สงครามกีดกันการค้ากดดันศก.USหนุนทองคำรีบาวนด์

MGROnline

       

       สงครามกีดกันการค้ากดดันดอลลาร์ ผลักดันให้ราคาทองคำรีบาวนด์ หลังพบตัวเลขเศรษฐกิจมีทิศทางชะลอตัว แม้แต่คณะกรรมการเฟดยังกังวลต่อท่าทีดังกล่าว ประเมินหากราคาทองคำไม่ต่ำกว่า 1,237 เหรียญ อาจเห็นการตั้งฐานรอบใหม่
       

        "วรุต รุ่งขำ" ผู้เอำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่ผ่านมาถูกกดดันจากดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น โดยนักลงทุนมีการโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย อย่างเช่นดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าต่อสหรัฐฯ ที่จะมีการประกาศจัดเก็บภาษีต่อประเทศคู่ค้า
       
        "สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สกุลเงินของประเทศคู่ค้าสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นสกุลเงินหยวน สกุลเงินยูโร สกุลงเงินรูปี มีการอ่อนค่าหรือมีการปรับฐานลง ซึ่งการอ่อนค่าของสกุลเงินต่างๆ ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐมีทิศทางแข็งค่าขึ้น อย่างไรแล้วก็ตามดอลลาร์สหรัฐมีการอ่อนแรงลง มีการขายทำกำไรออกมาในช่วงปลายสัปดาห์หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ ที่มีการชะลอตัวลงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้"
       
        นอกจากนี้งรายงานการประชุมคณะกรรมการ FOMC ซึ่งเป็นการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐหรือ เฟด ประจำวันที่ 12 - 13 มิถุนายน มีการบ่งชี้ว่าคณะกรรมการของเฟดแสดงถึงความวิตกกังวลของข้อพิพาททางการค้าและข้อมูลดังกล่าวสร้างแรงกดดันให้ดัชนีดอลลาร์มีแรงขายทำกำไรสลับออก จนหนุนให้ราคาทองคำมีการฟื้นตัว
       ขึ้น
       
        สำหรับปัจจัยที่ยังคงต้องจับตา อาจจะต้องจับตาสถานการณ์การทำสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนอย่างใกล้ชิดหลังจากที่มีการเริ่มจัดเก็บภาษีระหว่างสหรัฐฯกับจีนตอบโต้กันไปมาจะทวีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด ซึ่งหากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุน อาจจะเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่กลับมากส่งผลเคลื่อนไหวต่อราคาทองคำเพิ่มเติม
       
        ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ ยังแนะนำใหั้จับตาดูเพิ่มเติม เพราะจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของ
       ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ และราคาทองคำโดยจะมีเปิดเผยดัชนีราคาผู้่ผลิตประจำเดือนมิถุนายน และมีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นมาตราวัดเงินเฟ้อรวมทั้งด้านเศรษฐกิจ หากตัวเลขทั้งสองตัวมีทิศทางที่แข็งแกร่งก็อาจจะกลับมากดดันทองคำและหนุนดอลลาร์สหรัฐ แต่หากตัวเลขชะลอตัวลงก็อาจจะกลับไปกดด้นดอลลาร์และกลับมาหนุนทองคำได้เช่นกัน ทั้งนี้ยังแนะนำให้จับตาดูข้อมูลเพิ่มเติม คือ การเปิดเผยงบประมาณการของรัฐบาลกลางประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งอย่างไรแล้วก็ตามการใช้งบประมาณระดับสูงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และงบขาดดุล ยังเป็นปัญหาในส่วนของการบริหารราชการของทรัมป์เอง
       
        ทำให้กลยุทธ์ในการลงทุน YLG ให้แนวรับระดับ 1,237/1,212 และ 1,197 เหรียญ แนวต้านประเมินไว้ที่ระดับ 1,276/1,294 และ 1,309 เหรียญ อย่างไรแล้วก็ตามการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมายังคงเป็นทิศทางขาลงอย่างชัดเจน ขณะที่การดีดตัวหรือการรีบราวน์ดขึ้นของราคาทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มเห็นแรงซื้อที่กลับเข้ามาค่อนข้างมากจากสัปดาห์ก่อนหน้า
       
        ทั้งนี้หากราคาทองคำสามารถทรงตัวรักษาระดับเอาไว้หรือไม่มีการทำระดับต่ำสุดครั้งใหม่ต่ำกว่าที่ผ่านมาบริเวณ 1,237 เหรียญ จะทำให้แนวโน้มหรือโมเมนตั้มของทองคำจากทิศทางขาลงเริ่มเปลี่ยนมาเป็น Side Way หรือพยายามสร้างฐาน แนะนำนักลงทุนอาจจะเข้าซื้อในส่วนของการย่อตัวลงมาเข้าใกล้อยู่ในส่วนของโซนแนวรับดังกล่าว หากราคาขยับหรือดีดตัวขึ้น อาจมีการแบ่งทองคำทยอยออกขายเพื่อเป็นการลดความเสี่ยง และยังคงต้องระมัดระวังในส่วนของแรงขายในโซนแนวต้านระดับ 1,276 เหรียญ อาจจะใช้เป็นจุดพิจารณาในส่วนที่ทำกำไร
       
        อย่างไรแล้วก็ตามอาจจับตาดูการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่เริ่มกลับมาเห็นทิศทางการแข็งค่าได้บ้าง
       ซึ่งอาจจะเป็นอีกปัจจัยตัวหนึ่งที่กดดันราคาทองคำภายในประเทศให้ขยับขึ้นน้อยกว่าการขยับขึ้นราคาทองคำต่างประเทศเช่นกัน