เปิดใจ “ใหม่ ภวัต” ผกก.บุพเพสันนิวาส กับเบื้องหลังที่ไม่มีใครรู้ เจ้าตัวเสียงสั่น เผยเหตุผลที่อยากก้มกราบ “แดง ศัลยา”

ผู้จัดการออนไลน์

       

       เปิดหมดเปลือก “ผกก.ใหม่ ภวัต” ผู้อยู่เบื้องหลังฉากฟินๆ ในบุพเพสันนิวาส กับฉากประทับใจที่สุดในเรื่อง เผยซีนที่ “โป๊ป” เครียดขั้นสุด ถึงขั้นขอต่อรองเพราะทำไม่ได้ ยก “เบลล่า” คือนางเอกที่จองตัวอยากร่วมงานด้วยอีก “โมสต์” ที่รับบท “ไอ้จ้อย” น้อยเนื้อต่ำใจที่บทด้อยได้เล่นเป็นบ่าว ไม่คิดว่าตนเองจะดัง จนอยากออกจากวงการ - ลั่นยอมรับผิดทำงานชุ่ยปล่อยให้มีฉากหลุด พร้อมเฉลยทำไมบทผิดพลาด อยู่ๆ ไม่มีฉากหมูกระทะที่ทุกคนรอคอย เจ้าตัวเสียงสั่นอยากก้มกราบ “แดง ศัลยา” แง้มตอนจบมีการแก้ไขบท ก่อนเผยเบื้องหลังการทำงานที่ไม่มีใครรู้มาก่อน
       

       ฟีเวอร์กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว สำหรับละคร “บุพเพสันนิวาส” ที่แม้จะเพิ่งออกอากาศไปเพียงไม่กี่ตอน แต่กลับสร้างปรากฏการณ์อะเมซิ่งขึ้นหลายอย่างในวงการละครไทย โดยเฉพาะเรตติ้งที่สูงถล่มทลาย คนติด “ออเจ้า” ทั่วบ้านทั่วเมือง ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่า ถ้าทำละครสนุก ทีวีไม่ตายแน่นอน ยังไงคนก็อยากดูสด ตอนนี้บุพเพสันนิวาสไม่ได้ดังแค่ในไทย แต่ยัง world wide ไปเอเชีย มีซับไตเติลจีน เกาหลี รัสเซีย และมีข่าวว่าจีนสนใจที่จะซื้อเรื่องนี้ไปฉายโกยเงินเข้าไทย จึงไม่แปลกที่เรื่องนี้จะถูกยกให้เป็นโมเดลละครไทยที่ผู้ผลิตละครในบ้านเราต้องหันมามอง
       
       แน่นอนว่าปัจจัยที่ทำให้ “บุพเพสันนิวาส” ดังเปรี้ยงทะลุจอ นอกจากบทสนุก พระเอก-นางเอกเล่นดีตีบทแตก นักแสดงในเรื่องมีส่วนสำคัญแล้ว คนที่อยู่เบื้องหลังที่ต้องให้เครดิตเลยก็คือ “ผู้กำกับการแสดง” ของเรื่อง “ใหม่ ภวัต พนังคศิริ” เพราะหากไม่ใช่มือผู้กำกับคนนี้ละครก็อาจจะไม่ฟินและอินมากขนาดนี้ก็ได้ โดยเจ้าตัวได้ให้นิยามบทบาทของตัวเองว่าเป็นเหมือนคนปรุงอาหารให้ละครเรื่องนี้กลมกล่อม ยกเรื่องนี้คือผลงานมาสเตอร์พีซ พร้อมเปิดใจถึงการถ่ายทำที่ยาวนาน 1 ปี 8 เดือน กว่าจะมาเป็นบุพเพสันนิวาส กับหลายเรื่องราวที่ไม่มีใครรู้มาก่อน บอกได้คำเดียวว่าหินสุดๆ เบื้องหลังกับเบื้องหน้าสนุกเข้มข้นพอๆ กันเลยนะออเจ้า
       
       ย้อนรอยจุดเริ่มต้น กดดันตั้งแต่ยังไม่เริ่มกำกับ
       
       “ตัดสินใจรับงานนี้ตั้งแต่เห็นชื่อเรื่องแล้วครับ พี่หน่อง (อรุโณชา) บอกว่าเป็นละครพีเรียด เรื่องบุพเพสันนิวาส ผมก็รับเลย ทั้งที่ยังไม่เห็นบทด้วยซ้ำ (ยิ้ม) เหตุผลเพราะ 1. ผมชอบละครพีเรียด 2. คิดว่ามันต้องมีอะไรแน่เลย ด้วยชื่อบุพเพสันนิวาสมันมีความละเมียดอะไรบางอย่าง ผมรู้สึกอยากทำละครพีเรียดละเมียดๆ สวยๆ บ้าง เพราะเรื่องก่อนกำกับเรื่องบางระจัน ก็จะดูดิบๆ หน่อย ก็เลยไปเอาหนังสือของคุณรอมแพงมาอ่านแล้วชอบมาก อ่านรวดเดียวจบโดยที่ไม่วาง มันสนุกมาก แล้วเป็นละครที่ไม่มีตัวนางร้ายแบบละครทั่วไป มันเหมือนโรดมูฟวี นางเอกท่องเที่ยว นั่นคือเสน่ห์อย่างหนึ่ง การที่นางเอกท่องเที่ยวในกรุงศรีอยุธยา การใส่รายละเอียดของพี่อุ้ย (จันทร์ยวีร์ สมปรีดา หรือนามปากกา รอมแพง ผู้เขียนบทประพันธ์) มันเลยดูน่าสนใจ สนุกไปกับเกศสุรางค์ หรือการะเกด”
       
       “พอเริ่มทำ ป้าแดง ศัลยา ก็เขียนบทโทรทัศน์ และต้องใช้ระยะเวลาในการเขียนบทพอสมควร ต้องยอมรับว่าฝีมือระดับอาจารย์ บทก็เลยสนุกเข้าไปอีก พอมาถึงหน้าที่เรา นวนิยายก็สนุก บทก็สนุก ความกดดันโยนมาที่เราแล้ว (หัวเราะ) เราต้องทำให้สนุก ถ้าตีความว่าเราเป็นคนดู เราเป็นผู้กำกับต้องทำให้ละครสนุก (ได้ถามพี่หน่องมั้ยว่าทำไมเลือกเรา?) เพราะเราแสดงออกบ่อยๆ ว่าชอบพีเรียด พี่หน่องก็จะรู้ว่าผมชอบและถนัดพีเรียด ทำแล้วมีความสุข มันเป็นทางของเรา ละครปัจจุบันก็ทำนะครับ มันขึ้นอยู่กับเนื้องานมากกว่า”
       
       “ความชอบแนวพีเรียดอยู่แล้วทำให้กำกับเรื่องนี้ง่ายขึ้น เรารู้ว่าเราจะฟินตรงไหน (หัวเราะ) เรารู้ว่าอะไรจะทำให้ฟินได้บ้าง แสง เสียง แสงเทียนวิบวับๆ ความละมุน กับละครพีเรียด ความสโลว์ไลฟ์ของอดีตที่มีความสวย งดงามวิจิตร เราก็จะดึงตรงนั้นแหละเข้ามาใช้ในละครพีเรียดที่ทำ”
       
       “ตอนที่อ่านนวนิยายเรื่องนี้ ผมก็วาดภาพในหัวไว้อย่างที่ทุกคนที่อ่านนวนิยายวาด และรู้สึกอยากเห็นอย่างที่ทุกคนที่อยากเห็น เพราะฉะนั้นเราก็จะมีภาพฝันของเราว่าซีนนี้ต้องอย่างนี้ๆ แต่พอมานั่งคิดในฐานะคนทำคงทำขนาดนั้นไม่ได้หรอก บ้าเหรอ (หัวเราะ) ยอมรับว่าเราไม่มั่นใจว่าจะทำได้อย่างที่วาดภาพไว้มั้ย เพราะใครจะไปเห็นเมืองอยุธยาทั้งเมือง คือขนาดนั้นฮอลลีวูดหรือเปล่า (หัวเราะ) เพราะเรารู้ศักยภาพของเราประมาณหนึ่ง ทั้งซีจีต่างๆ ด้วย-เวลาที่จำกัดด้วย มันมีข้อจำกัดหลายอย่างก็เลยได้อย่างที่เห็น เราพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้แล้วครับ หลังๆ จะมีเวลาหน่อยมันก็จะดูสวยขึ้น สมจริงขึ้น ละเอียดขึ้น”
       
       “โป๊ป-เบลล่า” คือใช่เลย นี่แหละ “การะเกด-พี่หมื่น” เปิดอกคุยกับเบลล่าตรงๆ อันไหนเล่นล้นไม่เอา เผยมีซีนที่โป๊ปเดินเข้ามาขอต่อรองเพราะทำไม่ได้
       
       “รู้สึกว่าใช่เลย กับโป๊ปใช่เลย เขามีมาดบางอย่าง ต้องยอมรับว่าโป๊ปเล่นละเอียด โดยเฉพาะสายตา ผมเคยร่วมงานกับโป๊ปมาแล้วในเรื่องบ่วง ส่วนเบลล่าเพิ่งเคยทำงานด้วยกันครั้งแรก เราก็มาตีความกัน คุยกัน แล้วก็มาแยกตัวละครกันว่าอันนี้เกศสุรางค์นะ อันนี้การะเกดนะ อันนี้เกศสุรางค์ที่อยู่ในร่างของการะเกดนะ ซับซ้อนมีรายละเอียดย่อยเข้าไปอีก เบลล่าเล่นออกมาได้ชัดเจน ก็รู้สึกว่าเบลล่าเก่งมาก ตั้งใจ มีลูกละเอียดเยอะเหมือนกัน เพราะฉะนั้นพอคนละเอียดกับคนละเอียดมาเจอกัน เราก็เลยมีสายตาวิบวับให้รับรีแอ็กต์ได้มากมายอย่างที่ทุกคนเห็น (หัวเราะ) ถ่ายรับหน้าโป๊ปใช้ได้หมด เพราะตาเขาบอกหมดว่าสื่ออะไร ต้องการอะไร โดยเฉพาะเลิฟซีนทั้งหลายแหล่ ถือว่าผมมีวัตถุดิบที่ดี นวนิยายดี บทประพันธ์ดี พระ-นางดี ผมในฐานะผู้กำกับมีหน้าที่จับทุกอย่างใส่รวมกัน ปรุงรสให้กลมกล่อม”
       
       “เราก็รู้สึกว่าสองคนนี้โอเคเลย ผมมีความรู้สึกว่าเบลล่าสวย แล้วอยากถ่ายเขา ถ้าเราเห็นนักแสดงคนไหนแล้วเรารู้สึกอยากถ่ายเขา แสดงว่าเขามีเสน่ห์กับเรา พอได้ร่วมงานแล้วเบลล่าได้ดั่งใจมากครับ เพราะเบลล่าตั้งใจในทุกๆ ฉาก เราจะคุยกับเบลตลอดว่าอันไหนเรียกว่าล้น อันไหนต้องคุม เล่นเยอะไปไม่เอา ขนาดคุมกันอยู่นะก็จะมีคนถามว่านางเอกล้นไปหรือเปล่า แต่ผมอยากให้ตีความกลับกันดีๆ ทุกคนน่าจะเข่าใจว่านักโบราณคดี (นางเอกเรียนโบราณคดี) เรียนโบราณคดีมา เห็นแต่ในหนังสือ พอไปเจอของจริงมันจะไม่ตื่นตาตื่นใจเหรอ จริงๆ ไม่ล้นนะครับ เพราะมันเป็นความรู้สึกของเขาครับ แล้วเราก็บอกเบลล่าให้ทำเป็นธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่หนูจะทำได้ ผมจะมีหน้าที่คุมให้ เราจะแชร์กันตลอดว่าอันนี้พอแค่นี้ๆ โป๊ปกับเบลล่าทำการบ้านดีมาก (ลากเสียง)”
       
       “ในส่วนของโป๊ปเขาทำการบ้านเรื่องของภาษา นอกจากที่เขาจะต้องตีความอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะมากมายแล้ว บทเขาต้องเป๊ะ โป๊ปเคยเดินเข้ามาถามว่า เราต้องเป๊ะขนาดนี้เลยเหรอพี่ใหม่ เราสลับคำบ้างได้มั้ย แต่ผมก็บอกเขาไปว่าไม่ดีหรอก พี่รู้ว่ามันยากแต่ให้โป๊ปลองพูดมาก่อน เพราะผมมีความรู้สึกว่าป้าแดง ศัลยา ตั้งใจเขียนบทมาให้เป็นภาษาแบบนี้ อาจจะไม่ใช่ภาษาปกติที่เราพูดกันทุกวันแต่ลองพูดออกมาก่อน จนสุดท้ายน้องไปทำการบ้านมา จนถ่ายทำในฉาก ผมก็เรียกให้เขามาดูในมอนิเตอร์ว่ามันเจ๋งขนาดไหน เวลาที่นักแสดงพูดโต้ตอบกันโดยใช้ภาษายากๆ ของป้าแดงเนี่ย ซีนที่เขาต่อว่านางเอก (ซีนแรปด่านางเอก) ซีนนี้ก็เหมือนกันโป๊ปมาต่อรองขอพูดทีละท่อนได้มั้ย (หัวเราะ) ผมก็บอกเขาว่าให้พูดรวดเดียวให้จบเลย ถ้าโป๊ปพูดอันนี้ได้โป๊ปเจ๋งมาก ดูภาษาสิ ใครจะพูดได้ แต่ถ้าโป๊ปพูดได้มันจะเจ๋งสำหรับโป๊ปเลยนะ เราก็พูดกับเขา ซึ่งเขาก็ไปท่องไปทำการบ้านมา พอถ่ายออกมาคนก็พูดถึงเยอะ (ยิ้ม)”
       
       “โป๊ปเป็นคนตั้งใจทำงาน จนบางทีตั้งใจมากไป (หัวเราะ) จนต้องบอกว่าโป๊ปตัดความกังวลออกไปบ้างก็ได้ แต่เราก็พูดอ้อมๆ กับน้อง ก็ไม่รู้ว่าน้องเข้าใจหรือไม่นะ (หัวเราะ) ก็บอกเขาว่าพี่จะดูแลให้จนถึงที่สุด เรื่องที่เขากังวลมากที่สุดคือเรื่องภาษา เขากังวลมาเป็นอันดับหนึ่งเลย เพราะเขารู้สึกว่ามันยาก แล้วก็เรื่องแอ็กติ้ง เขาเล่นพีเรียดเรื่องแรกเขาไม่ถนัด เขาก็จะเครียด มีบางครั้งที่เขาเดินตรงมาที่มอนิเตอร์เลย ผมก็จะบอกเขาว่าสบายใจได้ มันโอเคแล้ว ทำให้เขาผ่อนคลายขึ้น (เวลานักแสดงกดดัน มีวิธีทำให้เขาคลายความกดดันได้อย่างไร?) ผมจะคุยกับเขาในระดับนึงก่อน แต่ไม่ไปเพิ่มแรงกดดันให้เขาว่ามันต้องอย่างโน้นอย่างนี้ หรือไปพูดเอาใจเขาว่ามันดีแล้วๆ จะเรียกให้เขามาดูมอนิเตอร์เพื่อดูการแสดงของตัวเองเลย และถามเขาว่ารู้สึกอะไรมั้ย”
       
       สุดยอดซีนประทับใจที่สุดในเรื่อง คนดูเตรียมผ้าเช็ดตัวไว้ซับน้ำตาได้เลย
       
       “เกือบจะทุกซีนของเบลล่า ผมชอบหมดเลย เกือบจะทุกซีนของโป๊ป ผมก็ชอบหมดเลยเหมือนกัน ซีนเข้าพระเข้านางชอบหมด ทั้งๆ ที่บางซีนเขาเล่นกันไปแล้วกังวล เขากังวลทั้งสองคนว่าเล่นไปแล้วจะดีมั้ย จะโอเคมั้ย ผมก็จะคอยบอกว่าไม่ต้องกังวล ปล่อยไปเต็มที่แล้วเดี๋ยวพี่ใหม่จะดูให้ หลังๆ ก็จะค่อยๆ ดีขึ้น ค่อยๆ ไหลรื่นขึ้น”
       
       “ซีนของเบลล่าที่ผมประทับมากที่สุด คือ สองซีนที่การะเกดจะตาย กับซีนที่เกศสุรางค์รู้ตัวว่าตัวเองตายแล้ว เพราะมันบีบหัวใจเหลือเกิน ซีนที่เขาจะตายมันบีบหัวใจมากเพราะเขาสำนึกผิดแล้วนะ แต่วินาทีนี้มันช่วยอะไรไม่ได้ คนเราจะมาสำนึกบาปเอาวินาทีที่จะตาย จะมาไหว้พระเอาตอนจะตายมันไม่ได้แล้วครับ ตอนถ่ายเราก็พูดให้น้องเข้าใจว่าทำไมตอนจะตายแล้วทำไมต้องมองหาพระ ทำไมต้องให้พระช่วย ตอนทำผิดไม่คิดเหรอการะเกด นี่คือสิ่งที่เราพูดให้น้องเห็นภาพว่าจะต้องเล่นยังไง”
       
       “กับซีนที่เขารู้ตัวว่าเขาตายแล้ว มันเจ็บปวดเหลือเกิน ตอนนี้เราจะเห็นเบลสนุกสนานไปกับโลกอดีตทั้งที่ไม่รู้ว่าตัวเองตาย พอมีวันหนึ่งที่วิญญาณเขาหลุดออกไปจากร่าง ชีปะขาวก็พาเขาให้ไปเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งซีนนี้ยังไม่ถึง ยังไม่ออกอากาศ มันเป็นซีนที่อยากให้ดูครับ (ยิ้ม) น้องเต็มที่มาก และไม่ใช่แค่น้องเบลนะ โป๊ปก็ใจจะขาด ปั้นจั่นก็ใจจะขาด ทั้งสามคนในซีนนี้ผมชอบหมดเลย รวมถึงคุณยายบรรเจิดศรี (ยายนางเอก) และพี่เจี๊ยบ ปวีณา (แม่นางเอก) ทั้งสองคนออกน้อยฉากก็จริง แต่มาแบบน้อยแต่มากจริงๆ แล้วซีนนั้นเป็นซีนเจ็บปวดหัวใจ เชื่อว่าต้องเตรียดผ้าเช็ดตัวไว้ซับน้ำตากันเลยครับ (ยิ้ม)”
       
       ฟินกันทุกตอน โดยเฉพาะสายตาและน้ำเสียงของพี่หมื่นโป๊ป ที่ทำเอาสาวๆ ระทวยทั้งพระนคร กับฉากล่าสุดที่หมื่นโป๊ปพานางเอกไปดูละครนอกวัง แล้วกระซิบข้างหูนางเอกจนจะอมหูนางเอกอยู่แล้ว ซึ่งกลายเป็นฉากที่คนพูดถึงมากที่สุดอีกฉากหนึ่ง
       
       “โป๊ปเล่นตามบทครับ (หัวเราะ) ป้าแดงค่อนข้างละเอียดกับเรื่องนี้มาก เพราะฉะนั้นถ้ามาถึงหน้าที่ผู้กำกับก็จะเป็นเรื่องของจังหวะกับเติมอารมณ์เข้าไปบางอย่าง ความรู้สึกบางอย่างที่มันฟรุ้งฟริ้งเวลาหน้าชนกัน มีการจัดแสงพิเศษ ทุกคนจะเห็นว่าเวลาเข้าใกล้กันหรือหน้าชนกันมันจะมีแสงอะไรก็ไม่รู้เรืองขึ้นมา อีโรติกมากๆ (หัวเราะ) เพื่อบิวด์นิดหนึ่ง แต่จริงๆ มันเป็นซิมโบลิก (symbolic) บางอย่างว่าสองคนนี้เจอกันด้วยปาฏิหาริย์นะ ไม่ได้เจอกันธรรมดา อยู่คนละภาพชาติแต่มาเจอกัน มันเป็นเรื่องบุพเพสันนิวาส เป็นเรื่องของพรหมลิขิต เพราะฉะนั้นมันต้องมีอะไรพิเศษ ส่วนเรื่องสายตาของโป๊ปจะบอกว่าของเขามีอยู่แล้ว โป๊ปเขาเล่นละเอียด เขาเข้าใจบท เขาตีบทแตกถึงได้เล่นออกมาได้ขนาดนี้ กล้องเวลาถ่ายรับหน้าโป๊ปมันใช้ได้หมดเลย เราเป็นผู้กำกับเรารู้สึกได้เลย บางซีนไม่ต้องมีไดอะล็อก แต่ตาโป๊ปพูดแทน อาการโป๊ปพูดแทน น้ำเสียงโป๊ป มันสื่อได้หมด ผมเป็นแค่คนคุมจังหวะมากกว่าว่าเอาประมาณนี้ๆ”
       
       ยอมรับว่าเป็นความโชคดีของผู้กำกับที่ได้พระเอกเป็นโป๊ป นางเอกเป็นเบลล่า
       
       “ถูกต้องครับ บุพเพสันนิวาสจริงๆ ครับ (เพราะก่อนหน้านี้พระ-นางไม่ใช่สองคนนี้?) ใช่ครับ ผมถือว่าเราได้วัตถุดิบดีหมดเลย ตัวละครอื่นๆ ก็ดีหมด บางคนไม่ได้มีอะไรมากเราก็พยายามทำให้มีอะไรขึ้นมา ผมเป็นคนที่เวลากำกับแล้วจะชอบใส่ใจรายละเอียดตัวอื่นด้วย เพื่อเสริมให้กับตัวเมนอย่างแม่ปริก (แอ๊ว อำภา ภูษิต) ได้ดั่งใจเลยครับ”
       
       จะทำให้พีกทุกฉาก พร้อมแจงสาเหตุที่ต้องถ่ายทำนานเกือบ 2 ปี
       
       “ยากตรงที่เราต้องทำภาพฝันของคนอ่านนิยายให้ใกล้เคียงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ วัดจากตัวเอง เวลาเราอ่านก็จะตีความจากตัวเองก่อนว่าอยากเห็นอันนี้ อยากเห็นอะไรบ้าง ยกตัวอย่างฉากวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (15 มี.ค.) ผมอยากเห็นฉากแข่งเรือ ป้าแดงก็บอกว่าข้ามไปบ้างก็ได้ใหม่เพราะมันใช้ตังค์ (หัวเราะ) ผมคิดว่ามันต้องใส่กิมมิกอะไรเข้าไปในฉากนี้ หนึ่งเราจะเห็นนางเอกลุกขึ้นมาเป็นเชียร์ลีดเดอร์ สองมันต้องทำให้รู้สึกน่าสนใจด้วยใครบางคน นั่นก็คือก๊อต จิรายุ (พระเจ้าเสือ) เราดึงก๊อตเข้ามาเปิดตัวในฉากนี้แว้บนึงเพื่อให้คนอยากก่อน แล้วไปรู้จักเขาเต็มๆ ในสัปดาห์ถัดไป ให้คนดูตื่นตาว่าในซีนนี้มีพระเจ้าเสือโผล่มาอีกหนึ่งตัวละคร”
       
       ลั่นไม่ใช่ผู้กำกับประเภทสั่งให้นักแสดงเล่นตามที่ตนสั่ง แต่จะแชร์กันทุกซีน พร้อมยกนักแสดงท่านนี้เป็นครูบาอาจารย์ อยากให้ดาราเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
       
       “แชร์กันครับ ถ้าเราอยากได้การแสดงของเขา ต้องให้เขาเล่นออกมา เรามีหน้าที่ควบคุม แนะ จำกัด แต่ไม่ใช่เอาตัวเราเข้าไปใส่ให้เขา เราอยากได้การแสดงของเขา ไม่ใช่ให้เขาทำตามการแสดงของเรา (หัวเราะ) ตัวละครเวลาเขาเดินเข้าไปในฉาก อย่าง โป๊ป กับ เบลล่า ผมมีความรู้สึกว่านักแสดงต้องบอกผู้กำกับว่าตัวละครนั้นต้องการสื่ออะไร ให้บอกเรามาก่อน คุณต้องทำการบ้านมาด้วย ให้เข้าใจตัวละครที่ตัวเองเล่น ถ้ามันถึงจุดที่ต้องแชร์กันเราก็จะคุยว่าเล่นประมาณนี้โอเคนะๆ สิ่งหนึ่งที่ได้กลับมาคือความเป็นธรรมชาติของนักแสดง”
       
       “อาหนิง นิรุตติ์ เป็นครูบาอาจารย์ที่ดีมาก สุดยอดมาก ผมต้องกราบเลยล่ะในขณะที่เรากำลังบล็อกกิ้งกับผู้ช่วยอยู่ข้างบนเรือน แล้วอาหนิงอยู่ข้างล่างเรือน ผมก็จะเสียงดังเวลาคุยกับทีมงาน พอถึงเวลาที่เราเรียกเข้าฉาก ปรากฏไม่ต้องบอกอะไรอาหนิงเลย อาหนิงบอกได้ยินหมดแล้วใหม่ เราก็รู้สึกโอ้โห… คืออาหนิงฟังและจำได้ตั้งแต่เราบรีฟกับทีมงานแล้ว นั่นคือสุดยอดนักแสดงจริงๆ แม้กระทั่งเวลาที่ผมพูดว่าจะแก้บทอาหนิงเป็นอันนี้ๆ นะ อาก็ได้ยินเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องบอกเลย ผมต้องกราบจริงๆ อย่างจะมีฉากนึงที่อาหนิงกำลังพูดกับโป๊ป แล้วมีเสียงตุ๊กแกร้องแทรกเข้ามา แต่ผมไม่สั่งคัทเพราะเรารู้ว่าอาไปได้ อาไม่หลุดแน่ๆ แต่โป๊ปหลุดขำไปแล้ว (หัวเราะ) นี่คือการเป็นนักแสดงที่สุดยอดมาก อยากให้นักแสดงทุกคนเป็นอย่างอาหนิง”
       
       ขึ้นชื่อว่าเป็นละครอิงประวัติศาสตร์ ต่อให้ระมัดระวังมากแค่ไหนก็ยังมีข้อผิดพลาดจนได้ จนโดนเอาไปล้อเลียน
       
       “โห… ถึงแม้ว่าเราจะระมัดระวังกันแล้วนะ แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดกันบ้าง ผมเพิ่งโพสต์ไอจีขอโทษไป เพราะเพื่อนๆ พี่ๆ โทร.มากดดัน ถามเรื่องฉากที่หลุดออกมาเยอะมาก ผมก็เลยขอโทษเลยดีกว่าจะได้ไม่ต้องอธิบายกันเยอะ จะได้ด่ามาที่ผมคนเดียว (หัวเราะ) เรื่องภาพหลุดคนใส่กางเกงยีนส์กับรองเท้าผ้าใบ จริงๆ เป็นฟุตภาพอินเสิร์ต ไม่ใช่ซีนที่มีพระ-นาง ซึ่งเราก็เห็นแล้ว ก็บอกทีมงานว่าถ้าจะใช้ให้ลบซะก่อน มันเป็นคัตเล็กๆ ที่เอาไปใส่เพื่อปะภาพเพื่อให้เนื้อมันสมบูรณ์ ปรากฏมันหลุดไปจนได้ แต่มันออกแวบเดียวจริงๆ นะ แต่คนตาไวมาก (หัวเราะ)”
       
       “ส่วนแก้วกาแฟเป็นซีนที่ยังไม่ออกอากาศ เป็นซีนที่ซ้อมกัน แล้วน้องกินน้ำแล้วก็วางแก้วไว้ แล้วก็ถ่ายรูปกัน แต่ไม่รู้ใครไปปล่อยรูปนั้น คนก็เลยเข้าใจว่าอยู่ในฉากด้วย ล่าสุดเป็นฉากที่พระเอกฝนไพลไปทาให้นางเอกหลังโดนหวายเฆี่ยน แต่ฉากที่ตัดออกไปเป็นขมิ้น ไม่ใช่ไพล อันนี้คนก็ติติงมาอีก คือในกระจาดมันมีทั้งขมิ้นและไพล จริงๆ ขมิ้นก็สมานแผลได้ เพียงแต่ไดอะล็อกก่อนหน้านั้นพระเอกพูดว่าไปเอาไพลมา แต่ตอนที่โป๊ปหยิบขึ้นมามันเป็นขมิ้น และจบที่ขมิ้น (หัวเราะ) ผมอาจจะพลาดเองที่ไม่ทันฉุกคิดว่ามันไม่ตรงกับไดอะล็อก เพราะมัวแต่ไปเล่นมุกพระเอกเขวี้ยงขมิ้นไปใส่ไอ้จ้อย ก็ต้องขอบคุณอาจารย์คนที่ติงมาและแจกแจงให้ว่าถ้าไพลเป็นแบบนี้ ขมิ้นเป็นแบบนี้ ก็ยอมรับว่าผิดครับ”
       
       ที่ผิดพลาดมันเกิดจากอะไร คนมองว่าละครฟอร์มยักษ์ขนาดนี้ทำไมถึงสะเพร่า?
       
       “เราเร่งตัดต่อด้วย เวลาก็มีส่วนครับ ก็ทำให้เรานอยด์เลยละ มาดีๆ มาสะดุดกึ๊ก เรารู้สึกว่าไม่อยากให้คนดูเสียอรรถรสในการดู ก็ต้องขอโทษไว้นะที่นี้ด้วยครับ ตอนต่อไปคงต้องเช็กให้หนักกว่านี้ ลบให้หมด (หัวเราะ) คนดูเช็กทุกเม็ดก็ดีครับทำให้เราทำงานละเอียด ไม่ชุ่ย (หัวเราะ)”
       
       เรื่องลึกๆ ในกองถ่าย เคยลองแก้บท “แดง ศัลยา” แล้ว แต่ยิ่งแก้ยิ่งพัง
       
       “จริงๆ ในฐานะผู้กำกับสามารถทำได้ครับ ป้าแดงก็ให้โอกาส แต่เราเคยลองแล้วกับบทของป้าแดง แต่มันไม่เวิร์กว่ะ คือป้าแดงมองขาด อย่างเช่น ซีนนี้ป้าเขียนมาแบบนี้ ผมก็คิดว่าเราเติมเข้าไปหน่อยนึงดีกว่า พอมาตัดต่อแล้วมันไม่สนุกเลย กลายเป็นว่าต้องตัดไอ้สิ่งที่เราเติมเข้ามาออกไป แล้วเอาแค่ที่ป้าแดงเขียนมามันสนุกแล้ว เราไม่ต้องไปเติม (คนที่เขียนบทได้เพอร์เฟกต์ ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้หรือเปล่า?) ถูกต้องครับ แล้วแต่คนจริงๆ แต่ต้องยอมรับว่าอาจารย์แดง ศัลยา สุดยอดฝีมือ อยากทำงานกับบทของป้าอีก (ยิ้ม)”
       
       “ตอนถ่ายเราคิดว่าทำไมอารมณ์มันสวิงวะ มันรู้สึกขัดแย้งในใจ อย่างตัวการะเกดฉากนี้ขำๆ อยู่กับพระเอก แล้วเข้าไปนั่งร้องไห้ แล้วก็ลุกขึ้นมาทำกางเกงใน บ้ารึเปล่าเนี่ย นางเอกคงเป็นไบโพลาร์แล้วล่ะ พระเอกด่าๆๆ แล้วก็ไปยืนแอบมอง แล้วตลกใส่กัน พอตัดต่อออกมาผมเข้าใจแล้ว อาการไบโพลาร์ คนดู ดูแล้วสนุกดีเนอะ เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้ บางอันได้บทเรียนให้กับผมเลย อันนี้คือความสุดยอดของป้าแดง ที่สามารถเขียนบทให้สนุกได้ และรอยต่อของป้าแดง บางอย่างเราเติมไม่ได้เพราะของป้าดีอยู่แล้ว ถ้าเติมพัง แต่ถ้าอันไหนที่ผมจะเติมก็จะโทร.บอกป้า ต้องคุยก่อน ป้าแดงก็ให้โอกาสครับ ผมไม่ได้คุยกับป้าแดงคนเดียว แต่โทร.คุยกับพี่อุ้ย (รอมแพง) ด้วย อย่างเช่นพี่อุ้ยเขียนซีนนี้ไว้ แต่ป้าแดงตกอันนี้ไป เราก็เติมเข้าไป ต้องบาลานซ์บทของทั้งสองท่านครับ ถ้าคนชอบในบทประพันธ์ คนนิยมหรือสนุก ผมก็ต้องยึดทั้งของบทประพันธ์และบทโทรทัศน์”
       
       โคตรดีใจเรตติ้งเพิ่มขึ้นทุกตอน ล่าสุด 22 แล้ว แต่เรื่องที่พีกกว่าก็คือ ทุกตอนที่เรตติ้งสูงจะเป็นตอนที่ผู้กำกับไม่มั่นใจเอาซะเลย
       
       “โคตรดีใจเลยครับ ตอนล่าสุด (15 มี.ค.) ต้องยอมรับว่าพอถึงซีนฟอลคอนแต่งงานกับแม่มะลิ ผมรู้สึกว่ามันหน่วงจังเลยวะ ยอมรับว่ากังวล แต่เราก็เอาซีนที่พระเอกจะกินหูนางเอกมาปรับโหมด (หัวเราะ) แต่เรตติ้งออกมากลายเป็นว่ารอด เราพยายามทำทุกฉากให้ออกมาสวยงามมากที่สุด เรตติ้งมันผิดคาดทุกตอนที่ผมรู้สึกกังวล อย่างตอนที่เราคิดว่าแป้กแน่ๆ เลยคือตอนทำมะม่วงน้ำปลาหวาน และกินกุ้ง ผมไม่มั่นใจเลย แต่ใครจะไปคิดว่าคนจะชอบตอนนี้ และมีฉากทำหมูกระทะ และเครื่องกรองน้ำเข้ามาอีก”
       
       “เรตติ้งตอนนี้เกินคาด ผมยังงงอยู่ (หัวเราะ) จนถึงตอนนี้ทุกคนก็ยังถามไม่เลิกเรื่องหมูกระทะ ขนาดเราพยายามเลี่ยงไปเรื่องอื่นแล้วนะ แต่คนก็ยังถามหาอยู่ว่านางเอกสั่งทำกระทะมาแล้วเมื่อไหร่จะกินหมูกระทะ (แล้วฉากนี้จะมาเมื่อไหร่?) ไม่มีครับ (เสียงรู้สึกผิด) ในบทก็ไม่มีครับ จบแค่นางเอกสั่งทำกระทะมาแค่นั้น ตอนถ่ายผมก็รู้สึก ก็โทร.หาป้าแดงว่าป้าเขียนเพิ่มตอนกินหมูกระทะได้มั้ย ป้าแดงด่ากลับมาเลยว่ามีเรื่องอื่นจะเล่าเยอะแยะ (หัวเราะ) ป้าแดงบอกว่าใหม่ข้ามไปบ้างก็ได้ คือตอนนั้นป้าแดงก็ไม่คิดว่าละครจะพีกขนาดนี้ ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้แล้วเพราะปิดกล้องไปแล้ว”
       
       ทำใจไว้แล้วโดนคนดูด่าแน่ๆ ว่าเอาฉากหมูกระทะมาเปิดให้อยากแล้วจากไปดื้อๆ
       
       “ทำใจไว้แล้วครับ และหาทางแก้ไว้ให้แล้ว แต่แก้ยังไงไว้รอดูละกัน (หัวเราะ) แต่ยังไม่บอกเดี๋ยวหาว่าสปอยล์ (เรียกว่าเป็นความผิดพลาดของผู้เขียนบทและผู้กำกับได้หรือเปล่า?) ไม่นะครับ คือตอนนั้นป้าแดงคิดว่าถ้ามัวมานั่งกินหมูกระทะมันทำให้เรื่องไม่เดิน แต่ผมสนุกเราก็คิดต่อว่าพอไปถึงบ้านคงได้นั่งกินหมูกระทะ ก็คงจะน่ารักดี แต่ป้าแดงบอกว่ามีเรื่องอื่นจะเล่าเลยข้ามหมูกระทะไปเถอะ ป้าแดงคงคิดไม่ถึงว่าคนจะรอดูขนาดนี้”
       
       ละครดังเปรี้ยงปร้าง แต่เกือบทำให้ “ไอ้จ้อย” อยากออกจากวงการซะงั้น
       
       “เรื่องนี้ดังเพราะองค์ประกอบหลายๆ อย่างครับ บทประพันธ์มาดี บทโทรทัศน์มาดี ตัวนักแสดงดี (แล้วผู้กำกับล่ะ ให้เครดิตตัวเองหน่อย?) ดีครับ (หัวเราะ) เหมือนผมเป็นคนปรุงอาหาร เวลาเราใส่อะไรเข้าไป ตัวเล็กตัวน้อยใส่หมด รสชาติมันกลมกล่อม อย่างน้องโมสต์ (ไอ้จ้อย) มันนอยด์แล้วนอยด์อีก ผมเดินไปเขกหัวหลายรอบ น้องนอยด์ว่าทำไมให้ไปหมอบนั่งรินน้ำชา บางซีนก็ไม่มีบทพูด (โมสต์รู้สึกว่าตัวเองได้เล่นเป็นตัวเล็กตัวน้อยเกินไปหรือคะ?) จากที่เล่นในเรื่องน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ ได้บทโอเค ซึ่งจริงๆ โมสต์มีเสน่ห์บางอย่างที่มันคือความน่ารัก กับอะไรที่มันไปกับนางเอกได้มันคือความสมัยใหม่ที่อยู่ในนั้น ผมก็เลยบอกพี่หน่องว่าให้เอาโมสต์มาใส่ในเรื่อง ผมเป็นคนรีเควสต์ให้โมสต์มา เป็นคิวต์บอยอยุธยา (หัวเราะ)”
       
       “ตอนนี้น้องคงเข้าใจแล้วล่ะ ผมรู้สึกว่าเวลาคนดูรู้สึกอะไร ไอ้จ้อยต้องเป็นคนบอกว่าอารมณ์คนดูเป็นแบบไหน ผมจะบอกน้องว่าเวลาตัดภาพไปที่โมสต์ โมสต์ต้องเล่นนะ ไม่ใช่นั่งก้มหน้า โดนเขกหัวนะ พระเอกนางเอกจีบกัน ถ้าคิดว่าคนดูรู้สึกยังไง อารมณ์โมสต์ต้องแสดงแบบนั้นแทนคนดู คือไอ้แอบจ้อยยิ้ม นั่นแหละคือความรู้สึกคนดู โมสต์เป็นตัวชูรสที่ดี เขาชงซีนนั้นให้น่ารักขึ้น ในเรื่องโมสต์ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่น้อยแต่มาก”
       
       “ดีใจกับน้องๆ ทุกคนเลย ดีใจกับโมสต์ด้วยเพราะตอนนั้นมันท้อแล้ว เป็นคนที่ไม่เชื่อมั่นใจบทตัวเอง ตอนที่ถ่ายผมไม่ได้คุยกับน้องเพื่อมันคุมคาแรกเตอร์ อย่าล้น เพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าไปแย่งซีนพี่ๆ ผมก็คิดว่ารอดูละกันเดี๋ยวคนจะเรียกหาเอ็ง แต่ตอนถ่ายผมไม่ได้บอก เพราะบอกไปมันก็ไม่เชื่อว่าออกฉากแค่นี้จะดังได้ยังไง ถึงขนาดจะหยุด จะออกจากวงการ ผมยังด่าเลยว่าอะไรของมึง (หัวเราะ) มันท้อว่าตัวเองไม่ไปถึงไหนซะที แต่ตอนนี้คงไม่ท้อแล้ว มันบอกว่าโตแล้ว คิวต์บอยอโยธยา”
       
       “กระแสที่เกิดขึ้นชื่นใจมากครับ ชื่นใจแทนทุกคน ทั้งพี่หน่อง นักแสดง ทีมงาน ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเรตติ้งจะถึง 22 แค่คิดว่าเป็นละครที่สนุก ป้าแดงเลี่ยงที่จะไม่คุยเรื่องประวัติศาสตร์ในช่วงแรก ป้าบอกว่าไม่อยากแตะเพราะรู้สึกว่าไม่รู้จริงหรือไม่จริง ผมคุยกับพี่อุ้ยก็คิดเหมือนกัน เพราะประวัติศาสตร์ใครเขียนก็จะเป็นของคนนั้น เราก็เลยคุยกัน และใส่เรื่องประวัติศาสตร์เข้ามาในตอนกลาง แล้วป้าแดงทำการบ้านสุดยอดมาก สุดท้ายเรื่องประวัติศาสตร์ที่ป้าแดงใส่มามันประทับใจคนดู ป้าแดงใส่เข้ามาแบบเก๋มาก ใส่แบบเนียนมาก ปลื้มใจมากครับที่มีส่วนทำให้เกิดการกระตุ้นอะไรหลายๆ อย่าง รู้สึกดีที่เราได้ทำเพื่อสิ่งนี้ มันไม่ใช่แค่ทำละคร”
       
       ความตื้นตันมันเอ่อล้นจนน้ำตาคลอ อยากก้มกราบ “แดง ศัลยา” ที่ร่วมกันสร้างละครมาสเตอร์พีซแห่งปี
       
       “ตอนนี้เท่าที่คุยกับพี่หน่อง มีจีนที่ติดต่อมาขอซื้อบุพเพสันนิวาส แต่ไม่รู้ว่าจะมีประเทศอื่นอีกหรือเปล่า ต้องลุ้นดู แต่ส่วนตัวไม่เคยคิดเลยว่าเราจะไป world wide ขนาดนี้ ไปในเอเชียขนาดนี้ (ถ้าเกิดขึ้นจริงๆ เรื่องนี้จะกลายเป็นโมเดลละครไทยได้เลย?) สิ่งที่ป้าแดงพูดคำแรกตอนที่เริ่มเขียนบท ป้าพูดว่า “ใหม่มาทำมาสเตอร์พีซด้วยกันนะลูก” ตอนนี้ผมยังไม่เจอป้าแดง ถ้าเจอป้าแดงจะก้มกราบป้าแดงเลยครับ (พอพูดมาถึงตรงนี้ ใหม่ ภวัต ถึงกับตาแดงน้ำตาคลอ ด้วยความตื้นตันใจ) ผมจะพยายามทำให้เป็นมาสเตอร์พีซของป้าครับ (และเป็นมาสเตอร์พีซของผู้กำกับด้วย?) ใช่ครับ และนี่คือสิ่งที่ภูมิใจมากที่สุดที่ทำให้ป้าได้”
       
       “ถึงแม้กระแสตอนนี้จะดีมาก แต่รอให้จบก่อนครับ ตอนนี้เพิ่งกลางเรื่องผมยังหายใจไม่ทั่วท้อง (หัวเราะ) จนกว่าคนดูจะได้ดูว่าจบบริบูรณ์ ผมถึงจะพูดได้เต็มปากว่าผมส่งให้แล้วนะป้า มาสเตอร์พีซของป้า (พูดแล้วถึงกับตาแดงเลย?) มันจุกครับ จุกที่ได้ทำให้ป้าแดง และจุกในความรู้สึกของเราเองด้วย ถ้าเป็นโมเดลของละครได้จริงๆ อย่างที่พูดกันผมก็ปลื้มมากครับ”
       
       กำกับละครมามากมาย แต่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน
       
       “ไม่เคยครับ จริงๆ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนกำกับละครเรื่องบางระจันแล้วครั้งนึง ผมรู้สึกหลังตัดต่อตัวอย่างเสร็จ ความยาวประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วมานั่งดูกันเอง แล้วทุกคนนั่งร้องไห้กันหมด ตอนนั้นผมยังรู้สึกเลยว่าร้องไห้ทำไม แต่ผมรู้สึกภูมิใจที่ทำให้ทีมงานนั่งร้องไห้กับงานที่ตัวเองทำได้ แต่ตอนนั้นโดยเร่งออกอากาศ ตัดไปออกอากาศไป เรื่องบางระจันคนก็ชื่นชอบชื่นชม แต่มันไม่ขนาดนี้ เรื่องบ่วงคนก็ชมแต่ก็ไม่ขนาดนี้”
       
       นอกจากจะกำกับเก่งแล้ว ยังเป็นคนขอแก้บทตอนจบด้วย การะเกดมีลูกฝาแฝด และลูกสาวอีก 2 คน ก็มาจากไอเดียของ “ใหม่ ภวัต” บอกพระเอกโล้สำเภาบ่อยจนลูกดก
       
       “ตอนจบ จริงๆ ในบทไม่มีลูกนะครับ จบแค่พระเอก-นางเอกแต่งงาน แล้วก็เริ่มท้อง พระเอกก็บอกว่าถ้าท้องแทนเมียได้คงท้องแล้ว บทจบแค่นี้ แต่ผมไปขอป้าแดงให้เขียนเพิ่มให้ ผมก็ไปบอกป้าว่าอยากเห็นลูกครับ ผมชอบไปขอป้าบ่อยๆ (หัวเราะ) ป้าก็เขียนให้ถ้ามีเหตุผลดีๆ ไปคุยกับแก ป้าก็ถามว่าทำไม เราก็บอกว่าลูกโตขึ้นมาแล้วก็จบเลยก็ได้ครับ ตอนที่ถ่ายผมรู้สึกว่าต่อภาค 2 ได้เลยนะเนี่ย ตอนทำยังรู้สึกเลยว่าเรื่องนี้ทำภาค 2 ได้ ที่ให้เขามีลูกแฝด เพราะกรรมพันธุ์แม่ การะเกดมีฝาแฝด เรื่องจะค่อยๆ เฉลยไปเรื่อยๆ (ทำไมให้การะเกดกับพี่หมื่นมีลูก 4 คน?) ไม่รู้เหมือนกัน ขยันทำมั้ง คงสิงร่างกันบ่อย โล้สำเภาบ่อย (หัวเราะ) ผมก็เพิ่งเห็นภาพที่คนสปอยล์กัน ภาพหลุดออกไปเร็วมาก”
       
       รักเรื่องนี้มาก ออกตัวจะขอกำกับบุพเพสันนิวาสภาค 2 เอง ในชื่อเรื่อง พรหมลิขิต
       
       “ถ้าพี่หน่องไม่ให้ทำ ผมคงไปขอทำครับ (หัวเราะ) ต้องรอพี่อุ้ยเขียนบทเสร็จก่อน ตอนนี้คุยแค่พล็อตเรื่องให้ฟังเฉยๆ ภาค 2 ความกดดันจะทวีคูณเข้าไปอีกเหมือนกับที่พี่หน่องทำแรงเงา 2 แต่ถ้าองค์ประกอบมันดี เรื่องได้มีทางเลือกให้คนดู เรื่องไม่ซ้ำเดิมมาก ผมว่าก็น่าจะถูกใจคนได้ไม่ยาก พระเอก-นางเอกก็น่าจะเป็นโป๊ปกับเบลล่าอยู่”
       
       ขึ้นแท่นเป็นผู้กำกับมือทองที่นักแสดงต่างก็อยากร่วมงานด้วย เจ้าตัวเผยว่า “นุ่น ศิรพันธ์” คือคนที่ตนประทับใจไม่รู้ลืม
       
       “ผมอยากทำงานกับนุ่น ศิรพันธ์ อีก นุ่นเป็นนักแสดงที่เก่ง อยากให้เขาได้เจอบทดีๆ บ่วงจบไปนานแล้วแต่ก็ยังถึงถึงนุ่นตลอด คนต่อมาก็เบลล่านี่แหละ สุดยอด (ยิ้ม) โป๊ปเป็นคนนิสัยดี เป็นคนตั้งใจ โป๊ปใช้เวลานานกว่าจะมาถึงจุดนี้ เขาจึงมีการเซฟตัวเองจนบางอย่างทำให้รู้สึกว่าโป๊ปจะมีกรอบบางอย่างเกิดขึ้น แต่อย่างนึงที่ประทับใจเลยก็คือโป๊ปเป็นคนทำการบ้านดีมาก คนที่เล่นละครกับโป๊ป โป๊ปจะส่งอารมณ์ให้ดีมาก เขาใช้สายตาเก่งมาก น้ำเสียง เขารู้ว่าใช้แค่ไหน และเล่นละครละเอียด”
       
       “กรอบของโป๊ป คือ เขาจะตั้งไว้ว่าแบบนี้มันจะโอเคมั้ย มันจะดีมั้ย มันจะอย่างนั้น มันจะอย่างนี้มั้ย โป๊ปจะชอบกังวลว่าดีรึยังๆ ผมก็จะบอกว่าดีแล้ว ด้วยประสบการณ์ที่เขามีทำให้เขามีกรอบเหล่านี้ ตอนนี้โป๊ปเขาถึง ณ จุดๆ นั้นแล้ว ก็ยินดีกับน้องจริงๆ ครับ ปั้นจั่นก็ขอบคุณทุกวัน เป็นเด็กนิสัยดี ไม่ลืมตัว ผมก็จะบอกเขาให้เป็นแบบนี้ตลอดแล้วแฟนคลับจะรัก ก็จะเตือนเรื่องชีวิตนอกจอด้วยว่าอย่าหลงอย่าเหลิงนะ”
       
       เปิดตำรากำกับยังไงให้ละครดัง เรตติ้งถล่มทลาย
       
       “ถามว่ากำกับยังไงให้ละครดัง ผมไม่รู้จะบอกยังไง ผมบอกได้แค่ว่ากำกับแค่ไหนพอ ซีนนี้แค่นี้พอ หรือนักแสดง แสดงแค่นี้พอ มากกว่านี้จะไม่ดี หรือน้อยกว่านี้จะไม่สนุก เข้าไปกำกับหน้าเช็ตแล้ว ต้องถอยตัวเองมาเป็นคนดู ดูหน้ามอนิเตอร์ แล้วดูแทนคนดู ถ้าโอเคแสดงว่าเพอร์เฟกต์แล้ว และให้นักแสดงบอกว่าเขาต้องการอะไรในฉากนี้ ให้บอกมา จะเพิ่มหรือจะลดเราจะเป็นคนบอกเอง ถามว่ากดดันเรื่องต่อไปมั้ย กระแสแบบนี้คงเกิดขึ้นไม่บ่อยหรอก มันแล้วแต่โอกาส โอกาสในเรื่องขององค์ประกอบที่ดี อย่างเรื่องนี้ก็จะพยายามทำให้มีองค์ประกอบที่ดีให้ได้ตลอด (จะไม่มีฉากหลุดมาอีกแล้วใช่มั้ย?) จะพยายามไม่มีแล้วครับ สัญญา จะดูแล้วดูอีกครับ (หัวเราะ)”
       
       ...
       (ติดตามทุกข่าวสารในแวดวงบันเทิงทั้งหมดได้ที่ https://mgronline.com/entertainment)
       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

ข่าวบันเทิง

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้