ์
       

       คดีของนายเปรมชัย ถูกตีแผ่อย่างอึกทึกครึกโครม จนเกรงกันว่า จะกลบกระแสปมนาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนรี และกระแสฟอกเงินของนายกำพล วีระเทพสุภรณ์ เจ้าของอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ที่มีชื่อพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผบ.ตร.เข้าไปพัวพัน
       
       บุคคลที่มีชื่อเสียง มีฐานะทางสังคมถึง 3 คน ต้องตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน ถูกวิพากษ์วิจารณ์และรุมประณามจากพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม ผิดจริยธรรม และทำลายบรรทัดฐานทางการเมือง
       
       พล.อ.ประวิตร ถูกสังคมถามหาที่มาที่ไปของนาฬิกาหรูจำนวน 25 เรือน เพราะข้ออ้างนาฬิกาที่สวมใส่ยืมเพื่อนมาใช้ ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อ
       
       พล.ต.อ.สมยศมีปมเงิน 300 ล้านบาทที่โอนมาจากนายกำพล ซึ่งกำลังหลบหนีความผิดในข้อหาค้ามนุษย์ และถูกตรวจสอบเส้นทางการเงินที่โยกเข้ามาในตลาดหุ้น
       
       แม้พล.ต.อ.สมยศจะอ้างว่า เงิน 300 ล้านบาท เป็นเงินที่ยืมมา ในฐานะเพื่อนในแวดวงพระเครื่อง แต่เป็นคำพูดของพล.ต.อ.สมยศไม่แตกต่างจากคำแก้ต่างของพล.อ.ประวิตร โดยสังคมไม่เชื่อถือ และไม่มีการแจ้งข้อมูลการยืมเงิน 300 ล้านบาทในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
       
       ส่วนนายเปรมชัยกำลังอ่วมกับสารพัดข้อหา การสอบสวนถูกขยายผลจากคดีเข้าป่าล่าสัตว์ บานปลายไปสู่การบุกรุกป่า คาดว่า เจ้าตัวอาจต้องหนีเตลิดออกนอกประเทศ
       
       ทั้ง 3 คดีอยู่ในความสนใจของประชาชน แต่สังคมยังไม่แน่ใจว่า กระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการอย่างโปร่งใสหรือไม่ เพราะจำเลยสังคมทั้ง 3 คน มีอำนาจบารมี มีเส้นสาย มีฐานะทางสังคม และมีฐานะทางการเงิน
       
       คดีนายเปรมชัยคงไม่กังวลเท่าไหร่ เพราะแม้จะเป็นเศรษฐี มีเส้นสาย แต่ไม่มีอำนาจ และคดีล่าสัตว์คุ้มครองในเขตป่าอนุรักษ์ เป็นพฤติการณ์ที่คนทั้งประเทศไม่อาจยอมรับได้ และถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดแล้วในความผิดนับสิบกระทง
       
       แต่คดีของพล.อ.ประวิตร และคดีเงินสีเทาจากธุรกิจค้ามนุษย์ที่มีชื่อพล.ต.อ.สมยศพัวพัน สังคมยังไม่วางใจในกระบวนการสอบสวน ซึ่งยังไม่คืบหน้าไปเท่าใด
       
       พล.อ.ประวิตรนอกจากมีอำนาจบารมีแล้ว ยังมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีช่วยอุ้ม ช่วยปกป้อง ช่วยค้ำประกันความประพฤติมาตลอด
       
       ส่วนพล.ต.อ.สมยศ มีฐานะเป็นถึงอดีตผบ.ตร. มีตำแหน่งทางการเมือง และมีเส้นสาย เจ้าหน้าที่ที่จะสอบสวนแกะรอยเส้นทางการเงินจากการค้ามนุษย์ จะไม่เกรงใจหรือเกรงกลัวบารมีบ้างหรือ
       
       กระแสสังคมที่วิพากษ์วิจารณ์และเกาะติดปมนาฬิกาของพล.อ.ประวิตร และปมเงินของเสี่ยกำพลที่โผล่อยู่กับพล.ต.อ.สมยศ หนักหน่วงไม่ด้อยไปกว่าคดีการล่าสัตว์ของนายเปรมชัยเท่าใดนัก
       
       ปมนาฬิกาคดีของพล.อ.ประวิตร มีความสำคัญต่อการสร้างบรรทัดฐานและจริยธรรมทางการเมือง ความโปร่งใสในการบริหารประเทศ
       
       เงิน 300 ล้านบาทที่อ้างว่ายืมมาของพล.ต.อ.สมยศ เกี่ยวพันกับการค้ามนุษย์และการฟอกเงิน ซึ่งต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างจริงจัง สาวกันให้ถึงที่สุดว่า เงินของนายกำพลที่โยกเข้ามาในตลาดหุ้นนั้น ถูกนำมาฟอกหรือไม่
       
       หรือถูกนำมาทำธุรกรรมใดบ้างในตลาดหุ้น เกี่ยวพันกับคนกลุ่มไหน ถูกนำมาปั่นหุ้น หรือทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายร่วมกับขบวนการแก๊งมิจฉาชีพในตลาดหุ้นด้วยหรือไม่
       
       พล.ต.อ.สมยศไม่ได้เกี่ยวพันกับนายกำพลเฉพาะกรณีเงิน 300 ล้านบาทเท่านั้น แต่ยังมีธุรกรรมอื่นในตลาดหุ้นร่วมกันด้วย โดยประมาณกลางปี 2558 พล.ต.อ.สมยศได้ขายหุ้นบริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น AQ ชื่อเดิมบริษัท กฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) ให้นายกำพลด้วย
       
       กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ต้องตามแกะรอยเส้นทางการเงินของนายกำพลที่โยกเข้ามาในตลาดหุ้น
       
       ถ้าถูกนำไปฟอกในหุ้นตัวใด ต้องตามยึดให้หมด ดำเนินคดีกับทุกคนและทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องในธุรกรรมที่ผิดกฎหมายในตลาดหุ้นร่วมกับนายกำพล
       
       คดีนายเปรมชัยจบแล้ว เพราะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว แต่คดีพล.อ.ประวิตรและคดีพล.ต.อ.สมยศยังไปไม่ถึงไหน
       
       กระแสสังคมกำลังกลับมาเกาะติดคดีพล.อ.ประวิตร และพล.ต.อ.สมยศอีกครั้ง กำลังเฝ้าดูคดีบิ๊กทหารและบิ๊กตำรวจที่มีอำนาจบารมีคับประเทศ จะมีบทสรุปอย่างไร
       
       จะช่วยอุ้มจนหลุดรอดลอยนวลโดยไม่ตระหนักในกระแสสังคมให้รู้กันไป