จากใจผู้จัด-ผู้กำกับ ตอนจบบุพเพสันนิวาส ฟิน-น้ำตาท่วม ทุกคนจะหลงรัก “ฟอลคอน” เผยภาค 2 มาเร็วขึ้น

ผู้จัดการออนไลน์

       

       พีกในพีก! ตอนจบละครบุพเพฯ ฟินทั้งน้ำตา เชื่อจะรัก “หลุยส์ สก็อต” ภาค 2 มาเร็วขึ้น “โป๊ป-เบลล่า” ปีหน้ามาแน่!
       

       ละครฟีเวอร์ “บุพเพสันนิวาส” มาถึงตอนอวสานในค่ำคืนนี้(11 เม.ย.) ละครเรื่องนี้ทำให้คนไทยและต่างประเทศต่างฟินกันไปทั่วพระนคร ถึงขนาดเรียกร้องให้มีภาคสอง และภาคพิเศษที่จัดทำขึ้นมา โหนกระแสวันที่ 11 เม.ย. ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.20 น. ทางช่อง 28 ได้เปิดใจผู้อยู่เบื้องหลังความฟิน “หน่อง อรุโณชา ภาณุพันธ์” ผู้จัดละคร และ “ใหม่ ภวัต พนังคสิริ” ผู้กำกับถึงความสำเร็จ บุพเพสันนิวาสกวาดเรตติ้งอันดับ 1
       
       พี่หน่อง ทำไมหยิบบทประพันธ์เรื่องนี้มาทำ?
       หน่อง : “จริงๆ เรื่องนี้เป็นบทประพันธ์ที่โด่งดังมาตั้งแต่แรกเลย ถูกโหวตจากผู้อ่านว่าอยากจะเห็นเป็นละครมากอันดับหนึ่ง จริงๆ ต้องบอกว่าผู้ชมแนะนำว่าอยากดูเรื่องนี้ หน่องก็เลยไปตามคุณรอมแพงเลยได้บทประพันธ์มา แล้วก็เริ่มปรึกษากับทางพี่ใหม่ อาจารย์แดงที่เขียนบทโทรทัศน์”
       
       อาจารย์แดงเขียนบทเป็นปี?
       หน่อง : “สองปีค่ะ เพราะอาจารย์บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยากที่สุดเรื่องหนึ่งจากที่เคยเขียนมา เพราะว่าเป็นละครรักโรแมนติก แต่อิงประวัติศาสตร์ การเขียนต้องมีความเข้าใจในบริบท อาจารย์ต้องอ่านหนังสือ 10 กว่าเล่ม อาจารย์บอกว่าตอนเขียนอาจารย์วางหนังสือกองไว้รอบตัวเลย เขียนตั้งแต่จดหมายเหตุลาลูแบร์ เรื่องราวที่เกี่ยวในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช การค้า พงศาวดาร อ่านหมดเลยก่อนลงมือเขียน เขียนไปก็คิดตลอด ทำให้ใกล้เคียงมากที่สุด”
       
       พี่ใหม่ตอนกำกับกลัวมั้ย ทำให้ประวัติศาสตร์ผิดเพี้ยนไป ต้องระวังขนาดไหน?
       ใหม่ : “มาก เรียกว่าเกร็ง ตอนกำกับต้องคุยกับพี่หน่องและอาจารย์แดงตลอดเวลา อย่างที่รู้ว่าอาจารย์อ่านข้อมูลมาเยอะมาก เราต้องตัดอารมณ์ส่วนตัวเราไปก่อนแล้วทำงานตามบทป้าแดงที่ท่านวางมา เคยลองแล้วใส่อารมณ์ส่วนตัวเข้าไป มันไม่ได้ผล ต้องเรียงใหม่ ตัดใหม่ตามที่ป้าแดงเขียนมา เราถึงรู้เหตุผลว่าทำไมป้าแดงถึงให้เหตุผลอย่างนั้น กับซีนต่อไปอย่างนี้”
       
       ทำไมเลือกพี่ใหม่มากำกับ เพราะผู้กำกับเยอะมาก?
       หน่อง : “น่าจะเป็นคู่บุญกันมา(หัวเราะ) จริงๆ พี่ใหม่เก่งหลายแนว โรแมนติกคอมเมดี้ สวยเริดเชิดโสดก็น่ารัก จนมาถึงโปรดักชั่นใหญ่มากคือบางระจัน ทำทั้งรบทั้งประวัติศาสตร์ บุพเพสันนิวาสไม่ได้คิดเลยว่าต้องเป็นใคร เป็นพี่ใหม่คนเดียวเท่านั้น เพราะว่าหนึ่งด้วยความละเอียดลออ ในการถ่ายทำแต่ละอย่างประณีต ถ้าเห็นพร็อบเราแน่นมาก เสื้อผ้าช่วยกันคิด มีการประชุมเยอะมาก แต่ละฉากพี่ใหม่ฝ่ายศิลป์มีการสเก็ตและดีไซน์เกือบทุกฉาก”
       
       เคยอ่านเรื่องนี้มาก่อน?
       ใหม่ : “พอรู้ว่าพี่หน่องให้เรื่องนี้มาทำ ก็อ่านมาก่อน ใช้เวลาเตรียมตัวปีนึง รอบท รอการเช็ตฉากด้วย ก็มีเวลาอ่าน เราต้องอ่านเป็นคนอ่านนวนิยายเรื่องนี้ ซึ่งสนุกมาก เราอ่านแล้ววางไม่ลง เรารู้สึกว่าเราชอบเรื่องนี้จังเลย ชอบตั้งแต่ชื่อแล้ว มันพูดถึงความรัก ให้สวย ให้ดูโรแมนติกอย่างภาพที่เราฝันไว้”
       
       ฉากบางฉาก นึกถึงผู้กำกับในอดีตคืออาชูศักดิ์ รายละเอียดทำให้คนดูจิกหมอน ผู้กำกับทำแบบนี้ได้น้อยมาก พี่ใหม่ทำไมมีลูกเล่นแบบนี้?
       ใหม่ : “ต้องชมพระเอกกับนางเอก โป๊บ-เบลล่าเป็นคนที่เล่นละเอียด เวลาเขาเล่นเรารู้ว่าเขามีลูกละเอียดกันยังไง เรื่องการใช้สายตาทั้งคู่ดีมากผมเลยรู้สึกว่าผมต้องเก็บรายละเอียดตรงนี้ให้คนได้เห็นด้วย ในจังหวะที่เขามองหน้ากันให้ชัดขึ้น จนป้าแดงบอกว่าพอบ้างก็ได้มั้ย(หัวเราะ)”
       
       ในมุมพี่หน่องเอง ทางประวัติศาสตร์ต้องไปดูหรือไปคัดเลือกเองมั้ย ว่าจะไปถ่ายที่ไหน?
       หน่อง : “จริงๆ เรื่องมันค่อนข้างระบุอยู่แล้วในเบื้องต้น ตอนเราเริ่มงานไปบวงสรวงกันที่วังพระนารายณ์ที่ลพบุรี ก็มีโป๊ปเบลล่าพี่ใหม่ ทีมงานเราไป ส่วนใหญ่ก็ครบนะ มีวัดที่อยุธยา 4 วัด ก็มีวัดไชยวัฒนาราม ตอนนี้กำลังฮือฮามาก ก็เป็นไปตามประวัติศาสตร์ แต่ว่าภายในที่เป็นฉากสำคัญมากของเรื่องฉากสมเด็จพระนารายณ์ท่านรับพระราชสาสน์พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 อันนี้ต้องชื่นชมทุกฝ่าย พี่ใหม่เนี้ยบมาก เอารูปไปตั้งเอาไว้เป๊ะเลย”
       
       ใหม่ : “ตั้งแต่อ่านหนังสือรู้สึกว่าฉากนี้อยากทำมาก เวลาเราพูดถึงยุคสมเด็จพระนารายณ์ ภาพนี้มันลอยมาเลย ตอนอ่านหนังสือแล้วรู้ว่าต้องทำ ผมรู้สึกว่าผมต้องทำฉากนี้ออกมาให้ได้ ต้องทำให้ทุกคนเห็นเพราะเป็นสิ่งที่เราประทับใจและอยากทำ พอถึงเวลาทำป้าแดงเขียนบทมาให้ประมาณหนึ่งเพราะไม่คิดว่าเราจะทำออกมาประมาณนี้ ป้าแดงเขียนมาแค่เห็นเงา เห็นมือแล้วเอื้อมลงไปแต่ของผมมากกว่านั้น ตอนที่ถ่ายน้ำตาก็จะไหล”
       
       หน่อง : “ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าฉากนี้ขลังมาก เหมือนพาทุกคนย้อนกลับไปสมัยกรุงศรีอยุธยา เหมือนทุกคนอยู่ในเหตุการณ์จริง ไม่เหมือนเราดูละคร”
       
       คืนนี้จะอวสานแล้วมีหนังสือพิมพ์เขาลงว่าแฟนๆ ละครระวังจะเป็นโรคซึมเศร้า เพราะจะคิดถึง?
       หน่อง : “ก็เดือนเศษๆ เป็นกระแสเหมือนกันหมด คือไม่อยากให้จบ รู้สึกใจหาย”
       
       ใหม่ : “ก็ใจหายนะ รู้สึกถึงพลังบวกมาตลอดตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย ผมได้พลังดีๆ จากคนดูมาตลอดเลย”
       
       เรื่องกุ้งเผา การเอาตัวกรองน้ำมาใช้ในสมัยนั้น ใครเป็นคนคิด?
       ใหม่ : “จริงๆ อยู่ในบทประพันธ์อยู่แล้ว แค่ทำให้เห็นภาพชัดขึ้น แล้วไม่คิดว่าจะฟีเวอร์กันขนาดนี้ ตอนตัดอันนี้เสร็จ พี่หน่องบอกว่าให้ไปซอยออกหน่อยเพราะรู้สึกเรื่องไม่เดิน ทีนี้ก็รอลุ้นกัน เพราะไม่รู้จะไปซอยตรงไหนออก”
       
       หน่อง : “จริงๆ แล้วทำออกมาดีมาก น่ากินมาก แต่มันจะเยอะไปมั้ย ต้องมาบาลานซ์ว่าเอาแบบนี้กำลังดี ต้องมีฉากไปเก็บมะม่วงน้ำปลาหวาน”
       
       ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นปรากฎการณ์ที่สุดยอด เรื่องนักแสดงใครเป็นคนแคสติ้งตัวละคร?
       หน่อง : “จริงๆ ก็คุยกันไปเรื่อยๆ อย่างโป๊ปเราก็จอง จนโป๊ปบอกว่าพี่หน่องรู้มั้ย พี่หน่องจองผมไว้ 5 ปี ตั้งแต่สะใภ้จ้าว ก็พูดกรอกหูโป๊บว่ามีเรื่องนี้นะ เนื่องจากบุคลิกของโป๊ปเขาเคยเล่นกับเราตั้งแต่ดอกส้มสีทอง โป๊ปนี่สร้างประวัติศาสตร์กับเราเป็นครั้งที่สองแล้ว มาในสะใภ้จ้าวก็เป็นคุณชายก็มีบุคลิกต้องเป็นนักการทูต โป๊ปลงตัวมากๆ ก็จองกันมายาวนาน”
       
       ตอนที่ไปบ้านพี่หน่องตีท้ายครัว โป๊ปก็ไป เหมือนดูแลกันมาตลอด?
       หน่อง : “ก็เป็นอะไรที่ไปทำบุญด้วยกันบางครั้ง น้องมีฝีมือด้วยค่ะ ใหม่ก็แฮปปี้ได้โป๊ปมาก็ตรงคาแร็กเตอร์”
       
       ใหม่ : “จริงๆ รู้จักน้องมานานแล้ว กว่าเราจะเปิดกล้องเขาก็ถามว่าเมื่อไหร่จะเปิดกล้องซะที เพราะระยะเวลาก็นานเหมือนกัน โป๊ปทำงานละเอียด ภาษายากแค่ไหนก็ตามเขาก็ไปทำการบ้านมาจนได้ เพราะเรารู้ว่าบทป้าแดงจะใช้ภาษาโบราณและยาก ตอนแรกมีข้อต่อรองว่าพี่ขอปรับตรงนี้ได้มั้ย เราบอกว่าไม่ได้ๆ โป๊ปไม่ต้องปรับ ลองพูดเต็มๆ ดูแล้วเดี๋ยวมานั่งดูมอนิเตอร์กัน พอมาดูมอนิเตอร์ เออ เป็นไงล่ะโป๊ป โอเคมั้ย ก็ยิ้มออก”
       
       อย่างเบลล่าล่ะ?
       หน่อง : “ในเรื่องเขาต้องเล่นถึงสามคาแร็กเตอร์ เป็นการะเกดที่ร้าย เป็นเกศสุรางค์ที่น่ารัก และเป็นเกศสุรางค์ที่อยู่ในร่างการะเกด จริงๆ ก็ชื่นชมมาตั้งนานแล้ว พอเล่นเป็นสามตัวละคร ต้องชมพี่ใหม่ เล่นขาดในทุกคาแร็กเตอร์ เหมือนแยกร่าง ทำได้ดีมากๆ แล้วเราเชื่อ”
       
       ใหม่ : “เบลทุ่มสุดตัวจริงๆ ในวันเดี๋ยวกัน บางทีต้องเล่นถึง 3 ตัว ต้องวิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับมาเล่น เบลก็แบ่งได้ชัดเจน แต่จากการที่ได้คุยกัน น้องก็ทำการบ้านอย่างที่ทุกคนเห็น ต้องยกให้เบลว่าเก่งจริงๆ”
       
       คาแร็กเตอร์ใครบอกให้เขาทำอย่างโอเค?
       ใหม่ : “ก็มีเติมให้เขาบ้าง พอคุยกันถ่ายไปก็สนุก เพราะตัวเกศสุรางค์เป็นตัวละครปัจจุบันที่ย้อนกลับไปในอดีต เวลาใส่อะไรเข้าไปร่วมสมัยคนในยุคปัจจุบันรับได้ มันก็เลยง่ายต่อการใส่ อย่างโอเคหรือบทอะไรก็ตาม ทำให้โดนใจคนสมัยนี้ด้วยทำให้คนชื่นชอบ”
       
       เรื่องมีคนทุจริตหรือเปล่าแล้วใส่คำว่าสับๆๆ?
       ใหม่ : “บทป้าแดงใส่มา ท่าเราดีไซน์มา เราคุยกันแล้วเราก็ใส่เข้าไป เราก็ต่อยอดจากบทป้าแดงอีกที ป้าแดงเขียนมาค่อนข้างละเอียดเหมือนกัน ไม่ว่าจะคาแร็กเตอร์นี้ๆ ต้องเบาลงหน่อยอย่าเยอะ เขาก็กำกับมา ตรงนี้เราก็ต้องยอมรับ”
       
       ออเจ้ามาจากไหน ไปค้นหาจากไหน?
       หน่อง : “เป็นครั้งแรกที่ละครนำเสนอในยุคพระนารายณ์มหาราชเป็นครั้งแรก แล้วในจดหมายเหตุลาลูแบร์จะเขียนบันทึกไว้ว่าออเจ้าคือคำเรียกที่คนในสมัยอยุธยาในยุคนั้นเรียกคนที่เสมอกันหรือต่ำกว่าว่าออเจ้า เลยอยู่ในบทประพันธ์ อยู่ในบทละคร ก็อาจจะเป็นเพราะคนเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก ก็เลยน่ารักและแปลกหู”
       
       เป็นความชาญฉลาดหยิบคำนี้มาเรียกกันในละคร และแต่งเป็นเพลงด้วย?
       หน่อง : “ก็เป็นครั้งแรกที่ละครออนไปแล้ว เพลงมาแต่งตาม ออนไปสองตอน ออเจ้าเพิ่งแต่งเพลงนี้เข้ามา แล้วก็เพลงเธอหนอเธอ เป็นเพลงผู้หญิงต่อ ก็ผ่านมาอีกอาทิตย์หนึ่ง ก็เป็นเพลงที่ไพเราะมาก เราอยากได้เพลงที่มีดนตรีทำนองไทยเดิม ก็แต่งมาแล้วชอบมาก”
       
       ทำไมเลือกคุณบิ๊กมาเล่นเป็นพระเพทราชา แล้วเลือกตัวคุณปราบมาเป็นพระนารายณ์?
       ใหม่ : “คือทำงานกับทั้งปราบและบิ๊ก ชื่นชมทั้งคู่อยู่แล้ว ทั้งสองคนมีพลังในการเล่น เวลาเล่นอะไรที่ต้องการอินเนอร์แรงๆ สองคนนี้มีพลังให้ผมได้ เลยนำเสนอพี่หน่องไป อย่างตัวปราบเลือกมาเป็นพระนารายณ์เพราะผมเห็นโครงหน้า เห็นเหลี่ยมเขาบางส่วนแล้วนึกถึงพระนารายณ์ เลยเลือกเขามา ทำงานด้วยกันง่ายมาก บรีฟทุกอย่างให้เข้าใจ เขาก็ถ่ายทอดออกมา อย่างบทพระเพทราชากับพระนารายณ์ ทุกซีนจะเป็นเรื่องการเมือง เราก็บอกทั้งคู่ว่าเฟดตัวเองให้เป็นกลางมากที่สุด ให้มีอารมณ์ลึกๆ อยู่ข้างใน อย่างพระนารายณ์ ทะเลาะกับพระเพทเสร็จแล้ว พระเพทออกไปผมจะทิ้งอารมณ์ไว้ที่พระนารายณ์ แล้วบอกว่าพี่ปราบถ่ายทอดอารมณ์ออกมา ลึกๆ เสียใจมั้ย เขาก็ทำได้ดี ในขณะที่ทะเลาะกันก่อนหน้านั้น แต่ทิ้งท้ายได้ดี บิ๊กก็มีน้ำตาคลอ น้ำตาไหลให้รู้สึกว่าตัวเองเสียใจ ไม่ได้เดินมาแค่ทะเลาะๆ กัน”
       
       คาแร็กเตอร์พี่ใหม่วางให้หมดเลย ว่าต้องมีลักษณะ อัตลักษณ์แบบนี้ๆ?
       ใหม่ : “ครับ ต้องหาคาแร็กเตอร์ชัดๆ ของพวกเขาดึงออกมาให้หมด”
       
       มีมั้ยนักแสดงนำเสนอเอง อยากเล่นแบบนี้?
       ใหม่ : “มีครับ ผมก็รับฟังและแชร์กัน”
       
       อย่างบทก็อต จิรายุ พระเจ้าเสือ?
       ใหม่ : “คือคุยกับก็อตว่าพระเจ้าเสือช่วงวัยรุ่นให้ดูแบดบอย ให้ดูนักเลง เพราะพระเจ้าเสืออารมณ์ร้อน ชอบต่อยมวย หาเรื่อง นี่คืออารมณ์ภายนอก แต่อารมณ์ภายในอะไรบางอย่าง ความน้อยเนื้อต่ำใจพระเจ้าเสือมีอยู่นะ เราจะบอกว่าให้เล่นเป็นกลาง มีสองอารมณ์ อย่าไปร้ายซะเลยทีเดียว อย่างหลุยส์ สก็อต ทุกคนคิดว่าร้ายแน่นอน อยากให้ติดตามคืนนี้เหลือเกิน เขามีอะไรบางอย่าง ผมเชื่อว่าทุกคนจะรักหลุยส์ สก็อตในบทฟอลคอน”
       
       หน่อง : “ขอคอนเฟิร์มค่ะ เรืองนี้ไม่มีใครเสีย ไม่มีใครทางใดทางหนึ่ง ทุกคนเป็นมนุษย์ ฉากฟอลคอนจะลุกไปไหนไม่ได้เลยค่ะ(หัวเราะ)”
       
       คาดหวังเรื่องเรตติ้ง?
       ใหม่ : “ไม่ปฏิเสธว่าคาดหวังเรื่องเรตติ้ง หรือสิ่งที่คนดูจะได้รับ เพราะงานที่ทำก็อยากให้คนดูยอมรับ แต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเรื่องน่ารักจังเลย เบลกับโป๊ปเข้าฉากกัน มันน่ารักมาก มันมีอะไรให้คนดูได้ดูแน่นอน เรื่องราวประวัติศาสตร์เข้มข้น ป้าแดงเขียนมาอย่างที่อยากได้ถูกใจมาก ก็คาดหวังให้คนดูชอบ ก็คาดหวังเรตติ้งตอนทำ แต่ไม่คิดว่าขนาดนี้”
       
       บุพเพภาคสอง หลายคนอยากรู้ ยังไงต่อ จะมีมั้ย?
       หน่อง : “พอกระแสออกปุ๊บ มีนักข่าวมาถามว่าจะมีภาคสอง เราก็ยังงงๆ ไปถามคุณอุ้ยรอมแพง จะเขียนภาคสองหรือเปล่า เขาก็บอกว่าแน่นอนค่ะพี่ อยู่ในหัวอุ้ยหมดแล้ว ชื่อเรื่องคือพรหมลิขิต เราชอบชื่อเรื่องมากนะเพราะบุพเพสันนิวาสเป็นเรื่องความรักและพรหมลิขิต ตรงมากๆ แค่ฟังชื่อเรื่องก็อยากอ่านแล้ว”
       
       จะนานแค่ไหน?
       หน่อง : “เดิมจะนาน แต่ตอนนี้คิดว่าจะไม่นาน(หัวเราะ) บทประพันธ์ปลายปีน่าจะได้อ่านพรหมลิขิตค่ะ ปีหน้าก็เริ่มทำแล้วค่ะ (หัวเราะ) พี่ใหม่ยังกำกับเหมือนเดิม จริงๆ เหตุการณ์ในบุพเพสันนิวาสจะจบในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพราะฉะนั้นภาคต่อก็จะต่อเนื่อง แต่จะเป็นรัชกาลไหนก็เดี๋ยวมาว่ากันอีกที ถามว่าโป๊ปเบลยังอยู่มั้ยก็อยู่ค่ะ(หัวเราะ) ต้องรอชมค่ะ”
       
       แรงเงา 2?
       หน่อง : “น่าจะปลายปีค่ะ ไปได้สักครึ่งนึงแล้ว”
       
       รู้สึกยังไงบ้าง ละครที่ทำประสบความสำเร็จทุกเรื่อง?
       หน่อง : “สาธุ(หัวเราะ) จริงๆ แล้วอย่างบุพเพสันนิวาส มันเกิดจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะผู้กำกับ นักแสดง พี่ใหม่ ป้าแดง ตั้งใจมาก ทุกคนมีความจริงจัง การหาข้อมูล ตั้งแต่เราเริ่มเตรียมงาน แล้วอีกส่วนที่ขาดไม่ได้คือซีจี เราจะได้ชมเบื้องหลังการทำงาน วันที่ 19 เมษา เป็นบุพเพภาคพิเศษ จะได้เห็นการทำงาน ความยากในแต่ละส่วนต่างๆ ทำซีจีนี่ไม่ง่ายเลย”
       
       ภาคพิเศษจะมีสามตอน จะเป็นเรื่องราวยังไง?
       ใหม่ : “จริงๆ ก็คือเราเลือกเฉพาะซีนเด็ดๆ ซีนดีๆ ที่คนชอบนำมาเรียงร้อยในระยะเวลา 3 ตอน”
       
       เราทำเหมือนหนังย่อจาก 15 ตอนลงมาให้เป็นแค่ 2 ตอนครึ่ง?
       ใหม่ : “มันก็เลยอัดแน่นไปด้วยความสนุกหมดเลย เอามาร้อย เอามาเรียง”
       
       หน่อง : “คือผู้ตัดบอกว่าตัดยากมาก ชอบไปหมดเลย ไม่อยากจะตัดอะไรออกเลย เสร็จแล้วสองตอนค่ะ”
       
       คืนนี้จบแล้ว ให้ติดตามฟอลคอนดีๆ อยากฝากอะไรกับผู้ชม?
       ใหม่ : “วันนี้คือพีคในพีค ไคลแม็กซ์ที่ทุกคนพูดถึงอยู่ตลอดเวลา มีปมหลายๆ อย่างที่จะถูกคลี่คลายในคืนนี้ เข้มข้นมาก อยากให้ติดตามจุดจบฟอลคอน ส่วนเรื่องราวน่ารัก ความฟินพระนางมีไปจนถึงคัตสุดท้าย อยากให้ติดตามไว้เหมือนเดิม อยากให้เตรียมหมอนกับผ้าเช็ดหน้า(หัวเราะ)”
       
       หน่อง : “บุพเพสันนิวาสเดินทางมาถึงจุดที่เราไม่อยากให้ถึงเลย เป็นวันจบ ตอนจบจะเข้มข้นจนไม่รู้จะพูดยังไง พูดอะไรไม่ได้ เป็นความตั้งใจของทีมงาน ทุกคนตั้งใจอย่างมาก อยากให้บุพเพสันนิวาสเป็นของขวัญสำหรับทุกคนจริงๆ ขอบพระคุณออเจ้าทั้งประเทศ ที่เป็นแรงใจมาจนถึงตอนจบ”
       

       

       

       

       

ข่าวบันเทิง

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้