วัดไผ่จระเข้จัดอนุรักษ์การละเล่นโบราณ 12 ชนิดไว้ลูกหลานได้ศึกษาและเรียนรู้

MGROnline

       

       ภาคกลาง - วัดไผ่จระเข้ ร่วมกับประชาชนชาวตำบลไทรงาม ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมสืบสานประเพณีการละเล่นโบราณ รวม 12 ชนิด เป็นครั้งแรก เพื่อเป็นการอนุรักษ์การละเล่นของคนไทยไม่ให้เลือนหาย ลูกหลานได้ศึกษาและเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยบรรยากาศในงานเป็นไปอย่างสนุกสนานและความสามัคคีในชุมชน ขณะที่ราชบุรีสืบสานการละเล่นประเพณีผีลอบที่มีมายาวนานกว่า 100 ปี
       


        วันนี้( 16 เม.ย.) ที่วัดไผ่จระเข้ ตำบลไทรงาม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม พระใบฎีกาประจักษ์ ธนปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดไผ่จระเข้ ได้มีแนวคิดที่จะนำการละเล่นโบราณ สมัยตั้งแต่ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่เคยเล่นกันมาก่อน นำมาฟื้นฟูและอนุรักษ์เอาไว้อีกครั้งในงานประเพณีสงกรานต์ โดยมีการประสานงานไปยัง ผู้นำชุมชน โดยการนำการละเล่นโบราณ จำนวน 12 ชนิด กลับมาใช้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้
       
        ถือเป็นครั้งแรกที่ทางวัดได้จัดขึ้น ประกอบด้วย 1.ขี่ม้าก้านกล้วย 2.รีรีข้าวสาร 3.งูกินหาง4.มอญซ่อนผ้า 5.หมากเก็บ 6.ลูกช่วง 7.ชักเย่อ 8.ล้อต๊อก 9.แตะปี๊บ 10.รำวงเก้าอี้ 11.มวยตับจาก และ12.หัวล้านชนกัน ซึ่งการละเล่นแต่ละชนิดก็สร้างความสนุกสนาน และเรียกเสียงหัวเราะกันจนท้องแข็งกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะการละเล่น งูกินหาง มอญซ่อนผ้า ทั้งชุดของเด็กและชุดของผู้ใหญ่ รวมทั้งมวยตับจากและหัวล้านชนกันระหว่างคู่แค้น ที่เคยหมาดหมางกันมาเนิ่นนานว่ากว่า 10 ปี โดยในงานได้จัดอย่างสนุกสนานและเรียกเสียงหัวเราะ สร้างความสนุกสนานกันอย่างถ้วนหน้าทั้งผู้ที่เข้าเล่นและผู้ที่เข้ามาชมการเล่นดังกล่าว
       
        สำหรับการจัดในครั้งนี้ ได้เริ่มจากมีการแห่บอกบุญชาวบ้าน การก่อพระเจดีย์ทราย การถวายเจดีย์ทราย ถวายปัจจัยไว้บูรณะวัด การสรงน้ำพระพุทธและพระสงฆ์ สำหรับการละเล่นโบราณได้จัดให้มีการฟื้นฟูการละเล่นโบราณครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีเก่าๆเอาไว้ไม่ให้เลือนหายไป และเพื่อให้เด็ก ๆ และเยาวชนรุ่นลูกรุ่นหลาน จะได้รู้จักการละเล่นของปู่ ย่า ตา ยาย ที่ผ่านมาและในปีต่อ ๆไปทางวัดจะจัดให้มีการละเล่นแบบนี้ขึ้นทุก ๆปี เพื่อเป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์ประเพณีการละเล่นโบราณเอาไว้ ให้คงอยู่ในชุมชนไม่เลือนหายไปกับกระแสโลกยุคใหม่
       
        ขณะที่ชาวบ้าน บ้านไผ่แบ้ อ.บางแพ จ.ราชบุรี สืบสานการละเล่นประเพณีผีลอบที่มีมายาวนานกว่า 100 ปี มีการใช้ผ้าขาวม้าห่อลอบดักปลา มีการจุดเทียนร้องเพลงอันเชิญบรรพบุรุษเข้ามาอยู่ในลอบ แล้วกระโจนคว้าลอบพากลิ้งไปจนหมดแรง
       
        โดยนายอุรุพงษ์ ยังผู้ กำนันตำบลบาแพ และชาวบ้านในชุมชนบ้านไผ่แบ้รวมใจ ได้ร่วมกันจัดงานประเพณีผีลอบขึ้นบริเวณพื้นที่ว่างกลางหมู่บ้านบ้านไผ่แบ้รวมใจ เพื่อสืบสานและร่วมกันอนุรักษ์ประเพณีนี้ให้คงอยู่ และยังถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยสร้างสีสันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของชาวไทยเชื้อสายเขมร ที่มีการละเล่นสืบต่อกันมายาวนานกว่า 100 ปีมาแล้ว ด้วยการละเล่นเข้าผี หรือที่เรียกว่า “ผีลอบ” เป็นความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายเขมร และยังมีแห่งเดียวของประเทศที่ได้นำเอา”ลอบ” หรือไซ ดักปลามาใช้เข้าผี