ยี้ “พี่ใหญ่” เอา “ประยุทธ์” อึดอัดเดินหน้าลำบาก “ถอยหลังลง” ก็ไม่ได้!!

ผู้จัดการออนไลน์

       

       เมืองไทย 360 องศา
       

       เชื่อว่าภาวะความรู้สึกของพวก “กองหนุน” หรือพวกที่ “เคยหนุน” น่าจะมีความรู้สึกออกมาแบบนี้แบบว่า “ยี้พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขณะที่อีกด้านหนึ่งยังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป เนื่องจากยังหวังว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงปัญหาต่างๆ ที่หมักหมมในบ้านเมืองได้ และที่สำคัญ ยังเชื่อว่า เขาสามารถต่อกรกับ ทักษิณ ชินวัตร ได้อีกด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นความเชื่อของคนบางกลุ่ม
       
        อย่างไรก็ดี ในสภาพความเป็นจริง พิจารณาจากองค์รวม และจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในเวลานี้ ทำให้ต้องมาประเมินกันใหม่ว่า แท้ที่จริงแล้วใครกันแน่ที่เป็น “เบอร์หนึ่ง” ทั้งในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และใครกันแน่ที่ “มีอำนาจ” มากที่สุดในรัฐบาลชุดนี้ เพราะตามสภาพที่เห็นในเวลานี้ “พี่ใหญ่” สังคมกำลังเสื่อมศรัทธาอย่างหนัก จากหลายเรื่องที่สั่งสมกันมา ทั้งในเรื่องบุคลิก และผลงานส่วนตัว ทั้งในเรื่องการ “สร้างเครือข่าย” ที่ล้วนออกมา “สีเทา” ออกไปทางลบ จนอารมณ์สังคมขาดผึงเอากับเรื่องของการ “ครอบครองนาฬิกาหรู” ที่เวลานี้ถือว่าโชคดีในความเศร้า จากกรณีการล่าเสือดำในป่าทุ่งใหญ่นเรศวรตะวันตกของ “เสี่ยเปรมชัย กรรณสูต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) มาเบรกเอาไว้ชั่วคราว
       
        แต่เชื่อเถอะ เมื่อทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะมีการแถลงผลการตรวจสอบว่าผลออกมา “เป็นบวก” คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ผิด เพราะเป็น “นาฬิกาของเพื่อน” และได้คืนไปหมดแล้ว ถือว่าจบกัน นั้นหากผลออกมาแบบนี้จริง “คนที่จบ” ก็น่าจะมีตัวละครเพิ่มเข้ามาเพิ่ม คือ ป.ป.ช. และตัวประธาน ป.ป.ช. คือ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ทำให้ความศรัทธาขององค์กรดังกล่าวทรุดต่ำลงไปด้วย
        **และแน่นอนว่า ยังลามมากระแทกเข้าใส่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเพิ่มเข้ามาอีก
       
        สิ่งที่ต้องพิจารณากันก็คือ ในเมื่อ “พี่ใหญ่” คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กลายเป็นภาระเป็น “ตัวถ่วง” เต็มรูปแบบ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังยืนยัน “อุ้มกระเตง” กันต่อไปเรื่อยๆ ถึงขั้นวอนไปยังผู้สนับสนุนว่า “หากรักผม ก็ขอให้รักรัฐมนตรีคนอื่นด้วย” มันก็ต้องหันมาคิดกันใหม่แล้วว่า ใครกันแน่ที่เป็น “ผู้มีอำนาจแท้จริง” ในรัฐบาล และ คสช. แม้ว่าโดยสถานะที่เป็นอยู่ พล.อ.ประวิตร ไม่ต่างจากการเป็น “ผู้จัดการรัฐบาล” เหมือนกับที่รัฐบาลแทบทุกชุดเคยมี
       
        แต่ที่ผ่านมาหากเกิดปัญหาที่กระทบต่อความศรัทธาจากสังคม ไม่ถูกกดดันให้ลาออก เจ้าตัวก็ต้องแสดงสปิริตลาออกไปก่อน เพื่อรักษารัฐบาลเอาไว้ แต่สำหรับกรณีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นอกจากไม่ลาออก และไม่แสดงท่าทีรับผิดชอบแล้ว ยังเดินหน้าสู้ จนทำให้ต้องมาประเมินกันใหม่ดังกล่าวว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ ทางหนึ่งก็คือ เขาคือ “เบอร์หนึ่งแท้จริง” และยังคิดต่อไปอีกว่าแท้ที่จริงแล้วคนที่อยู่เบื้องหลังการควบคุมอำนาจในนามของ คสช. เมื่อปี 2557 นั้นคือใครกันแน่ เป็น พล.อ.ประวิตร ใช่หรือไม่ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแค่ “หุ่นเชิด” คนหนึ่งเท่านั้น หรือไม่
       
       เพราะหากพิจารณาจาก “กระแสยี้” ที่เป็นอยู่ในวันนี้ น่าเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็น่าจะรู้ แต่ในเมื่อยังเลือกอุ้มกระเตงอย่างเหนียวแน่น มั่นคงไม่เคยสะเทือน มันก็ต้องชวนให้คิดแบบนี้
       
        ขณะเดียวกัน เมื่อเลือกสภาพกันแบบที่เห็น ทำให้อนาคตทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีโอกาสตีบตันสูงมาก หรือแทบจะไปต่อไม่ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคิดจากสมการตัวเลขเสียงสนับสนุนจาก ส.ส. ในสภา และเมื่อพิจารณาจากท่าทีที่ชัดเจนจากพรรคใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย และ พรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าชัดเจนแล้ว
       
        ดังนั้น จึงเหลือเฉพาะแต่พรรคที่จะตั้งขึ้นมาสนับสนุน เช่น พรรคของ สุเทพ เทือกสุบรรณ และพรรคของ ไพบูลย์ นิติตะวัน รวมไปถึงกลุ่มการเมืองในจังหวัดใหญ่ๆ เช่น กลุ่มสะสมทรัพย์ ศิลปอาชา กลุ่มคุณปลื้ม แต่หากไม่ปฏิเสธความจริง ก็ต้องยอมรับว่ามันยังห่างไกลจากความจริงมากนัก
       
       ดังนั้น ความรู้สึกของ “กระแสสังคม” ที่ปรากฏอยู่ในเวลานี้ มันเหมือนสื่อออกมาแบบว่า “ยี้พี่ใหญ่” แต่ยังอาจเอา “ประยุทธ์” ซึ่งมันทำให้อยู่ในภาวะอึดอัดแบบที่ว่าจะเดินต่อก็ลำบาก แต่ขณะเดียวกัน จะถอยหลังลงจากหลังเสือ ก็ทำไม่ได้ ทางแรกอย่างที่รู้ว่ากระแสมันไม่ปังเหมือนเมื่อก่อน แต่หากจะลงก็ไม่ได้อีก เนื่องจากมีฝ่ายตรงข้ามรอขย้ำอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งเปิดเผยและซุ่มซ่อนอยู่ในที่มืด และที่สำคัญมันเหมือนมีความรู้สึกเหมือนกับว่าฝ่ายที่ “ไม่ยอมให้ลง” น่าจะมาจากเครือข่ายรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น “ฝ่ายพี่ใหญ่” ที่มาเป็นเครือข่ายคนพวกนี้ลงทุนมาเยอะ คงไม่ยอมง่ายๆ แน่นอน !!
       

ข่าวการเมือง

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้