กระทิงหนุ่มแก่งกระจาน ทรุดตัวลงขาดใจตายโดยไม่ทราบสาเหตุ

MGROnline

       

       เพชรบุรี - กระทิงหนุ่มแก่งกระจาน โผล่ขวางหน้ารถ ก่อนทรุดตัวลงและขาดใจตายไม่ทราบสาเหตุ จนท.ส่งพิสูจน์หาสาเหตุการตาย
       

        วันนี้ (13 มี.ค.) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จุดตรวจด่านมะเร็ว จ.เพชรบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรีว่าพบกระทิงขนาดใหญ่โตเต็มวัยออกมายืนขวาง บนถนนสายโป่งลึกบางกลอย หมู่ที่ 3 ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน ก่อนที่จะลบลงและสิ้นใจในเวลาต่อมา นายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จึงประสานแจ้งสัตวแพทย์และพนักงานสอบสวนเข้าตรวจสอบ
       
        นายบดินทร์ จีบ้ง อายุ 32 ปี ชาวบ้านหมู่ 3 ตำบลสองพี่น้อง เล่าว่าตนเองได้ขี่รถจักรยานยนต์มีเพื่อนซ้อนท้ายมาอีก 2 คนขณะถึงจุดเกิดเหตุซึ่งอยู่ห่างจากด่านมาเร็วประมาณ 3 กิโลเมตร พบกระทิงตัวใหญ่ออกมายืนอยู่ริมถนน และเดินเข้ามาหาทำให้ตัวเองตกใจโดยเพื่อน 2 คนที่ซ้อนท้ายกระโดดลงและวิ่งถอยหนี ขณะเดียวกันก่อนที่กระทิงจะเข้ามาถึงรถที่ตนเองจอดอยู่ข้างทางก็ทรุดตัวลง
       
        และสักครู่ก็ลุกขึ้นพุ่งเข้ามาหา ด้วยความตกใจกลัวจึงทิ้งรถจักรยานยนต์ และวิ่งหนีเข้าข้างทางปีนขึ้นไปแอบอยู่บนต้นไม้ ส่วนกระทิงก็ได้ทรุดลงอีก และมีอาการชักเกร็งนอนหายใจอยู่ริมทางก่อนที่จะพลิกตัวตกลงไปอยู่ข้างถนน กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 30 นาทีเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ ได้มาถึงและตรวจสอบก็พบว่ากระทิงตัวดังกล่าวได้ตายแล้ว
       
        ด้านนายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จึงได้ประสานให้สัตวแพทย์ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชพร้อมด้วย ร.ต.อ.เจริญ เอรัสสะ รองสารวัตรสอบสวน สภ. แก่งกระจาน ร่วมตรวจสอบว่ากระทิงที่ล้มตายในเวลาต่อมา
       
        จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นกระทิงเพศผู้ อายุประมาณ 5 ปี น้ำหนักประมาณ 1 ตัน เบื้องต้นไม่พบบาดแผลภายนอกที่อาจเป็นสาเหตุทำให้กระทิงตายได้ ซึ่งพื้นที่ที่พบกระทิง อยู่ในแนวเขตแปลงซีเอ็นที่มีราษฏรทำกิน ปกติไม่พบกระทิงออกมาหากินบริเวณนี้ แต่ช่วงนี้เป็นฤดูแล้ง อาจออกนอกพื้นที่หากินหรืออาจถูกขับออกจากฝูง หรือด้านในจำนวนกระทิงหนาแน่น
       
        และได้มอบให้นางสาวกนกวรรณ ตรุยานนท์ สัตวแพทย์ชำนาญการ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช ทำการผ่าพิสูจน์เก็บชิ้นส่วนอวัยวะภายใน และนำเศษอาหารและอุจจาระเพื่อนำไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการหาสาเหตุของการตายต่อไป