ตังเกเวียดนามติดเต่าทะเลยักษ์หนัก 200 กก.บ่นอุบสุดซวย-อวนขาดกระจุย

       

       
       MGR ออนไลน์ -- ชาวประมง จ.เบ๊นแจ (Bến Tre) ในเขตที่ราบปากแม่น้ำโขงเวียดนาม ออกทะเลลากอวน แต่ต้องกลับเข้าฝั่งอย่างกะทันหันเนื่องจากไปติดเต่าทะเลขนาดใหญ่มากตัวหนึ่ง ที่บริเวณปากแม่น้ำ เขาใช้เวลาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่อรองทางการท้องถิ่นขอค่าชดเชย แลกกับการปล่อยเต่ายักษ์กลับคืนธรรมชาติ ซึ่งเป็นความพยายามที่ล้มเหลว.. มันเป็นลาภที่ไม่พึงได้

       
       เจ้าหน้าที่รัฐกล่าวว่า เขาไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรทั้งสิ้น และ จะต้องปล่อยกลับสู่ะเลเท่านั้น เนื่องจากเต่าทะเลทุกชนิด เป็นสัตว์ที่ได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวด ตามกฎหมายเวียดนาม
       
       นายฝ่าม วัน แรน (Phạm Văn Ren) เจ้าของเรือประมง กล่าวว่ามันเป็นเต่าทะเลตัวใหญ่ที่สุด เท่าที่เขาเคยเห็นมาตลอดชั่วอายุ เขาวัดขนาดลำตัว ให้ผู้สื่อข่าวกับผู้ไปเยี่ยมชมดู ซึ่งปรากฎว่าจากหัวไปถึงสุดกระดองเต่า ได้ความยาวกว่า 120 เซ็นติเมตร หลายคนกล่าวว่า ตัวโตขนาดนี้น่าจะหนักไม่ต่ำกว่า 200 กิโลกรัม
       
       นายแรนบอกว่าที่ผ่านมา มีพ่อค้าไปเสนอราคาให้ 150 ล้านด่ง (6,600 ดอลลาร์ หรือ 205,000 บาท) แต่ตนไม่ยอมขาย เพราะเห็นว่าเป็นสัตว์สงวนตามฎหมาย ขณะเดียวกันก็มีเจ้าหน้าที่จากคอมมูน และ อำเภอ ไปพบเจรจาให้ปล่อยเต่าตัวใหญ่กลับทะเล แต่เนื่องจากตนได้รับความเสียหาย ทางการจึงควรจะจ่ายเป็นค่าชดเชยให้บ้าง ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง และ อวนที่เต่าขนาดใหญ่ตัวนี้ทำขาด
       
       นายแรนเรียกร้องให้ทางการช่วยเหลือ เป็นเงิน 20 ล้านด่ง (880 ดอลลาร์ หรือ 27,000 บาทเศษ)
       
       "ผมเติบโตที่นี่และลากอวนมาเกือบ 20 ปี ไม่เคยเห็นเต่าตัวโตขนาดนี้มาก่อน ผมไม่รู้เป็นเต่าอะไรแน่ ทางการได้ขอให้ปล่อยลงทะเลไป แต่ครอบครัวของผม ก็มีความเสียหาย ไหนจะค่าน้ำมัน ไหนจะอวนที่เต่าทำขาด จึงอยากจะขอให้ทางการช่วยเหลือสัก 20 ล้าน" นายแรนบอกผู้สื่อข่าว ซเวินเหวียดออนไลน์
       .
       

       

       "คิดไปอีกที ขืนปล่อยไปแถวนี้ เดี๋ยวก็คงติดอวนเรือลำอื่นขึ้นมาอีก ครั้นจะเอาไปปล่อยกลางทะเลก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก.." ชาวประมงวัย 63 ปีบ่น ทั้งอธิบายว่าการนำเอาเต่าตัวใหญ่ กลับออกทะเลไปนั้นไม่ง่าย เพราะตอนนำขึ้นจากน้ำ และ นำกลับเข้าบ้าน ต้องขอให้คนอื่นช่วยถึง 5 คน -- ตอกย้ำความจำเป็น ที่ต้องได้รับเงินชดเชย
       
       แต่การณ์กลับเป็นว่า นายแรนนำเต่าใหญ่ตัวนี้ ขึ้นจากทะเลตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค. เป็นเวลากว่า 1 เดือนมาแล้ว เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอกล่าวว่า เขาไม่ควรเก็บเต่าไว้แม้แต่วันเดียว เนื่องจากเป็นสัตว์ทะเลประเภทคุ้มครอง ที่ไม่สามารถมีไว้ในครอบครองได้
       
       แต่นายแรนบอกว่า เห็นเต่ามีอาการเหนื่อยอ่อน จึงเก็บเอาไว้ให้พักฟื้น และ ให้ปลาเป็นอาหารทุกวัน ตอนนี้เต่ากลับมาแข็งแรง เหมือนเดิม ทั้งยังร่าเริง ชอบคลานรอบๆ บ่อ ให้ผู้ไปเยี่ยมชมได้ดู อยู่ทุกวัน จนกระทั่งตนเองรู้สึกรัก รู้สึกว่าเป็นเจ้าของ
       
       อย่างไรก็ตาม สื่อออนไลน์ภาษาเวียดนามรายงานว่า นายเหวียน วัน ดว่าน (Nguyễn Văn Đoàn) ประธานคณะกรรมการประชาชน คอมมูนบี่งแข็ง (Bình Khánh) ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ได้ไปที่บ้านนายแรนหลายครั้ง แสดงความเห็นอกเห็นใจ อยากจะขอให้หน่วยเหนือขึ้นไป ช่วยสนับสนุนด้านการเงิน ขณะรอให้ผู้เชี่ยวชาญไปพิสูจน์ว่า เป็นเต่าทะเลชนิดใดกันแน่
       .
       

       เจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นกล่าวว่า เต่าขนาดใหญ่ตัวนี้่ มีลักษณะคล้ายคลึงกับเต่าหญ้ามากที่สุด แต่แปลกใจที่สีสันลวดลายบนกระดอง ไม่เหมือนเต่าหญ้าทั่วไป นอกจากนั้นก็ยังตัวโตกว่าเต่าหญ้าอีกด้วย
       
       เต่าหญ้า หรือ เต่าสังกะสี หรือ เต่าหญ้าแปซิฟิก ( Olive ridley หรือ Pacific ridley) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Lepidochelys olivacea สังเกตง่ายๆ ที่กระดองมักจะมีสีเขียวมะกอก หรือ สีน้ำตาล เป็นเต่าทะเลหนึ่งในสี่หรือห้าชนิด ที่พบเห็นในย่านนี้ และ ยังเป็นชนิดที่มีจำนวนมากที่สุดในแปซิฟิกอีกด้วย แต่ที่สำคัญก็คือ เต่าหญ้าเป็นเต่าทะเลที่มีขนาดเล็กที่สุด โดยทั่วไปจะมีลำตัวยาวเต็มที่เพียง 60-70 ซม. และ หนักเพียง 30-40 กก.เท่านั้น แต่ตัวที่นายนแรนจับได้นี้ มีขนาดใหญ่โตมาก
       
       เต่าทะเลทุกชนิด ถูกบรรจุไว้ใน "บัญชีแดง" ของเวียดนาม -- นายจู แอง แข็ง (Chu Anh Khánh) เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์สมุทรศาสตร์ สถาบันสมุทรศาสตร์เวียดนาม ที่เมืองญาจาง (Nha Trang) จ.แค้งหว่า (Khánh Hòa) กล่าวว่า เป็นสัตว์ทะเลที่ได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวด ชาวประมงที่จับได้ จะต้องปล่อยคืนสู่ทะเลสถานเดียว หรือ ผู้ที่รับซื้อไปจะต้องรีบนำไปส่งให้แก่ สำนักงานการเกษตรและพัฒนาชนบทในท้องที่โดยเร็วที่สุด
       
       นอกจากนั้่นผู้ที่จับเต่าทะเลได้ ยังไม่มีสิทธิ์ร้องขอการชดเชยใดๆ อีกด้วย นายแข็งกล่าว.