แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่นฯ ปลื้มผลประเมินซีจีได้ระดับ “ดีเลิศ”

ผู้จัดการออนไลน์

       

       แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย ปลื้มได้รับผลประเมินซีจี ในระดับ “ดีเลิศ” เผยผลงานไตรมาส 3/61 พลิกเป็นบวก บิ๊กบอสมั่นใจปีนี้เทิร์นอะราวนด์ หลังคุมต้นทุนได้ดี และส่งมอบงานลูกค้าต่อเนื่อง แย้มงานในมือทะลักกว่า 300 ล้านบาท จ่อยื่นซองชิงเค้กโครงการ กฟภ. 2 พันล้านบาทในสิ้นปี
       

       นายประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ กรรมการผู้อำนวยการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANET เปิดเผยว่า ตามที่ผลการประเมินในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน ประจำปี 2561 (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies 2018) ซึ่งจัดโดยสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ภายใต้การสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดย PLANET ได้รับการประเมิน “ดีเลิศ” (Excellent CG Scoring) ในระดับ 5 ดาว
       
       “ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจผู้ให้บริการออกแบบ ติดตั้ง จำหน่ายระบบเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม ระบบดิจิทัลทีวีครบวงจร รู้สึกยินดีและดีใจมากที่ได้รับการประเมินให้อยู่ในระดับที่ดีเลิศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการสร้างความเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โปร่งใส คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะเน้นยึดถือปฏิบัติในการกำกับดูแลกิจการควบคู่ไปกับการพัฒนาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นต่อไป” นายประพัฒน์ กล่าว
       
       สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในงวดไตรมาส 3/2561 จากการประเมินในเบื้องต้น มีโอกาสสูงที่จะพลิกกลับมาเป็นบวก หลังจากในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ มีการเร่งส่งมอบงานให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และยังมีงานในมือที่อยู่ระหว่างรอทยอยส่งมอบให้ลูกค้าอีกจำนวนมาก ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมีการควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มั่นใจว่าทิศทางการดำเนินธุรกิจหลังจากนี้ จะสามารถเติบโตดี และสามารถกลับมาเทิร์นอะราวนด์ได้อย่างแน่นอน
       
       ปัจจุบัน บริษัทฯ มีงานในมือ (Backlog) ประมาณ 300 ล้านบาท และคาดว่าจะทยอยรับรู้เข้ามาในช่วงที่เหลือของปีนี้ราว 60% ส่วนงานโครงการประมูลขนาดใหญ่นั้น อยู่ระหว่างเตรียมยื่นซองประมูลโครงการอุปกรณ์สื่อสารของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มูลค่างานประมาณ 2,000 ล้านบาท ช่วงเดือนธันวาคมนี้ และคาดว่าจะรู้ผลได้ภายในเดือนมีนาคม 2562
        
       เพื่อให้บริษัทฯ สามารถมีกำไรเป็นบวก จึงได้ปรับกลยุทธ์โดยเพิ่มสัดส่วนยอดขายบริการ จากเดิม 20% ของปีที่ผ่านมาเป็น 30% ด้วยการรับรู้รายได้จากบริการรูปแบบใหม่คลาวด์ออฟฟิศ (Cloud Office) ที่คิดค่าบริการเป็นรายเดือน อาทิ ระบบโทรศัพท์สำนักงาน (Cloud PBX) และระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Cloud Video) เนื่องจากรายได้บริการมีกำไรขั้นต้นสูงกว่ารายได้จากการขายสินค้า และบริษัทฯยังรักษาอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 23%
       
       “ตอนนี้นอกจากบริษัทฯ จะอยู่ในช่วงของการเร่งส่งมอบงานแล้ว ยังมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มาตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ที่สำคัญที่สุด คือ บริษัทฯ มุ่งเน้นยึดถือการดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งดำเนินการมาอย่างยาวนาน”
       

ข่าวหุ้น

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้