“หนุ่ม ศรราม” ป้องคนด่า “ติ๊ก” โพสต์รูป “วีจิ”ชูนิ้วกลางไม่เหมาะสม ลั่นคนที่เข้ามาด่าครอบครัวตนก็ทำตัวไม่เหมาะสมเช่นกัน

ผู้จัดการออนไลน์

       

       "หนุ่ม ศรราม" ตอกกลับคนมองภรรยา โพสต์ภาพลูกสาว "วีจิ" ชูนิ้วกลางไม่เหมาะสม ซัดคนที่เข้ามาคอมเมนต์ครอบครัวตนเสียๆ หายๆ ก็ทำตัวไม่เหมาะสมเหมือนกัน ลั่นไม่เคยปิดกั้นคนมาช่วยเลี้ยงลูก หากมีความปรารถนาดีให้ครอบครัวตน แต่ถ้ามาแบบไม่สุภาพตนก็ต้องปกป้องครอบครัวของตนเป็นเรื่องปกติ
       
แม้จะเป็นคุณแม่แล้วก็ตามแต่สาว "ติ๊ก กนิษฐรินทร์ เทพพิทักษ์" หรือ "ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์" ก็ยังโดนกระแสวิจารณ์ต่างๆ นานา ตั้งแต่ทำไมหุ่นยังไม่ลดเหมือนคุณแม่คนอื่นๆ เสียที จนล่าสุดสาวติ๊กไปออกรายการพร้อมกับสามี “หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์” และลูกสาวน้อง “วีจิ” ก็ยังถูกแซะถึงเรื่องการแต่งตัวว่าเป็นแฟชั่นสุดพัง ทำเอาสาวติ๊กฟิวส์ขาด ออกมาอัดแหลกแบบแซบๆด้วยการลงรูปมือลูกสาวโชว์นิ้วกลาง พร้อมแคปชั่น..." อุ้ยยยยยยยย…มือลั่น #เกรียนเก่ง #กระจอก #เสือกทำตัวเป็นกรูรู #เสี่ยว #ถ้าอยากเดี่ยวมึงนัดวัน #พวกขี้แซะ #ขยันแขวะ" ทั้งนี้ภาพดังกล่าวคุณพ่อหนุ่มก็เข้ามากดถูกใจด้วย เมื่อมีโอกาสเจอคุณพ่อหนุ่มที่งานบวงสรวงละครสามีสีทอง จึงสอบถามถึงประเด็นดรามาดังกล่าว เจ้าตัวก็ยินดีอธิบายอย่างกระจ่างทุกประเด็นว่า...

       
       “ลำดับแรกเลย ผมกราบขอบพระคุณแฟนๆ ต้องบอกว่ายอดฟอลโลว์เพิ่มขึ้นมาก ซึ่งไม่ใช่ฟอลโลว์ผม แต่ฟอลโลว์วีจิเยอะมาก เข้ามาอวยพรให้ครอบครัวเราตลอดเลย ขอบพระคุณมากๆ ส่วนในเรื่องที่เป็นคอมเมนต์แปลกๆ พวกไซเบอร์บลูลี่ของกลุ่มคนบางกลุ่ม ที่บางทีก็เป็นไอจีปลอมบ้าง เป็นคอมเมนต์ที่ใช้คำพูดไม่สุภาพ ล่วงเกิน มันไม่สมควรมากๆ"
       "ถ้ามันอยู่ในแบบที่พอดีเราก็ยังพอเข้าใจได้ ความหวังดี ความปรารถนาดี เป็นห่วงวีจีตรงนั้นต้องกราบขอบพระคุณมาก ส่วนที่เป็นไซเบอร์บลูลี่มาเพื่อกลั่นแกล้งทำให้พ่อแม่เกิดความวิตกกังวลในการเลี้ยงลูก หรือไม่ประสงค์ดี ผมคิดว่าตัวผมเองเป็นพ่อ ติ๊กเองเป็นแม่ สัญชาตญาณของความเป็นพ่อแม่เราก็ต้องปกป้อง เราคงไม่ให้ใครมาทำให้ครอบครัวเราได้รับผมกระทบจากสิ่งที่เป็นความประสงค์ร้ายหรือคิดไม่ดีกับครอบครัวเรา เพราะฉะนั้นผมก็จะไม่ให้ความสำคัญแล้วก็ไม่สนใจคนเหล่านี้ ก็บล็อกไป ถ้าผมเจอก็จะบล็อก"
       ลั่นไม่กระทบจิตใจตนและภรรยาเพราะไม่ได้ให้ความสำคัญกับผู้ไม่ประสงค์ดีกับครอบครัวตน แย้งคนมองเอาภาพลูกสาวมาลงพร้อมข้อความดังกล่าวไม่เหมาะสม บอกคนที่คอมเมนต์เข้ามาด่าก็ดูไม่เหมาะสมเช่นกัน
       “ไม่กระทบเลยครับ เพราะผมบอกไปแล้วว่าผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนเหล่านี้ คนเหล่านี้ไม่ได้ประสงค์ดีต่อครอบครัวเรา ไม่ได้ปรารถนาดี ไม่ได้มีบุญคุณอะไรกับเรา เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ในชีวิตของพวกเรา (กับภาพที่เป็นประเด็นคนมองว่าไม่เหมาะสม?) เวลาคนที่เขาเขียนคอมเมนต์มาด่าพวกเรามันก็ดูไม่เหมาะสมครับ"
       เผยคุยกับภรรยาทุกประเด็นดรามา ซึ่งตนขอออกมาปกป้องครอบครัวจากผู้ที่ไม่ประสงค์ดีทั้งหลาย
       “ก็คุยกันครับ มันธรรมชาติอยู่แล้ว ทุกๆ ครอบครัวก็ต้องเจอ นักแสดงคนอื่นๆ ก็เจอ เพราะว่าการบลูลี่คนแบบนี้มันไม่ได้ก่อให้เกิดผลประโยชน์ มันมีแต่ก่อผลร้าย ฉะนั้นสิ่งที่ทำก็คือเรามีสิทธิ์ที่จะปกป้องตัวเราเองและครอบครัวเรา ปกป้องไม่ยอมให้เขามาสร้างความประสงค์ร้ายหรือใส่ความคิดที่เราจะต้องไปวิตกกังวลอะไรเยอะมาก ตอนที่ติ๊กเขาโพสต์เขาก็ไม่ได้มาบอกอะไรผมก่อน เขาก็โพสต์ของเขาปกติ"
       ขอบคุณคอมเมนต์ต่างๆ ที่มาช่วยเลี้ยงลูกเยอะ แต่ถ้ามาแบบไม่สุภาพตนก็ขอปกป้องครอบครัว เจอเมื่อไหร่บล็อกทันที
       “ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ถ้าจะช่วยเลี้ยงหรือให้คำแนะนำทางเราเปิดรับและกราบขอบพระคุณมากๆ แต่บางทีคำพูดที่มันไม่สุภาพหรือไม่ได้ประสงค์ดี แล้วมาถึงที่ลูกเรา มาถึงภรรยาเรามันใครก็ต้องรู้สึก ก็คงจะต้องปกป้องครอบครัวตัวเอง ก็ไม่ต้องไปสนใจคนพวกนี้มาก ก็บล็อกไปครับ พวกนี้มีเข้ามาไม่เยอะมากแต่พอมีแล้วมันก็เป็นประเด็น ก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติไป มันไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก มันเกิดมาสารพัดสารเพแล้วแต่จะขุดมาเป็นประเด็นกัน”
       ขอบคุณทุกคนที่ชมในมิตรภาพของตนกับอดีตแฟนเก่าสาว "นุ้ย สุจิรา อรุณพิพัฒน์" ที่มาออกรายการร่วมกัน
       "ก็ดีครับ ขอบคุณที่ทุกคนชื่นชมในมิตรภาพของผมกับนุ้ย ต่างคนก็ต่างมีครอบครัวมีลูกกันหมดแล้ว เราก็มีความปรารถนาดีให้กัน มีมิตรภาพที่ยังคงอยู่ เราไม่ได้คุยหรือแนะนำกันเรื่องการเลี้ยงลูก การเลี้ยงลูกแต่ละครอบครัวก็จะมีวิธีแตกต่างกันไป"
       เผยพาลูกสาววัย 2 เดือน ไปร่วมทุกกิจกรรมของพ่อแม่ ตอนนี้ลูกสาวเริ่มปรับตัวกับโลกได้แล้ว ใช้ชีวิตเป็นระบบ พ่อแม่เริ่มสบายขึ้น
       "วีจิเพิ่งจะครบ 2 เดือนครับเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ก็พาไปฉีดวัคซีนมา เราก็พาเขาออกไปเที่ยวข้างนอกตลอดเลยตั้งแต่คลอดก็พาไปใส่บาตร เราทำกิจกรรมอะไรก็ทำร่วมกัน ทุกสิ่งทุกอย่างก็อยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ช่วยกันเลี้ยงระหว่างผมกับติ๊ก ถ้าวันไหนผมถ่ายละครหรือมีงานคอนเสิร์ตก็จะขออนุญาตนอนเต็มที่ ก็จะให้แม่เขาดู"
       "แต่ถ้าว่างก็จะคอยอยู่ช่วยเปลี่ยนผ้าอ้อมบ้าง อุ้มเล่นบ้าง เข้าเดือนที่ 2 เขาก็เริ่มจะปรับตัวได้แล้ว รู้ว่าเวลาไหนกลางวันก็จะเล่น กลางคืนก็จะนอนมากขึ้น ทานนมเป็นเวลา ถ่ายท้องเป็นเวลา พ่อแม่ก็เลยได้นอนเป็นเวลามากขึ้นด้วย เดือนแรกแม่ต้องให้นมทุก 3 ชั่วโมง ผมเองก็ตื่นพร้อมๆ กับติ๊ก ผมอาจจะไม่ได้ให้นมเองแต่ก็ดูแลคุณแม่ เอาน้ำให้กิน ช่วยเอาลูกเข้าเต้า เอาหมอนมาให้พิง เราก็ช่วยกันทั้งครอบครัว"
       "ก่อนจะมาทำงานก็บอกเขาทุกวัน หอม อุ้มให้เขาลงมาส่งที่รถ บอกเขาว่าปาป๊าไปทำงานแล้วนะ กลับมาถึงบ้านก็หอมเขา บอกเขาว่าเราไปทำอะไรมาวันนี้ บางทีก็ไม่รู้ว่าเขาติดเราหรือเราติดเขากันแน่ (หัวเราะ) เขาเลี้ยงง่าย ตอนนี้เริ่มส่งเสียงเอ๊าะแอ๊ะกลับมาเจอเขาก็หายเหนื่อย มีความสุขครับ"
       

       

       

ข่าวบันเทิง

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้