“ออมสิน” ตั้งเป้าผู้รับสิทธิ์สวัสดิการฯ หายจนปี 2563

MGROnline

       

       ธนาคารออมสินปูพรมลูกค้าทุกกลุ่ม รากหญ้า เด็ก-เยาวชน รายได้ปานกลาง ผู้สูงวัย และ Start Up ออกสินเชื่อตอบโจทย์รัฐบาลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ตั้งเป้าผู้รับสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐที่ลงทะเบียนกับธนาคารออมสิน 1 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจนภายในปี 2563
       

       ไม่ง่ายนักกับบทบาทของธนาคารรัฐอย่างธนาคารออมสิน ที่ต้องบริหารเพื่อทำกำไรแล้วนำส่งกระทรวงการคลังแถมยังต้องสนองนโยบายของรัฐบาลพร้อมกันไปในตัว เพราะโอกาสที่เกิดหนี้เสียจากนโยบายที่ต้องเข้าไปช่วยกลุ่มรากหญ้านั้นมีความเป็นไปได้สูง หากไม่มีเครื่องมือของรัฐลงไปช่วยเหลือ กลุ่มเหล่านี้ก็หมดสิทธิที่จะลืมตาอ้าปากได้ เนื่องจากยากต่อการเข้าถึงสินเชื่อ
       
       ในไตรมาสแรกของปี 2561 ธนาคารออมสินได้แจ้งผลการดำเนินงาน 3 เดือนแรกของปี กำไรสุทธิ 13,479 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 6,178 ล้านบาท มาจากกำไรจากการขายหุ้นสามัญและรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และใน 3 เดือนแรกมีการปล่อยสินเชื่อใหม่ถึง 149,303 ล้านบาท ทำให้สินเชื่อคงเหลือ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561 อยู่ที่ 2,059,181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45,058 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.24 จากสิ้นปี 2560 ซึ่งอยู่ที่ 2,014,123 ล้านบาท
       
       พร้อมทั้งนำส่งรายได้แผ่นดิน 13,118 ล้านบาท สำหรับงบประมาณแผ่นดิน 2560 ต.ค. 59-ก.ย. 60
       
       นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานในปี 2561 นอกจากการสร้างรายได้และผลประกอบการที่ดีแล้ว ธนาคารฯ ได้มุ่งเป้าหมายสู่การเป็น The Best & Biggest Local Bank in Thailand “ธนาคารที่ดีที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุด” โดยมุ่งเน้นลูกค้าใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
       

       1. กลุ่มลูกค้าฐานราก/นโยบายรัฐ มุ่งเน้นกลุ่มผู้ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ กลุ่มผู้มีหนี้นอกระบบ และกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก หรือ พ่อค้า-แม่ค้า
       2. กลุ่มลูกค้าบุคคล มุ่งเน้นกลุ่มเด็กและเยาวชน กลุ่มบุคคลรายได้ปานกลาง กลุ่มผู้สูงวัย และ
       3. กลุ่มลูกค้า SMEs มุ่งเน้น กลุ่ม SMEs Start Up
       
       “เลิกจนปี 63”
       สำหรับกลุ่มฐานรากและนโยบายรัฐนั้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มประชาชนที่ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นโครงการที่ธนาคารฯ ได้เข้าไปสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกลุ่มประชาชนฐานรากอื่นๆ โดยธนาคารฯ จะยกระดับให้ประชาชนก้าวพ้นจากความยากจนด้วยกลไก 3 สร้าง ได้แก่ 1. สร้างรายได้/อาชีพ ผ่านโครงการมหาวิทยาลัยประชาชน โดยการจัดทำหลักสูตรอบรมพัฒนาอาชีพร่วมกับ 17 มหาวิทยาลัย, โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ผ่านโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 84 ชุมชน, พัฒนาและยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจแฟรนไชส์ 2. สร้างตลาด ด้วยการจัดตลาดนัดประชารัฐวายุภักษ์, ตลาดประชารัฐสีชมพู, ร้านค้าประชารัฐ, Thailand Street Food, e-Market Place ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ และมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และ 3. สร้างประวัติทางการเงินด้วยการส่งเสริมการรับชำระเงินผ่าน QR Payment (MyMo Pay และ GSB Pay) โดยได้ดำเนินการติดตั้งคิวอาร์โค้ดไปแล้วกว่า 26,000 ร้านค้า พร้อมกันนี้มีการสนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน เช่น สินเชื่อ Street Food สินเชื่อผู้รับสิทธิ์สวัสดิการรัฐ สินเชื่อ Home Stay สินเชื่อธุรกิจแฟรนไชส์ ตลอดจนการให้ออมก่อนกู้
       
       “ธนาคารออมสินได้รับมอบนโยบายจากรัฐบาลในการเสริมสร้างโอกาสทางการเงินให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ปัญหาความยากจน โดยธนาคารฯ ตั้งเป้าหมายว่าผู้ได้รับสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐที่ลงทะเบียนกับธนาคารออมสิน 1 ล้านคนจะต้องหลุดพ้นจากความยากจนภายในปี 2563”
       

       ธนาคารออมสินปูพรมลูกค้าทุกกลุ่ม รากหญ้า เด็ก-เยาวชน รายได้ปานกลาง ผู้สูงวัย และ Start Up ออกสินเชื่อตอบโจทย์รัฐบาลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ตั้งเป้าผู้รับสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐที่ลงทะเบียนกับธนาคารออมสิน 1 ล้านคน หลุดพ้นจากความยากจนภายในปี 2563
       
       “ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่”
       ทั้งนี้ ในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ธนาคารออมสินได้ปลูกฝังการออมตั้งแต่เยาว์วัย ธนาคารฯ ได้ยกระดับธนาคารโรงเรียน สู่ Virtual School Bank ซึ่งจะจูงใจให้นักเรียน กลุ่มคนรุ่นใหม่ได้รับความรู้ความเข้าใจและออกแบบการออมด้วยตัวเองได้ในโลกเสมือนจริง ที่สำคัญถือเป็นครั้งแรกที่จะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในยุค Digital Banking 4.0 ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ www.gsbschoolbank.com ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจเข้าไปเรียนรู้กันมากขึ้น และยังมีโครงการต่างๆ อีกมากมายครอบคลุมทุกมิติของการเรียนรู้สำหรับเยาวชน เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยสู่ความเป็นเลิศทัดเทียมสากล ทั้งด้านดนตรี ด้านกีฬา ด้านวิชาการ ตลอดจนส่งเสริมความมีคุณธรรมและจริยธรรม รวมถึงโครงการ GSB Generation ที่เน้นกิจกรรมตอบโจทย์ Life Style คนรุ่นใหม่
       
       ขณะที่กลุ่มบุคคลรายได้ปานกลาง ธนาคารฯ จะนำเสนอและส่งมอบนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการที่ล้ำสมัย ด้วยบริการ Digi-Thai Life Solution ผ่านบริการ Mobile Banking ในชื่อ MyMo ของธนาคารออมสิน บริการธุรกรรมออนไลน์ฟรีค่าธรรมเนียม, MyMo My Life ครบทุกความต้องการในแอปฯ เดียว ทั้งด้านเงินฝาก สินเชื่อ ลงทุน และประกันชีวิต, Market Place ธุรกิจใหม่บนมือถือรองรับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่, QR Payment รับ-จ่ายแบบไร้เงินสด ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมแก่ธนาคารฯ ในอนาคต
       
       “เกษียณ-มีเงินใช้”
       นายชาติชายกล่าวต่อไปว่า สำหรับกลุ่มผู้สูงวัยนั้น ธนาคารออมสินเป็นสถาบันการเงินแห่งแรกที่ประกาศความพร้อมในการดูแลผู้สูงวัย รองรับการก้าวเข้าสู่ Aging Society ของประเทศ ด้วยการเปิดตัวธนาคารผู้สูงวัย เมื่อต้นปี 2560 เพื่อให้บริการทางการเงินที่เหมาะกับผู้สูงวัย ทั้งเงินฝาก สินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อ Reverse Mortgage ที่ธนาคารเปิดให้บริการเป็นแห่งแรกของประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุมีหลักประกันด้านรายได้อย่างมั่นคง ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง พร้อมกับการสร้างรายได้/อาชีพ ส่งเสริมการออม เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในช่วงบั้นปลายของชีวิต
       
       ส่วนกลุ่ม SMEs Start Up จะมุ่งเน้นพัฒนา SMEs ให้มีนวัตกรรม นำไปสู่การพัฒนาประเทศ ตั้งแต่หากลุ่มเป้าหมาย จัดโปรแกรมอบรมและพัฒนา ไปจนถึงการให้สินเชื่อและการร่วมลงทุน สำหรับในกลุ่ม SMEs นั้น ธนาคารฯ ได้ขยายศูนย์ธุรกิจลูกค้า SMEs ทั่วประเทศเพิ่มเติมจาก 18 ศูนย์ ในปี 2560 เป็น 37 ศูนย์ ในเดือนมีนาคม 2561 และจะครบตามเป้าหมาย 82 ศูนย์ ในเดือนกันยายน 2561 ซึ่งจะทำให้เกิดความคล่องตัวในการอนุมัติสินเชื่อและดูแลลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างทั่วถึง
       
       นับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อยสำหรับการตอบโจทย์ทั้งนโยบายของภาครัฐบาล เพื่อตอบโจทย์คนทุกกลุ่มให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และการนำธนาคารออมสินสู่การเป็นธนาคารที่ดีที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุด (The Best & Biggest Local Bank in Thailand)