กสอ.แนะ SME ทำบัญชีเดียว ตั้งเป้า 300 กิจการ ดึงเงินเข้าระบบกว่า 600 ล้านบาท

ผู้จัดการออนไลน์

       

       
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เร่งผลักดันผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้มีความรู้ความเข้าใจในด้านระบบบัญชีและการเงิน โดยเฉพาะการทำบัญชีเดียว พร้อมชี้ประสิทธิภาพทางธุรกิจ 4 ข้อที่ได้จากการทำบัญชีเดียว คาดว่าจะมีผู้ประกอบการเปลี่ยนมาใช้ระบบบัญชีชุดเดียวไม่น้อยกว่า 300 กิจการ ส่งผลรายได้เข้าสู่ระบบประมาณ 600 ล้านบาท

       
       นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นอกจากการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรู้จักและเข้าถึงกระบวนการทำธุรกิจด้วยวิธีใหม่ๆ แล้ว กสอ.ยังมุ่งผลักดันให้ผู้ประกอบการได้มีความรู้ความเข้าใจในด้านระบบบัญชีและการเงิน เนื่องจากขณะนี้มีเอสเอ็มอีจำนวนมากที่ยังขาดทักษะทั้งในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติในเรื่องดังกล่าว ซึ่งจะต้องเร่งกระตุ้นและสร้างความตระหนักให้ได้เห็นประโยชน์ในการปรับปรุงระบบบัญชีและการเงินของกิจการ รวมทั้งสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้ด้วยประสิทธิภาพอันสูงสุด โดยหนึ่งในมาตรการที่ขณะนี้กำลังเร่งผลักดันอย่างจริงจังก็คือ การสนับสนุนให้เอสเอ็มอีจัดทำบัญชีเดียว จากเดิมที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะมีหลายบัญชี ซึ่งจากการที่ธุรกิจมีหลายบัญชีจะส่งผลเสียในระยะยาว
       
       นายกอบชัยกล่าวต่อว่า การจัดทำบัญชีเดียวนับว่าเป็นแนวทางที่มีประโยชน์ เพราะการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและตรงกับข้อเท็จจริงของธุรกิจจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในการทำธุรกรรมการเงินให้กับกิจการ ส่งผลให้การทำธุรกรรมและการบริหารเงินของผู้ประกอบการเป็นไปอย่างรวดเร็ว คล่องตัว และเกิดประสิทธิภาพ และทำให้เกิดความเสี่ยงน้อยลง รวมทั้งภาครัฐสามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ตรงจุด และตรงต่อความต้องการของผู้ประกอบการ เพราะมองเห็นภาพเศรษฐกิจที่แท้จริงและชัดเจน นอกจากนี้ ในภาพรวมยังพบอีกว่าเอสเอ็มอีที่มีการใช้ระบบบัญชีเดียวส่วนใหญ่ยังสามารถบริหารธุรกิจได้มีประสิทธิภาพ 4 ด้าน ประกอบด้วย
       

       1. ความสามารถในการวิเคราะห์ธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการจะไม่เกิดความสับสนว่าบัญชีเล่มไหนคือเล่มจริง และทำให้เห็นสภาพความเป็นจริงของสภาพคล่องทางธุรกิจว่าสินค้าหรือบริการประเภทใดที่สามารถทำกำไรให้กับตนได้เป็นอย่างดีพร้อมนำไปวางแผนการบริหารจัดการได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดระยะเวลาในการตกแต่งบัญชี เพื่อเข้าสู่กระบวนการทางธุรกิจอื่นๆ ที่สำคัญกว่าได้อีกด้วย
       
       2. โอกาสในการขอสินเชื่อกับธนาคาร ซึ่งการมีบัญชีเดียวจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และสะท้อนสถานะทางการเงินของธุรกิจอย่างแท้จริง ทำให้มีโอกาสในการขอสินเชื่อได้มากขึ้น เพราะเมื่อธนาคารได้เห็นข้อมูลของธุรกิจที่ถูกต้องและเป็นจริง ธนาคารก็จะสามารถพิจารณาสินเชื่อที่เหมาะสมกับความต้องการของธุรกิจได้ และในอนาคตธนาคารจะพิจารณาสินเชื่อจากบัญชีของธุรกิจที่ใช้ยื่นกับกรมสรรพากรเท่านั้น
       
       3. การลดหย่อนภาษี ค่าใช้จ่ายบางรายการที่ปรากฏบนบัญชีเดียว เช่น การลงทุนด้านเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา การฝึกอบรมพนักงาน ค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการ กิจกรรมเหล่านี้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังมีข้อกำหนดด้านกำไรสุทธิบางประการที่หากตรวจสอบแล้วว่าเกิดจากบัญชีชุดเดียว กรมสรรพากรยังมีการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลอีกด้วย
       
       4. ไม่มีความเสี่ยงต่อการประเมินภาษีย้อนหลัง เนื่องจากบัญชีมีการให้ข้อมูลที่เป็นจริง ทำให้เกิดความโปร่งใสในด้านตัวเลขที่เป็นผลการค้าและกำไร ซึ่งแต่ละธุรกิจก็จะไม่ต้องเข้าสู่การประเมิน ตรวจสอบ ไต่สวน หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้องใดๆ เนื่องจากไม่มีการส่อถึงการหลบเลี่ยงภาษี
       

       นายกอบชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้มาตรการพิเศษของรัฐบาลในการขับเคลื่อน SMEs สู่ยุค 4.0 ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจัดทำโครงการ “เสริมแกร่ง SMEs รอบรู้การเงิน” ขึ้น โดยโครงการนี้เน้นสร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการทำธุรกิจ โดยการจัดทำระบบบัญชีเดียวเพื่อลดความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจ และเตรียมความพร้อมในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไปธนาคารพาณิชย์จะพิจารณาปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการ โดยพิจารณาจากหลักฐานบัญชีเล่มที่ใช้ยื่นต่อกรมสรรพากรเท่านั้น
       
       โครงการดังกล่าวกำหนดจัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศแนะนำโครงการทั้งหมด 15 ครั้ง ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรสาคร สงขลา ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี ชลบุรี ระยอง พระนครศรีอยุธยา สระบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น และเชียงใหม่ ซึ่งคาดว่าเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการจะมีไม่น้อยกว่า 3,500 ราย พร้อมเกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญ เปลี่ยนมาใช้ระบบบัญชีชุดเดียวและนำไปปฏิบัติใช้ในองค์กรได้จำนวนไม่น้อยกว่า 300 กิจการ นอกจากนี้ยังคาดว่าจะสามารถมีรายได้เข้าสู่ระบบประมาณ 600 ล้านบาท และส่งผลให้รัฐบาลมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น และเงินภาษีเหล่านั้นจะนำกลับมาพัฒนาประเทศได้ต่อไป
       
       * * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *
       
       

ข่าวSMEs

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้