คลายกังวลมาตรการกีดกัน กดดันราคาทองคำอ่อนตัว

update:

       

       ความกังวลต่อมาตรการกีดกันทางการค้าเหล็กของสหรัฐฯเริ่มผ่อนคลาย กดดันราคาทองคำอ่อนตัว สวนทางดัชนีดอลลาร์ที่กลับมาแข็งค่า กลยุทธ์ลงทุนยังแนะนำทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัวในกรอบ หากทรงตัวเหนือ 1,294 เหรียญ/ออนซ์ได้อาจได้เห็นการรีบาวนด์ของราคา
       

        "วรุต รุ่งขำ" ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาทองคำว่า ราคาทองคำแกว่งตัวลดลงจากกรอบในสัปดาห์ก่อนหน้า เพราะถูกกดดันจากดัชนีดอลลาร์สหรัฐที่กลับมาแข็งค่า เพราะได้รับแรงกระตุ้นจากกรณี "โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐ มีการประกาศกฏหมายเก็บภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียม ซึ่งยกเพียงเพียงเม็กซิโกและบางประเทศที่สามารถเจรจาได้ โดยท่าทีการกีดกันทางการค้าที่ผ่อนคลายมากขึ้น สงผลให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อปัจจัยดังกล่าว จนเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนหันมาให้น้ำหนักต่อดัชนีดอลลาร์สหรัฐ
       
        นอกจากนี้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐยังได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติม เมื่อธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีท่าทีระมัดระวังต่อการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หลังภาวะเงินเฟ้อของกลุ่มยังชะลอตัวลง และการกีดกันทางการค้าที่เกิดขึ้นถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อสภาพเศรษฐกิจในยูโรโซน
       
        ส่วนสถานการณ์ความตรึงเครียดคาบสมุทรระหว่างสหรัฐฯและเกาหลีเหนือมีท่าทีประนีประนอมมากยิ่งขึ้น เมื่อผู้นำเกาหลีเหนือยอมรับการเจรจากับประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพฤษภาคม ถือเป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นดอลลาร์สหรัฐ และกลับมากดดันราคาทองคำเพิ่มเติม
       
        สำหรับปัจจัยที่ต้องจับตา คือการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐ ซึ่งมีจะการเปลี่ยนการให้ข้อมูลทางเศรษฐกิจเร็วขึ้นจากเดิมอีก1ชม. อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)ประจำเดือนกุมภาพันธ์,ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI)และการเปิดเผยยอดค้าปลีกประจำเดือนที่ผ่านมา
       
        ขณะเดียวกันยังมีการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานประจำสัปดาห์ ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ยังเป็นมาตรวัดที่สำคัญของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อการเคลื่อนไหวของอัตราเงินเฟ้อ เพื่อใช้ในการคุมเข้มต่อนโยบายทางการเงินของประเทศ ซึ่งหากทิศทางอัตราเงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นก็จะกระตุ้นให้เฟดคุมเข้มนโยบายการเงินในทิศทางที่แข็งกร้าวมากยิ่งขึ้น ถือเป็นอีกหนึงปัจจัยที่จะเข้ามากดดันราคาทองคำเพิ่มเติม
       
        ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ วายแอลจี ให้แนวต้านประจำสัปดาห์ที่ระดับ 1,341 /1,366/ 1,382 เหรียญ/ออนซ์ ส่วนแนวรับอยู่ที่บริเวณ 1,294/1,273/1,252 เหรียญ/ออนซ์ โดยอาจต้องจับว่าหากราคาดีดตัวขึ้นเข้าใกล้1,311 เหรียญ/ออนซ์ แต่ไม่สามารถผ่านบริเวณดังกล่าวได้ อาจเห็นแรงเทขายทำกำไรสลับออกมา แนะนำให้แบ่งทองคำออกขายบริเวณ 1,329-1,341 เหรียญ/ออนซ์ เป็นจุดพิจารณา เพื่อรอการปรับตัวลงมาของราคาทองคำบริเวณ 1,302 - 1,294 เหรียญ/ออนซ์ เป็นจุดพิจารณาเข้าลงทุน
       
        "เรายังแนะนำเน้นการทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัวในกรอบบริเวณ 1,294 เหรียญ/ออนซ์ นักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนเพื่อควบคุมความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา อย่างไรก็ตามหากราคาสามารถทรงตัวเหนือระดับดังกล่าวได้ ก็มีโอกาสที่จะรีบาวนด์ปรับตัวเพิ่มขึ้น ดดยพยายามสร้างรูปแบบการแกว่งตัวออกด้านข้างเพื่อสะสมกำลังแรงซื้อต่อไป"