"พลังธรรมใหม่"ยึดโมเดลจีนไม่เน้น"ดี เด่น ดัง"

MGROnline

       

นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึง การตั้งพรรคเพื่อเตรียมลงสนามเลือกตั้งที่จะมาถึงว่า เราได้มีการพูดคุย รวบรวมความคิดจากหลายๆ ฝ่าย เพื่อพัฒนาระบบการเมืองการปกครองของไทยให้เหมะสมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป จนได้ข้อสรุปว่า
       1. เราจะทำพรรคการเมืองโดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น 2 . เราจะยึดหลักการยึดอำนาจรัฐ ด้วยเสียงของประชาชน ใช้คุณธรรมนำการเมือง เราจึงตัดสินใจที่จะฟื้นพรรคพลังธรรมขึ้นมาใหม่ เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์แห่งความซื่อสัตย์ โปร่งใส ของพรรคพลังธรรมเดิม แล้วมาพัฒนาส่วนประกอบต่างๆให้ทันสมัย ทันยุค ทันเหตุการณ์ เป็นพลังธรรมยุคใหม่ ที่เน้นความซื่อสัตย์ สุจริต ปราศจากคอร์รัปชัน
       "พรรคพลังธรรมใหม่ เราจะใช้ระบบประชาธิปไตยใหม่รวมศูนย์แบบประเทศจีน โครงสร้างของพรรค จะมีการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค ถืออำนาจสูงสุดจากสมัชชาแล้ว คณะกรรมการบริหารพรรค จะใช้ระบบว่า บุคคลทุกคนจะต้องยึดกับพรรค ตำแหน่งทางการเมืองทุกตำแหน่ง กรรมการบริหารพรรค จะเป็นผู้แต่งตั้ง ซึ่งไม่เหมือนกับพรรคพลังธรรมเก่า ดังนั้นถ้าเกิดเหตุการไม่ดี กรรมการจะปลดทันที โดยคณะกรรมการธรรมาภิบาลพรรค ถูกเลือกจากสมัชชาพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรค ทำหน้าที่เป็นศาลฎีกาคดีอาญานักการเมืองภายในพรรค เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ส่อไปในทางทุจริตในตอนแรก เราจะสั่งพักงาน เพื่อตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้ว ถ้าไม่มีมูล ก็จะคืนอำนาจกลับตามเดิม แต่ถ้ามีมูล หรือผิด กรรมการธรรมาภิบาล จะให้ออกจากจากตำแหน่งทันที"


       พรรคพลังธรรมใหม่ ไม่ได้คิดจะตั้งพรรคเพียงแค่ต้องการ ส.ส.10 หรือ 20 คน เพื่อต่อรองเข้าร่วมรัฐบาล แต่เราต้องการนำประเทศไปแก้วิกฤตการณ์ พรรคเราจะนำประเทศเข้าสู่สังคมธรรมาธิปไตย เราต้องการความโปร่งใส
        มีหลายคนถามว่า ทำไมพรรคพลังธรรมเก่าถึงถูกยุบ นั่นเป็นเพราะการสร้างพรรคที่เน้นความสำคัญอยู่ที่ส่วนกลาง เอาคนดี เด่น ดัง มารวมกัน คนเหล่านี้นอกจากความเพียบพร้อม สิ่งที่ตามมาก็คือ "อีโก้" นำมาซึ่งความแตกร้าวของพรรคเมื่อไม่ได้สิ่งที่ตัวเองหวัง ดังนั้นการทำงานของพรรคเราจะต้องปรับ โดยระบบของพรรค จะกระจายอำนาจ สร้างความเข้มแข็งในภูมิภาคทุกส่วน ให้ความสำคัญกับส่วนกลางและภูมิภาค เท่าเทียมกัน เราแบ่งพื้นที่ประเทศไทยเป็น 12 ภาค เหนือ 2 ส่วน ภาคอีสาน 4 ส่วน ภาคกทม. 4 ส่วน ภาคใต้ 2 ส่วน เพื่อกระจายอำนาจให้ทุกจังหวัด ซึ่งจะมีกรรมการจังหวัด โดยมาจากตัวแทนพรรค อำนาจในการจัดการจังหวัดนั้น จะเป็นของตัวแทนจังหวัด ผู้สมัครส.ส. ก็จะผ่านการคัดเลือกจากตัวแทนจังหวัด
        "พรรคพลังธรรมใหม่เราไม่เน้นดี เด่น ดัง ถ้าดี เด่น ดัง แล้วลดอีโก้ไปได้ เรารับได้ เราต้องคัดเลือก แต่เราไม่เน้น เราต้องการคนที่ดีที่สุด จากทุกเขต แต่ไม่ใช่คน ดี เด่น ดัง เราต้องการคนที่มีประวัติสู้จริง คนจริง มีประวัติที่ดี เป็นคนดี พรรคพลังธรรม จะมีระบบสร้างนักการเมืองใหม่ทั้งหมด ถ้าเปรียบเทียบกับสโมสรฟุตบอล เราไม่คิดจะไปซื้อดาวดังทั่วโลกมา แต่เราจะเอาคนดีของพรรค มาฝึกฝนจากไม่มีชื่อเสียง จะกลายเป็นคนดี เด่น ดัง เพราะพรรคพลังธรรมใหม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น คนเหล่านี้ก็จะมีความซื่อสัตย์และความจริงใจให้กับพรรค" น.พ.ระวี กล่าว
       สำหรับแนวทางการสร้างพรรคพลังธรรมใหม่ เราจะไม่เน้นการหาหัวคะแนน แต่จะสร้างพรรคให้เข้มแข็งก่อน ด้วยการสร้างกรรมการจังหวัด ให้เป็นผู้จัดหา ส.ส. มาครบทุกอำเภอเรียบร้อยแล้ว จะแบ่งเป็นคณะกรรมการเขต ต่อทันที จะได้ประชุมกับเฉพาะเขตตัวเอง ไม่ต้องเดินทางไกล หลังจากประชุมพรรค วันที่ 29 เม.ย.นี้ ก็จะมีความพร้อมในการเดินหน้าหาเสียงได้ทันที
       ในเรื่องของอุดมการณ์พรรค เรามีเป้าหมายว่า พรรคเราจะนำประเทศเข้าสู่สังคมธรรมาธิปไตย เราต้องการความโปร่งใส จากอุดมการณ์นี้สรุปได้ว่า พรรคพลังธรรมใหม่ ไม่เอาประชาธิปไตยแบบตะวันตก ที่ประชาชนมีสิทธิเพื่อแค่วันเลือกตั้ง เราจะนำประเทศสู่การค้าเสรีที่เป็นธรรม ยุติการผูกขาดในประเทศ จะไม่ให้ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ และที่สำคัญคือ หลักการ unto คือทฤษฐีไม้จิ้มฟัน ถ้าเราเป็นไม้จิ้มฟันเพียงอันเดียว จะไปรบกับใครก็ไม่ได้ เราจะรวบรวมทุกคน ทุกศาสนา ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน เมื่อรวมกันได้เป็นจำนวนมาก ก็สามารถสู้รบกับใครก็ได้ ในอนาคตเราไม่เน้นว่าสมาชิกพรรคจะต้องดีพร้อม เราจะสรรหาคนที่ตั้งใจเข้ามาทำดี ตามรอยพ่อ เท่านี้ก็เพียงพอ