"ธีระชัย" หวั่น "อิศรา" พาผู้อ่านเข้าป่า ห่วงคนจ้องเล่นงาน "ธนาธร" จนขาดสติ ย้ำโอนหุ้นมีผลตามกฎหมายไม่ต้องถือตาม บอจ.5

ผู้จัดการออนไลน์

       

       "ธีระชัย" หวั่น "สำนักข่าวอิศรา" พาผู้อ่านเข้าป่า ย้ำวันโอนหุ้นมีผลตามกฎหมาย ไม่ต้องถือตามแบบรายงาน บอจ.5 ที่ยื่นต่อกระทรวงพาณิชย์ การอ้างถึง "ไทยซัมมิท" นำส่ง บอจ.5 ถึง 3 ครั้งในปีเดียว ฉะนั้น "วี-ลัค" ควรทำแบบเดียวกัน สะท้อนว่ายังเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของ บอจ.5 ซึ่ง "ไทยซัมมิท" ยื่นนั้นไม่ใช่การแจ้งการโอนหุ้นเลย โอดบางคนจ้องเอาผิด "ธนาธร" จนเอาอารมณ์บังสติและสายตา
       

       วันนี้ (25 เม.ย.) นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก “Thirachai Phuvanatnaranubala" ว่า ....
       
       “สำนักข่าวอิศรากำลังพาผู้อ่านเข้าป่าหรือเปล่า?”
       
       เรื่องธนาธรกับหุ้นสื่อ ซึ่งวนไปวนมาไม่จบ โดยมีสำนักข่าวอิศราเป็นแหล่งข่าวสำคัญ ทำงาน investigative journalism อย่างมุ่งมั่น ยกประเด็นโน้นนี้อย่างน่าชื่นชม
       
       แต่ข้อมูลที่เผยแพร่ล่าสุด อาจจะกำลังพาผู้อ่านเข้าป่า
       
       เรื่องนี้มีประเด็นถกเถียงกันว่า วันที่การโอนหุ้นมีผลตามกฎหมาย จะต้องถือตามแบบรายงาน บอจ.5 ที่บริษัทต่างๆ ยื่นต่อกระทรวงพาณิชย์ หรือไม่
       
       มีอดีตผู้พิพากษาท่านหนึ่ง บอกว่าต้อง และสำนักข่าวอิศราก็เห็นตามนั้น ผมเองเป็นนักบัญชี ความรู้กฎหมายน้อย แต่รู้ว่า ไม่มีนักบัญชีที่ไหนที่ถือวันโอนตาม บอจ.5
       
       ล่าสุด สำนักข่าวอิศราพบว่าบริษัทในกลุ่มซัมมิต มีการยื่น บอจ.5 หลายครั้งในปีหนึ่งๆ
       
       แสดงว่ายื่น บอจ.5 เพื่อให้การโอนหุ้นมีผล หรือไม่? และถ้าบริษัทในกลุ่มซัมมิต ทำกันอย่างนี้ กรณีบริษัทสื่อ ก็ต้องถือตาม บอจ.5 ด้วยเช่นกัน ใช่หรือไม่?
       
       เรื่องนี้เทคนิคมากหน่อย แต่ผมจำเป็นต้องอธิบายเพื่อมิให้ผู้อ่านเข้าป่า
       
       สำนักข่าวพบว่า ในรอบปี 2555 บริษัท ไทยซัมมิท ระยอง โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด นำส่ง บอจ.5 ถึง 3 ครั้ง
       
       ดังนั้น ถ้าหากมีการโอนหุ้นบริษัท วี-ลัคฯ เมื่อ 8 ม.ค.2562 , 14 ม.ค.2562 จริง ๆ ไฉนบริษัทนี้จึงไม่ยื่น บอจ.5 เหมือนอย่างบริษัท ไทยซัมมิท ระยอง โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด
       
       ผมคิดว่าสำนักข่าวอิศราก็ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของ บอจ.5 อยู่เช่นเดิม เช่นเดียวกับท่านอดีตผู้พิพากษา
       
       บอจ.5 นั้น ยื่นต่อเมื่อมีเหตุการณ์***ที่จะต้องรายงานนายทะเบียน***ครับ
       
       กรณีที่หนึ่ง การยื่นเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2555 นั้น เป็นการยื่นประกอบการ***ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2555 เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2555
       
       กรณีที่สอง การยื่นเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2555 นั้น เป็นการยื่นประกอบการ***ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2555 เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2555
       
       ทั้งนี้ การประชุมผู้ถือหุ้นมี 2 ประเภท คือวิสามัญ และสามัญ
       
       กรณีที่สาม การยื่นเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2555 นั้น เป็นการยื่นประกอบการ***เพิ่มทุนจดทะเบียน จาก 500 ล้านบาท เป็น 750 ล้านบาท
       
       ดังนั้น การยื่น บอจ.5 ทั้งสามกรณี ไม่ใช่การแจ้งการโอนหุ้นให้นายทะเบียน เพื่อให้มีผลทางกฎหมายนะครับ
       
       อย่างไรก็ดี สำหรับบางคน เรื่องนี้ได้เข้าไปในห้วงลึกแห่งอารมณ์ และได้ตั้งมั่นเป็นเป้าหมายหลักแห่งชีวิต จะต้องเอาผิดคุณธนาธรให้ได้
       
       บุคคลเหล่านี้ก็จะไม่รับฟังคำอธิบายของผมดอกครับ
       
       แต่สำหรับผู้อ่านทั่วไป ควรศึกษาข้อมูลทางเทคนิคไว้บ้าง ไม่งั้นเข้าป่าได้ง่ายๆ
       
       ทั้งนี้ ไม่ใช่ว่าผมพยายามสื่อว่าเขาถูกหรือผิดนะครับ เพราะเป็นหน้าที่ของเขาที่จะชี้แจงเอง
       
       แต่ผมเพียงพยายามสื่อว่า ผู้ที่ตั้งตัวเป็นลูกขุนนอกศาลนั้น บางคนเอาอารมณ์มาบังสติและสายตาไปเสียแล้ว
       
       หมายเหตุ: การกล่าวถึงชื่อบุคคลใดมิใช่เป็นการกล่าวหากระทำความผิด แต่เป็นเพื่อประกอบการบรรยายทางวิชาการเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการในการรักษาประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ
       
       

ข่าวOnline Section

ข่าวยอดนิยม