“โรงพิมพ์ตะวันออก” ทุ่ม 2.83 พัน ล. ลุยโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม

ผู้จัดการออนไลน์

       

       บอร์ด “โรงพิมพ์ตะวันออก” ไฟเขียวส่งบริษัทย่อยลุยโซลาร์ฟาร์ม 2 โครงการในเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิต 99.2 เมกะวัตต์ มูลค่ากว่า 2.83 พันล้านบาท เริ่ม COD กลางปี 62 บิ๊กบอส “ยุทธ ชินสุภัคกุล” มั่นใจหนุนผลงานปี 62 ให้ทะยานลิ่ว สามารถสร้างนิวไฮทุบสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง
       

       นายยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการ บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EPCO เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันก่อน (31 ต.ค.2561) มีมติอนุมัติให้ Phu Khanh Solar Power Joint Stock Company (PKS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อม ลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จังหวัดฟูเยี้ยน ในเวียดนาม จำนวน 2 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 99.216 เมกะวัตต์ (MW) ด้วย
       งบลงทุนทั้งสิ้น 2,834.27 ล้านบาท ได้รับ PPA จาก EVN เรียบร้อยแล้ว เริ่มการก่อสร้าง และพร้อมจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในวันที่ 30 มิ.ย.2562
       
       ทั้งนี้ PKS ปัจจุบันมีบริษัท โซล่า พาวเวอร์ แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (SPM) ถือหุ้น 89.88% ขณะที่ SPM ถือหุ้นโดย บมจ. อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป (EP) ในสัดส่วน 100% โดย EP เป็นบริษัทย่อยของ EPCO ซึ่งถือหุ้นอยู่ในสัดส่วน 75%
       
       สำหรับงบลงทุนดังกล่าวรวมถึงการที่ SPM ได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อหุ้นของ PKS ที่เรียกชำระแล้ว และการลงนามในสัญญา Construction Service Agreement โดยเป็นการเข้าทำรายการเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโครงการ PKS ด้วย ขณะที่เฉพาะสัญญาก่อสร้างโรงไฟฟ้า (EPC Contracts) มีมูลค่าของสัญญารวมประมาณ 2,315.59 ล้านบาท
       
       นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังอนุมัติให้บริษัท SPM เข้าทำบันทึกข้อตกลงลงทุนร่วมกันในโครงการ PKS โดยมี SPM ถือหุ้นในสัดส่วน 65% กับผู้ร่วมทุนบริษัทมหาชนไทยรายหนึ่ง ในสัดส่วน 25% และหุ้นส่วนที่เหลือถือหุ้นโดย Nam Viet Hung Investment Corporation (NVH) ในสัดส่วน 5% และกรรมการ 1 คนของ NVH ถือหุ้นในสัดส่วน 5% โครงการโรงไฟฟ้าทั้ง 2 โครงการ มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้กับ Electricity of Vietnam (EVN) เป็นเวลา 20 ปี ในอัตรารับซื้อไฟฟ้า (Feed in Tariff หรือ FIT) ที่ 0.0935 เหรียญสหรัฐฯ ต่อหน่วย หรือประมาณ 3.11 บาทต่อหน่วย
       
       “การเข้าร่วมลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สอดคล้องกับแผนและกลยุทธ์ในการลงทุนและดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวที่กำหนดปริมาณ และราคารับซื้อไฟฟ้าไว้อย่างแน่นอนตลอด 20 ปี จะทำให้บริษัทมีรายได้ที่คงที่ และลดความเสี่ยงทางธุรกิจ” นายยุทธ กล่าว
       
       ส่วนแหล่งเงินลงทุนจำนวน 2,834.27 ล้านบาทนั้น ประมาณ 30% จะมาจากส่วนทุน และอีก 70% มาจากการกู้จากสถาบันการเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างรอการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ
       
       ประธานกรรมการ EPCO กล่าวอีกว่า มั่นใจว่าหลังการขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าในเวียดนาม ในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 550 MW ส่งผลให้รายได้และกำไรจากธุรกิจไฟฟ้าเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง มีผลงานเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั้งในแง่ของรายได้และกำไร จากส่วนแบ่งกำไรธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ตามกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
       

ข่าวยอดนิยม