พาณิชย์ ไฟเขียวต่างชาติลงทุนไทย 32 ราย เงินสะพัดกว่า 1,691 ล้านบาท

ผู้จัดการออนไลน์

       

       
       
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า อนุญาตให้คนต่างด้าว 32 ราย ประกอบธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งมีการนำเงินเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจกว่า 1,691 ล้านบาท และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานคนไทย 1,107 คน ตั้งแต่มกราคม – ตุลาคม 2561 คนต่างด้าวได้รับใบอนุญาต จำนวน 229 ราย มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 10,471 ล้านบาท

       

       
       นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า ในการประชุมของคณะกรรมการฯ ได้อนุญาตให้คนต่างด้าว 32 ราย ประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าวจากประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และบริติชเวอร์จิน ซึ่งมีการนำเงินเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจกว่า 1,691 ล้านบาท และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานคนไทย 1,107 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุน
       
       สำหรับธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาต ได้แก่ ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ/ในกลุ่ม 5 ราย เงินลงทุนจำนวน 755 ล้านบาท ธุรกิจบริการให้แก่ลูกค้า จำนวน 10 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 141 ล้านบาท ได้แก่ บริการส่งผ่านข้อมูลข้อความ รูปภาพ หรือเสียงทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ บริการออกแบบแม่พิมพ์โลหะสำหรับใช้ในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจบริการเป็นคู่สัญญาภาครัฐ จำนวน 4 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 12 ล้านบาท คือ การค้าปลีกอะไหล่อุปกรณ์สำหรับซ่อมอุปกรณ์สื่อสารข้อมูล ธุรกิจบริการเป็นคู่สัญญาช่วงกับภาครัฐ จำนวน 2 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 92 ล้านบาท คือ บริการออกแบบทางวิศวกรรม ประกอบ ติดตั้ง ทดสอบ บำรุงรักษาและซ่อมแซม เครื่องจักรสำหรับการจัดการขยะมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานด้วยเทคโนโลยีเชิงกล-ชีวภาพ

ธุรกิจบริการเป็นคู่สัญญาภาคเอกชน จำนวน 5 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 591 ล้านบาท ได้แก่ บริการออกแบบทางด้านวิศวกรรม จัดหา ก่อสร้าง ติดตั้งและทดสอบเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ บริการออกแบบทางวิศวกรรม ติดตั้ง บำรุงรักษา และซ่อมแซมเครื่องจักรสำหรับโรงงานผลิตอาหารสัตว์ บริการขุดเจาะหลุมปิโตรเลียม โดยส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าวจากประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และอินเดีย และ ธุรกิจนายหน้า/ค้าปลีก จำนวน 6 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 100 ล้านบาท ได้แก่ นายหน้าประกันวินาศภัย การค้าปลีกระบบทำความร้อนโดยใช้ไอน้ำแบบสุญญากาศ การค้าปลีกแม่พิมพ์ เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และประดับยนต์


       
       


       

       ทั้งนี้การอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในครั้งนี้จะมีผลให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นวิทยาการซึ่งเป็นองค์ความรู้ในแขนงที่คนไทยยังไม่มีความชำนาญหรือมีความเชี่ยวชาญในระดับที่ไม่สูงมากนัก เช่น องค์ความรู้ขั้นสูงเกี่ยวกับการดูแลควบคุมหลุมสำรวจ องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีของระบบทำความร้อนโดยใช้ไอน้ำแบบสุญญากาศ องค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาโปรแกรมรับบัตรเดบิต/เครดิต บนเครื่องรับบัตรตามความต้องการของลูกค้า องค์ความรู้เกี่ยวกับระบบวางท่อ ระบบท่อปลอดเชื้อที่ใช้ในการลำเลียงอาหารสัตว์และติดตั้งปลอกหุ้มท่อองค์ความรู้เกี่ยวกับการผลิตเนื้อหาภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และการสร้างสรรค์กราฟิก สำหรับบริการเสริมผ่านมือถือ เป็นต้น
       
       อย่างไรก็ตามในเดือนตุลาคม 2561 จำนวนธุรกิจที่ได้รับอนุญาตเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 13 ราย คิดเป็นร้อยละ 68 ในขณะที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 1,457 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 623 เนื่องจากเดือนตุลาคม 2561 มีผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูง คือ บริการให้กู้ยืมเงิน บริการรับค้ำประกันหนี้ และบริการออกแบบทางด้านวิศวกรรม จัดหา ก่อสร้าง ติดตั้งและทดสอบเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นต้น
       
       
       * * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *
       

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้