ทูตปากีสถาน พบ นายกฯ หวังเจรจาเอฟทีเอเสร็จสิ้่นโดยเร็ว

       
       เอกอัครราชทูตปากีสถาน พบนายกฯ ด้าน "ประยุทธ์" ยินดีการค้าเพิ่ม หวังเจรจาเอฟทีเอเสร็จโดยเร็ว ฝากดูแลนักเรียนไทย ขอบคุณสนับสนุนไทยในเวทีระหว่างประเทศ
       

       วันนี้ (7 ธ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอะศิม อิฟติคัร อะห์มัด (H.E. Mr. Asim Iftikhar Ahmad) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า โดย พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการหารือว่า นายกรัฐมนตรียินดีที่นายอะศิม ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทย และรู้สึกซาบซึ้งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานปากีสถาน เดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในฐานะผู้แทนประธานาธิบดีปากีสถาน ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีและความใกล้ชิดระหว่างประเทศ
       
       ทั้งนี้ ออท.ปากีสถานกล่าวว่ารัฐบาลและประชาชนชาวปากีสถานรู้สึกโศกเศร้าเช่นเดียวกับคนไทยทุกคนที่สูญเสียพระมหากษัตริย์ที่ทรงทำเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง โดยเห็นว่าความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศนับเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาความร่วมมือในทุกมิติ
       
       ด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าประเทศจะพัฒนาขึ้นได้นั้นจะต้องอยู่บนพื้นฐานของความสงบสุขและความมีเสถียรภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มพูนการค้า และการลงทุน ด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรียินดีที่ปริมาณการค้าของทั้งสองฝ่ายเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องและเห็นว่า อุตสาหกรรมอาหาร เกษตร และฮาลาลของไทยมีศักยภาพและสามารถขยายตลาดไปสู่ปากีสถานได้ โดยไทยสามารถเป็นประตูสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้แก่ปากีสถาน ในขณะเดียวกันปากีสถานก็สามารถเป็นประตูสู่ภูมิภาคเอเชียใต้ให้แก่ไทย ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ได้ทราบว่าการเจรจาความตกลง FTA ระหว่างไทย – ปากีสถาน ครั้งที่ 9 ที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดี ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและ ออท.ปากีสถานหวังว่าไทยและปากีสถานจะสามารถเจรจาความตกลง FTA ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการค้าระหว่างสองประเทศให้บรรลุเป้าที่ตั้งไว้ที่มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2561
       
       ด้านการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรียินดีที่ไทยและปากีสถานมีการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวกันมากขึ้น ไทยและปากีสถานมีความสัมพันธ์ระดับประชาชนที่แน่นแฟ้น โดยมีชุมชนคนไทยอาศัยอยู่ในปากีสถานหลายแห่ง ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันนักเรียนไทยไปเรียนศึกษาต่อในปากีสถานจำนวนมาก จึงฝากให้ฝ่ายปากีสถานช่วยดูแลด้วย และประสงค์ให้มีหลักสูตรควบคู่ไปกับการศึกษาศาสนาเพื่อให้นักเรียนกลับมามีอาชีพรองรับ ซึ่ง ออท.ปากีสถาน กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลปากีสถานมีนโยบายปฏิรูปการศึกษา จึงขอให้ทางไทยพิจารณาส่งนักเรียนไปศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองโดยภาครัฐ ซึ่งมีความก้าวหน้าในสาขาต่าง ๆ รวมทั้งสาขาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
       
       ฝ่ายปากีสถานได้กล่าวชื่นชมประเทศไทยในเรื่องของการเปิดกว้างและความโปร่งใสในการดำเนินการในเรื่องต่างๆ ของฝ่ายไทย ซึ่งโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความชื่นชมบทบาทของฝ่ายปากีสถานและขอบคุณที่ให้การสนับสนุนไทยในเวทีระหว่างประเทศต่างๆ รวมทั้ง OIC มาโดยตลอด และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนต่อไป