ก.อุตฯ หารือเอกชน หนุนอุตฯ อาหารและเกษตรแปรรูปกลุ่มภาคเหนือตอนบนสร้างมาตรฐานสากล

ผู้จัดการออนไลน์

       

       
กระทรวงอุตสาหกรรมรับข้อเสนอภาคเอกชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 พร้อมหนุนโครงการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป เพื่อพัฒนาและเร่งส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรสู่มาตรฐานสากลในอนาคต

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 มีศักยภาพในด้านการเกษตรและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเกษตร โดยปัจจุบันมีการแปรรูปพืช ผัก ผลไม้ และสินค้าเกษตรขั้นต้นที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำ วัตถุดิบสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ ข้าว ชา กาแฟ สับปะรด และสมุนไพร ดังนั้น ภาคเอกชนโดยสภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ได้แก่ มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงอุตสาหกรรม และอุทยานวิทยาศาสตร์ในพื้นที่ภาคเหนือ จึงเห็นควรพัฒนานวัตกรรมการผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไปสู่ผลิตภัณฑ์เกษตรอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงสร้างรายได้ให้เกษตรกร

ทั้งนี้ ได้สนับสนุนโครงการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป ด้วยนวัตกรรมสู่ SME 4.0 ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปในพื้นที่ให้มีขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจเชื่อมโยงสู่สากล ยกระดับกระบวนการผลิตอาหารแปรรูปให้มีมูลค่าเพิ่มสูงและสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างเหมาะสม

       
นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังได้มีข้อเสนอด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปอีก 4 ประเด็น คือ 1. การพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปมูลค่าสูง สินค้าเกษตรอินทรีย์และอาหารต้องปลอดภัย โดยจะพัฒนาผู้ประกอบการและจัดหาครุภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้า 2. จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่ครบวงจรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมไผ่ภาคเหนือ 3. พัฒนาด้านสมุนไพรและเกษตรแปรรูป โดยใช้เทคโนโลยีพัฒนาการปลูกและแปรรูปวัตถุดิบ และ 4. แฟชั่นล้านนาตะวันออก ที่มีความต้องการพัฒนาด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ผ้าทอและเครื่องประดับ โดยใช้อัตลักษณ์ล้านนา เพื่อส่งเสริมด้านการตลาดในอนาคต

       
อีกทั้งยังได้ติดตามความคืบหน้าโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ บ้านสันติคีรี อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย (ดอยแม่สลอง) ซึ่งเป็นหมู่บ้าน CIV เพื่อการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และมีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น เช่น ชาอู่หลง ชาเจียวกู่หลาน ชาแดง ชามะลิ ชาอัสสัม ฯลฯ ซึ่งหมู่บ้านสันติคีรีมีความต้องการพัฒนาเครื่องจักรเพื่อทำชาเป็นรูปแบบเส้น การปรับปรุงแพกเกจจิ้ง เงินทุน และปรึกษาด้านการแปรรูป พัฒนาผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์

       
อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวพร้อมยกระดับพื้นฐานด้านนวัตกรรม การแปรรูป การออกแบบผลิตภัณฑ์ ตลอดจนบรรจุภัณฑ์ได้แก่ ผู้ประกอบการ SMEs วิสาหกิจชุมชนในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและยกระดับการบริการของสำนักงานให้ก้าวสู่การเป็น ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ระดับจังหวัด (Mini ITC) อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ความช่วยเหลือและต่อยอดธุรกิจ SMEs ไทยสู่ยุค 4.0 และสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่ม

       * * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *
       

ข่าวSMEs

ข่าวยอดนิยม