จับคาป้อม ตร.จราจรกลางรีดเงินเด็กแว้น 1 หมื่น งานเข้าโดนดัดหลังแจ้ง ป.ป.ท.รวบ ต้นสังกัดชงไล่ออก

update:

       

       วัยรุ่นชายวัย 16 ถูกตำรวจจราจร สน.วิภาวดี เรียกสินบน 1 หมื่นบาท แลกกับการไม่เอาผิดข้อหาขับ จยย. ภาษีขาด - ไม่ทำ พ.ร.บ. -ไม่สวมหมวกกันน็อค แต่เจ้าตัวบอกยังไม่มีจ่ายนัดเอาวันหลัง จากนั้นแอบร้องเรียน ป.ป.ท. และร่วมซ้อนแผนเอาเงินไปให้ ก่อน จนท.จะบุกจับกุมพร้อมหลักฐานมัดตัว
       

       วันนี้ (12 มี.ค.) นายเกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 5 (ป.ป.ท.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ได้บูรณาการร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (บก.ปปป.) จับกุม ส.ต.ต.เฉลิมชัย ยอดแก้ว อายุ 27 ปี ผบ.หมู่ งานจราจร สน.วิภาวดี ในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน กรณี เจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้เรียกรับเงินในการไม่ดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์และจราจร ตามมาตรา149 ซึ่งนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปีผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความในท้องที่ สน.สุทธิสาร
       
       สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเมื่อประมาณวันที่ 1 ก.พ. ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. นายเอ ได้ขับขี่รถจักรยนต์ มายังบริเวณห้าแยกลาดพร้าว แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพฯ ส.ต.ต.เฉลิมชัย ได้แต่งกายเครื่องแบบตำรวจครึ่งท่อนล่าง ตั้งด่านในบริเวณดังกล่าวได้เรียกตรวจแล้วพบว่ารถจักรยานยนต์ขาดการต่อภาษีประจำปี และไม่จัดทำ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และไม่สวมหมวกกันน็อค ได้มีการเรียกเงินเพื่อแลกกับการที่ไม่ถูกดำเนินคดี แต่นายเอ แจ้งว่ายังไม่มีเงิน หลังจากนั้นจึงได้นำเรื่องดังกล่าวร้องเรียนต่อ ป.ป.ท. เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมวางแผนร่วมจับกุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. โดยได้นำธนบัตร ฉบับละ 1,000 บาท รวม 10 ฉบับ ลงบันทึกประจำวันไว้แล้วมอบให้นายเอ แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายในช่วงบ่ายของวันนี้ ปรากฏว่า ส.ต.ต.เฉลิมชัยเป็นผู้มารับเงิน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปปป. จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม และได้พบธนบัตรที่ทำการล่อซื้อในตัวของ ส.ต.ต.เฉลิมชัย ยอดแก้ว จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง และได้มีการนำตัว ส.ต.ต.เฉลิมชัย ส่ง สน.สุทธิสาร เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
       
       นายเกรียงไกร กล่าวว่า ทางผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธ ซึ่งก็เป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา ทั้งนี้ ทาง สน.สุทธิสารจะแจ้งข้อหาและใช้เวลา 30 วันเพื่อสรุปสำนวนคดีนี้ พร้อมขยายผลว่ามีผู้ร่วมขบวนการอีกหรือไม่ จากนั้นจะส่งให้ทาง ป.ป.ท. สรุปผลดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยวันเกิดเหตุมีผู้อ้างตัวเป็นตำรวจเกี่ยวข้อง 2 นาย แต่วันนี้ผู้ถูกกล่าวหาเดินทางมารับเงินเพียงคนเดียว เชื่อว่าจำนวนเงินที่ตกลงกันนั้น มีการเจรจากันหลายรอบ จากเดิมที่ 20,000 บาท ลดตัวเลขลงมาเรื่อย ๆ จนมาหยุดที่10,000 บาทซึ่งจะได้ขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ๆ ต่อไป
       
       ด้าน พ.ต.ท.พันษา อมราพิทักษ์ รอง ผกก.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กล่าวว่า ตอนนี้ต้องรอผลสรุปข้อเท็จจริงจากทางพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสารก่อน หากพบว่ามีความผิดตามที่ถูกกล่าวหาจริง ก็จะดำเนินในทางวินัยและอาญาอยู่แล้ว ซึ่งโทษทางวินัยนั้นจะเสนอให้มีการไล่ ส.ต.ต.ดังกล่าวออก