“แฮร์รีส์ แล็บส์” สตาร์ทอัพตัวแซ่บท้าตียิลเลตต์

ผู้จัดการออนไลน์

       

       แฮร์รีส์ แล็บส์ สตาร์ทอัพที่กล้าลองดีกับยิลเลตต์จนสะท้านสะเทือนไปทั่วตลาดผลิตภัณฑ์โกนหนวด กลับมาอีกครั้งโดยชูกลยุทธ์ขายตรงกับผู้บริโภคแบบเดิมแต่หนนี้พุ่งเป้าที่สาวๆ โดยเฉพาะ
       

       ฟลามิงโกคือแบรนด์ใหม่ที่เคาะประตูขายผลิตภัณฑ์โกนและกำจัดขนสำหรับผู้หญิงถึงบ้าน และเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางเดือนตุลาคม แอลลี เมลนิก ผู้จัดการใหญ่ของฟลามิงโกให้สัมภาษณ์ว่า เป้าหมายของบริษัทคือ เพื่อทำให้ผู้หญิงสะดวกใจมากขึ้นที่จะคุยเรื่องการโกนและแว็กซ์ขน
       
       ฟลามิงโกเป็นแบรนด์แรกจากแฮร์รีส์ แล็บส์ สตาร์ทอัพที่กล้าท้าชิงส่วนแบ่งตลาดจากยักษ์ใหญ่อย่างยิลเลตต์ โดยอาศัยความไม่พอใจของผู้บริโภคจากมีดโกนราคาแพง
       
       ต้นปีนี้แฮร์รีส์ได้เงินทุนอีกก้อนมูลค่า 112 ล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาแบรนด์ใหม่ภายใต้วิสัยทัศน์ในการก้าวขึ้นเป็นบริษัทคอนซูเมอร์โปรดักต์รายใหญ่ที่สามารถแข่งขันกับพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล บริษัทแม่ของยิลเลตต์ได้
       
       เมลนิกและบริตทาเนีย โบอี้ สองผู้นำของฟลามิงโก เคยทำงานและใช้ผลิตภัณฑ์ของแฮร์รีส์มาตั้งแต่ที่บริษัทแห่งนี้เปิดตัวเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ทั้งคู่เป็นผู้หญิงกลุ่มเล็กๆ ที่ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการโกนหนวดของผู้ชายเพราะถูกใจราคา รวมไปถึงความง่ายดายในการจัดส่งและรูปแบบการเป็นสมาชิกที่ยืดหยุ่น พวกเธอบอกว่า มีผู้หญิงกว่าล้านสมัครเป็นสมาชิกแฮร์รี่ส์
       
       เมลนิกบอกเล่าเส้นทางจากแฮร์รีส์จนมาสู่ฟลามิงโกว่า ถึงแม้ปลื้มปริ่มที่มีลูกค้าผู้หญิงที่จงรักภักดีมากมายขนาดนั้น แต่บริษัทรู้ว่า สามารถใช้ความเชี่ยวชาญและทรัพยากรที่มีอยู่มาสร้างผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับผู้หญิงเพื่อการใช้งานในจุดต่างๆ ของร่างกายที่แตกต่างจากผู้ชายโดยสิ้นเชิง เช่น การโกนขนหน้าแข้ง ใต้วงแขน และบิกินีไลน์ พร้อมทั้งสร้างช่องทางสำหรับให้ความรู้โดยปราศจากการตัดสินหรือวิพากษ์วิจารณ์ แต่เป็นการพูดคุยอย่างจริงใจและเปิดกว้าง
       
       นอกจากนั้นก่อนก่อตั้งฟลามิงโก ทีมงานยังใช้เวลาเป็นปีพูดคุยกับผู้หญิงหลายร้อยคนเพื่อให้เข้าใจความต้องการของลูกค้ามากขึ้น และนำความเข้าใจนั้นมาใช้ออกแบบในทุกแง่มุมของผลิตภัณฑ์
       
       มีดโกนของฟลามิงโกใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกับแฮร์รีส์ แต่ออกแบบให้สอดคล้องกับสรีระและการใช้งานของผู้หญิงมากขึ้น เช่น ขอบโค้งมน น้ำหนักเบา ด้ามจับกระชับมือ นอกจากนี้ยังมีเจลที่เป็นสูตรเฉพาะของบริษัทสำหรับทาผิวระหว่างและหลังการโกน
       
       ผลิตภัณฑ์ของฟลามิงโกยังรวมถึงบอดี้โลชั่นแบบดูอัล-แอ็กชันที่ทำหน้าที่ทั้งขัดและให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว ชุดแว็กซ์ขนบนใบหน้าและร่างกายพร้อมคู่มือแนะนำแบบทีละขั้นตอน ซึ่งทั้งหมดนี้ขายบนเว็บไซต์ของบริษัทที่เข้าถึงลูกค้าโดยตรง ซึ่งเป็นช่องทางที่โบอี้และเมลนิกหวังว่า จะช่วยให้ลูกค้าเปิดใจคุยเรื่องขนที่นิ้วเท้า ท้ายทอย และไรหนวดเหนือริมฝีปากมากขึ้น
       
       แฮร์รีส์แจ้งเกิดเมื่อปี 2013 ในฐานะบริษัทที่เข้าถึงลูกค้าโดยตรง และต่อมาได้ขยายไลน์สู่ผลิตภัณฑ์บอดี้แคร์สำหรับผู้ชาย และตอนนี้ยังนำผลิตภัณฑ์ไปวางขายในทาร์เก็ตและวอลมาร์ท แฮร์รีส์และคู่ปรับตัวกลั่น ดอลลาร์ เชฟ คลับ ยังช่วยกันเขย่าอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โกนหนวดมูลค่า 2,800 ล้านดอลลาร์และบีบให้ยิลเลตต์ต้องลดราคามีดโกน ควบคู่กับปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อสกัดส่วนแบ่งตลาดที่รูดลง
       
       แม้แฮร์รีส์ยังเป็นผู้เล่นขนาดเล็กด้วยส่วนแบ่งตลาดแค่ 2% จากข้อมูลของบริษัทวิจัยตลาด ยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชันแนล แต่โมเดลการเข้าหาลูกค้าโดยตรงช่วยสร้างความรู้สึกสนิทสนมเป็นกันเองกับฐานลูกค้าแบบที่แบรนด์ใหญ่เลียนแบบได้ยาก
       
       ขณะเดียวกัน รายงานจากบริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหาร เบน แอนด์ โค. ระบุว่า ลูกค้ากระตือรือร้นมากขึ้นที่จะได้ข้อเสนอพิเศษแบบสั่งได้ที่บริษัทขนาดเล็กอย่างแฮร์รีส์ และดอลลาร์ เชฟ คลับส์พร้อมมอบให้
       
       สำหรับฟลามิงโกนั้นหวังว่า จะประสบความสำเร็จแบบเดียวกับแฮร์รีส์ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์การโกนและกำจัดขนของสตรีมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ในอเมริกาที่ยิลเลตต์ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 50%
       
       อย่างไรก็ตาม มีแบรนด์ออนไลน์หน้าใหม่ผุดขึ้นมากมายและได้รับความสนใจพอตัว แม้ยังเก็บเกี่ยวส่วนแบ่งตลาดได้ไม่มากนักก็ตาม ในจำนวนนี้รวมถึง “แองเจิล เชฟ คลับ” ที่บริจาคยอดขายส่วนหนึ่งให้กองทุนมาลาลาเพื่อส่งเสริมการศึกษาของเด็กผู้หญิงในประเทศต่างๆ และสตาร์ทอัพ “บิลลี่” ที่ดังเป็นพลุแตกจากโฆษณาที่ใช้ภาพเคลื่อนไหวของผู้หญิงกำลังโกนขนที่นิ้วเท้าพร้อมประกาศสงครามกับ “ภาษีสีชมพู” หรือการที่ผู้หญิงมักต้องจ่ายแพงกว่าผู้ชายสำหรับสินค้าชนิดเดียวกัน
       
       เมลนิกบอกว่า การที่มีผู้หญิงกว่าล้านคนซื้อผลิตภัณฑ์ของแฮร์รีส์ ทำให้ฟลามิงโกเป็นตัวเลือกแรกของกลุ่มลูกค้าเหล่านั้น
       
       ปัจจุบัน ฟลามิงโกมีพนักงานเต็มเวลาแค่ 14 คนที่สามารถทุ่มเทอย่างเต็มที่กับการออกแบบ วิศวกรรม และบริการลูกค้า เนื่องจากบริษัทไม่ต้องกังวลกับเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล และทรัพยากรการผลิตที่สามารถเข้าถึงได้จากแฮร์รีส์
       

ข่าวSMEs

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้