ปีทองข้าวไทย “สนธิรัตน์”รุกตลาดใหม่-28ปท.แห่ซื้อ เพิ่มยอด3หมื่นล้าน/ปี

ผู้จัดการออนไลน์

       

       "สนธิรัตน์" คิกออฟโครงการจับคู่ธุรกิจสินค้าข้าว ดึงผู้นำเข้า 28 ประเทศทั่วโลกกว่า 160 ราย เจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย เผยตกลงซื้อทันที 1,500 ล้านบาท และคาดสั่งซื้อภายใน 1 ปีไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท มั่นใจช่วยเร่งรัดส่งออก ทำให้มีตลาดรองรับผลผลิตข้าว ช่วงต้นฤดู ดันราคาข้าวเปลือกปรับตัวสูงขึ้น
       

       วานนี้ (8 พ.ย.) ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัล ลาดพร้าว นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการจับคู่ธุรกิจสินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าวเพื่อเร่งรัดการส่งออกว่า การจัดงานครั้งนี้ มีผู้ซื้อ ผู้นำเข้าจาก 28 ประเทศทั่วโลก เช่น จีน ฮ่องกง แคนาดา สหรัฐฯ ยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง อาเซียน เดินทางมาร่วมเจรจาธุรกิจกว่า 160 ราย และมีผู้ประกอบการไทยกว่า 170 ราย เข้าร่วมกิจกรรม โดยผลการเจรจาคาดว่าจะเกิดคำสั่งซื้อทันทีประมาณ 1,500 ล้านบาท และจะมีคำสั่งซื้อภายใน 1 ปีอีกประมาณ 30,000 ล้านบาท
       
       "ผมได้สั่งการให้บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ และภาคเอกชน ในการกิจกรรมเพื่อเร่งรัดการส่งออกข้าวไทยและผลิตภัณฑ์ข้าวไทยออกสู่ตลาดโลก เพราะถ้าผลักดันส่งออกได้เพิ่ม ก็จะช่วยดูดซับผลผลิตออกจากตลาดในช่วงต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าว และช่วยพยุงราคาข้าวให้แก่พี่น้องเกษตรกร ที่จะจำหน่ายข้าวเปลือกได้ราคาดีขึ้น รวมทั้งช่วยผลักดันให้การส่งออกข้าวไทยในปีนี้เป็นไปตามเป้าหมาย 11 ล้านตัน" นายสนธิรัตน์ กล่าว
       
       ทั้งนี้ ผลจากการหาตลาดรองรับผลผลิตข้าว และการผลักดันการส่งออกข้าว ของกระทรวงพาณิชย์ ทำให้ราคาข้าวเปลือกปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ ปัจจุบันอยู่ที่ 16,000-17,000 บาทต่อตัน และข้าวเปลือกหอมมะลิแห้ง มีราคาสูงถึง 18,000 บาทต่อตัน ในบางพื้นที่ ขณะที่ราคาข้าวเปลือกชนิดอื่นๆ เช่น ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 7,500-8,000 บาทต่อตัน สูงกว่าปีที่แล้วกว่า 500 บาทต่อตัน รวมถึงข้าวเปลือกเหนียว และข้าวเปลือกปทุมธานี ที่มีราคาปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน
       
       นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ในการจัดงาน ยังได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างผู้นำเข้าข้าวต่างประเทศกับผู้ประกอบการไทย จำนวน 4 ฉบับ รวม 93,000 ตัน ได้แก่ 1. การลงนามระหว่าง 759 Store ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและซูเปอร์มาร์เก็ต ที่มี 224 สาขาทั่วเกาะฮ่องกง กับบริษัท Siam Diamond Export Rice จำกัด เพื่อสั่งซื้อข้าวหอมมะลิไทย 10,000 ตัน 2. การลงนามระหว่าง 759 Store กับบริษัท Global Rice Intertrade จำกัด เพื่อสั่งซื้อข้าวหอมปทุมธานี 4,000 ตัน โดยทาง 759 Store ยังต้องการนำเข้าผลิตภัณฑ์ข้าวเพื่อเจาะตลาดภัตตาคารและร้านค้าทั่วไปด้วย
       
        3.การลงนามการลงนามระหว่างบริษัท Everflowing Fortune Trading Inc. จากฟิลิปปินส์ กับบริษัท Asia Golden Rice จำกัด โดยจะลงนามสั่งซื้อข้าวขาวไทย 5% , 15% และ 25% รวมจำนวน 70,000 ตัน และข้าวหอมมะลิไทย อีก 5,000 ตัน และ 4. การลงนามระหว่างบริษัท Guangdong Youliang Grain & Oil Industrial Co., Ltd. จากจีน กับบริษัท Homkula จำกัด สั่งซื้อข้าวหอมมะลิไทย GI และข้าวหอมมะลิไทยออร์แกนิกส์ รวม 4,000 ตัน
       
       นอกจากนี้ ภายในงาน ยังได้จัดนิทรรศการเกี่ยวกับข้าว ข้าวสี ข้าวคุณลักษณะพิเศษ เช่น ข้าวกข 43 ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวหอมนิล ข้าวหอมมะลิแดง และนวัตกรรมข้าวของไทย การสาธิตการประกอบอาหารจากข้าว และผลิตภัณฑ์จากข้าว การชิมข้าวไทยจากผลิตภัณฑ์อาหาร Ready to Cook และ Ready to Eat ที่ได้ตรารับรอง Thai SELECT และการนำผู้ซื้อ ผู้นำเข้าจากต่างประเทศเข้าเยี่ยมชม สถานประกอบการสินค้าข้าว ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย (นาเฮียใช้) จ.สุพรรณบุรี เพื่อให้เห็นถึงวิถีชีวิตและแสดงศักยภาพในการเป็นผู้ผลิตข้าวและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวของไทย เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพมาตรฐานข้าว ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและประชาสัมพันธ์ศักยภาพของข้าวไทย
       
       สำหรับการส่งออกข้าวในช่วง 9 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-ก.ย.) มีปริมาณ 8.12 ล้านตัน มูลค่า 4,101 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 14.13%.
       

ข่าวหนังสือพิมพ์รายวัน

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้