กลับมาอีกครั้ง! "ออมเพื่อให้ ตามรอยพ่อ" ปี 2 กระปุกจำลองอุปกรณ์ทรงงาน ร.9 แลกง่ายกว่าเดิม

ผู้จัดการออนไลน์

       

       ชวนคนไทย "ออมเพื่อให้ ตามรอยพ่อ ปี 2" สมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช กลับมาอีกครั้ง กระปุกจำลองอุปกรณ์ทรงงาน "ในหลวง รัชกาลที่ 9" ผลิตใหม่ 3 แสนชิ้น พร้อมเปิดช่องทางธนาคารกรุงเทพทุกสาขา และช่องทางออนไลน์ เริ่มออมวันนี้ โอนเงิน-รับกระปุกอีกที 16 ม.ค. ปีหน้า
       

       หลังจากเมื่อปี 2560 ประสบความสำเร็จในการระดมเงินออม เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช มากถึง 113 ล้านบาท
       
       โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ จึงได้ขอพระบรมราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดำเนินโครงการ "ออมเพื่อให้ ตามรอยพ่อ ปีที่ 2"
       
       เพื่อชวนคนไทยสร้างวินัยการออม ตามรอยพระราชจริยวัตร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในการเป็น "กษัตริย์นักออม" ด้วยการเป็นนักออมเพื่อให้
       
       นำเงินออมสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา อาคารศูนย์การแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พระราชปณิธานสุดท้ายเพื่อผู้ป่วยด้อยโอกาส
       
       คราวนี้ ได้จัดทำกระปุกออมเงินสัญลักษณ์จำลองอุปกรณ์ทรงงาน 3 รูปแบบ ได้แก่ วิทยุสื่อสาร กล้องถ่ายรูป และพระราชพาหนะทรงงาน แบบละ 1 แสนชิ้น รวมเป็น 3 แสนชิ้น ซึ่งผลิตใหม่ขึ้นทั้งหมด
       
       จากเดิมในปี 2560 ประชาชนนำกระปุกออมสินเก่า เหรียญเก่ามาแลก คราวนี้มีวิธีที่สะดวกกว่านั้น เพราะธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้เข้ามาช่วยเหลือด้านการจัดการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สนใจทั่วประเทศ
       

       - อยากเป็น "นักออมเพื่อให้" เริ่มได้ไม่ยาก
       
       สำหรับขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ "ออมเพื่อให้ ตามรอยพ่อ ปีที่ 2" ธนาคารกรุงเทพ ได้เปิดช่องทางลงทะเบียน ผ่านสาขาของธนาคารกว่า 1,163 สาขา ตั้งแต่วันที่ 16-25 พ.ย. 2561
       
       ใช้หลักฐานเพียงแค่บัตรประชาชน 1 ใบ มาแสดงกับเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องมีบัญชีธนาคารกรุงเทพ เงื่อนไขการสมัครคือ 1 บัตรประชาชนต่อ 1 สิทธิ์ เพื่อแลกรับกระปุกออมเงินได้ไม่เกิน 3 กระปุกโดยไม่ซ้ำแบบ
       
       หลังจากทำการสมัครเรียบร้อยแล้ว จะได้รับใบสมัครที่มี QR Code และ Barcode เก็บไว้เพื่อใช้โอนเงินออมในวันโอนเงินออม และแลกรับกระปุกออมเงินผ่านสาขาธนาคารที่เลือกไว้
       
       ส่วนใครที่ไม่สะดวกลงทะเบียนผ่านสาขาธนาคารกรุงเทพ สามารถสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.savingforgiving.com แต่จะเปิดลงทะเบียนช้ากว่าผ่านสาขา คือเริ่มวันที่ 23-25 พ.ย. 2561
       
       หลังจากได้หลักฐานการสมัครแล้ว โครงการฯ มีเวลาออมเงินให้ถึงวันที่ 15 ม.ค. 2562 ผู้สมัครสามารถออมเงินได้ทุกวัน วิธีไหนก็ได้ กำหนดเป้าหมายเงินออม 450 บาทต่อ 1 กระปุก
       
       เป้าหมายเงินออมต่อ 1 กระปุก 450 บาท ออม 2 กระปุก เท่ากับ 900 บาท สูงสุด ออม 3 กระปุก เท่ากับ 1,350 บาท
       
       จากนั้น วันที่ 16-22 ม.ค. 2562 ก็ถึงเวลาโอนเงินออมทั้งหมด โดยใช้ใบโอนเงินออมที่มี QR Code และ Barcode จากการสมัคร ผ่านทางเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา
       
       รวมทั้ง ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ, แอปพลิเคชั่น Bualuang mBanking หรือบริการ Bualuang iBanking ที่เว็บไซต์ www.bangkokbank.com
       
       สะดวกที่สุด คือสแกน QR Code ซึ่งจะมีอยู่ในใบโอนเงินออม รองรับโมบายแบงกิ้งของทุกธนาคาร
       
       เมื่อโอนเงินออมเสร็จแล้ว ให้นำหลักฐานไปรับกระปุกออมเงิน ผ่านสาขาธนาคารกรุงเทพ ที่เลือกไว้ตอนสมัคร แต่ถ้าเลือกรับกระปุกทางไปรษณีย์ ทางโครงการฯ จะเริ่มจัดส่งตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2562
       
       
       
       ปี 2560 โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ แลกกระปุกออมเงินแก่ประชาชนกว่า 139,000 คน คิดเป็นเงินบริจาครวม 113 ล้านบาท
       
       โดยพบว่า ประชาชนแลกกระปุกพระราชพาหนะทรงงาน มากที่สุดถึง 41% รองลงมาคือ กระปุกกล้องถ่ายภาพทรงงาน และกระปุกวิทยุสื่อสารทรงงาน ตามลำดับ
       

       - ตึกนวมินทรบพิตร 84 พรรษา คืบหน้า 65% ปีหน้าเปิดใช้บางส่วน-ลดความแออัด
       
       ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช สูง 25 ชั้น งบประมาณ 5,000 ล้านบาท ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ 2,000 ล้านบาท ปัจจุบันคืบหน้าไปแล้ว 65%
       
       ขณะนี้อยู่ระหว่างตกแต่งภายใน ชั้นที่ 1-2 และชั้นใต้ดิน รวมทั้งติดตั้งคุรุภัณฑ์ทางการแพทย์บางส่วน งบประมาณ 1,800-2,000 ล้านบาท ได้เงินบริจาคจากประชาชนแล้ว 1,000 ล้านบาท
       
       โดยจะมีคุรุภัณฑ์แพทย์ใหม่รองรับ อาทิ เครื่องฉายแสงสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง จากเดิมมี 3 เครื่อง จะจัดซื้อเพิ่มอีก 5 เครื่อง เพื่อลดปัญหาเครื่องไม่เพียงพอต่อคนไข้ ผู้ป่วยบางรายต่อคิวถึง 6 เดือน
       
       เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับผู้ป่วยนอกได้ 500,000 รายต่อปี มีเตียงผู้ป่วยสามัญหรือผู้ป่วยด้อยโอกาส 376 เตียง รองรับผู้ป่วยใน 20,000 รายต่อปี และหอผู้ป่วยวิกฤต 62 ห้อง โดยไม่มีห้องพิเศษ
       
       นอกจากนี้ ยังมีศูนย์ความเป็นเลิศ 14 ศูนย์ และหน่วยตรวจต่างๆ อาทิ ผู้ป่วยด้านอายุรกรรม ประสาทวิทยา โรคไต โรคด้านจิตเวช ด้านกระดูกและข้อ และด้านรังสีวินิจฉัยและรังสีรักษา
       
       คาดว่าจะเปิดให้บริการบางส่วนได้ในเดือนมีนาคม 2562 เพื่อลดความแออัดของคนไข้และทดสอบระบบ ก่อนจะเปิดอาคารอย่างเป็นทางการ ประมาณเดือนธันวาคม 2562
       

ข่าวOnline Section

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้