กกต.เผย 2 สัปดาห์พิจารณาอียูสังเกตการณ์เลือกตั้ง ย้ำดูความเหมาะสม-ฟังความเห็น

ผู้จัดการออนไลน์

       

       ประธานกกต. รับอียูขอมาสังเกตการณ์การเลือกตั้งมากกว่า 200 คน ชี้ต้องพิจารณาความเหมาะสม-ฟังความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกสองสัปดาห์เตรียมพิจารณาอนุญาตหรือไม่
       

       วันนี้ (8พ.ย.) นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวกรณี อียู ติดต่อขอส่งผู้สังเกตการณ์เข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งที่จะมีขึ้นว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา แต่เนื่องจาก กกต. ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง การพิจารณาเรื่องนี้จึงอาจขยับไปอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้เพราะ กกต. ยังต้องหารือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ที่อาจจะมีการบันทึกพฤติกรรมผู้ที่เคยมาสังเกตการณ์ เชิงความเหมาะสมที่อาจนำข้อสังเกตการณ์ไปทำอะไรที่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือไม่ ก่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาอีกครั้ง ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 เป็นต้นมา หรือ 15 ปีมาแล้ว ที่ กกต. เคยเปิดให้ผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศ ไม่ว่าประเทศที่ กกต. ไทยเคยไปสังเกตการณ์ในประเทศของเขา หรือประเทศใหม่ ๆ ที่สนใจจะมา หรือองค์การระหว่างประเทศ หรือ เอ็นจีโอ ที่อยากมาสังเกตการณ์ในบ้านเรา สามารถเข้ามาได้ภายใต้โปรแกรมผู้สังเกตการณ์ของ กกต. หรือ Visitor Program ซึ่งมีสาระสำคัญคือต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย และเงื่อนไขที่เราขอร้อง เช่นจะไปไหนต้องแจ้งต้องบอกเรา และในบางพื้นที่ เช่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องขออนุญาตในบางพื้นที่ที่ล่อแหลมมีความเสี่ยง โดยต้องเป็นการมาสังเกตการณ์แต่ไม่ใช่มายุ่งย่ามหรือรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็มีการเข้ามาสังเกตการณ์ โดยเฉพาะอียูเองก็เคยส่งมา 2 ครั้ง
       
       “ถ้าขอมา และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดก็ไม่มีปัญหา เราก็ให้ไปตามแนวทางปฏิบัติ แต่ถ้าใครจะมานอกเหนือกว่านี้เรายังตอบไม่ได้ เพราะถ้าจะมาเกินขอบเขตของผู้สังเกตการณ์ เราก็ต้องรู้ก่อนว่าเขามาด้วยเงื่อนไขอะไรบ้าง และก่อนที่ กกต. จะลงมติเราก็ต้องถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ หรือรัฐบาล ด้วยซ้ำ ว่า กกต. มีความเห็นอย่างนี้ แล้วอยากฟังความเห็นของหน่วยงานท่านเพื่อประกอบการตัดสินใจขั้นสุดท้าย เพราะเราไม่อยากตัดสินใจโดยลำพังสำหรับรูปแบบใหม่ ๆ”
       
       ประธาน กกต. ยังกล่าวว่าที่ผ่านมา อียู ขอมาเป็น Election Expert Mission (EEM) แต่คราวนี้ขอมาแบบ Election Observation Mission (EOM) ซึ่งค่อนข้างใหญ่และซับซ้อนกว่า ซึ่งดูไม่น่าจะเข้าข่าย Visitor Program ที่เราเปิดกว้างให้อยู่
       
       เมื่อถามว่า กกต. ต้องถามความเห็นจาก คสช. ก่อนการตัดสินใจหรือไม่ ประธาน กกต. กล่าวว่ายังไม่คิดว่า กกต. จะต้องไปขออนุมัติ หรือ อนุญาตจาก คสช. เพราะเป็นเรื่องการจัดการเลือกตั้งโดยแท้ และการเข้ามาสังเกตการณ์ก็ไม่น่าจะมีประเด็นกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองโดยตรง แต่หาก คสช. มีความเห็นเบื้องต้นก่อนที่เราจะถามไปเราก็อาจนำประกอบการพิจารณา คือความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่ากระทรวงการต่างประเทศ ครม. หรือแม้แต่ กอ.รมน. ก็มีความหมาย เราก็จะถามเขาไป ส่วน คสช. ถ้ามีความคิดอย่างไรเราก็รับฟัง
       
       เมื่อถามว่า กกต. นำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมเมื่อใด นายอิทธิพร กล่าวว่าเดิมคิดว่าจะนำเข้าที่ประชุมสัปดาห์หน้า แต่เนื่องจากการแบ่งเขตเลือกตั้งยังไม่เสร็จ สัปดาห์หน้าคงเข้าไม่ทัน อาจจะต้องเป็นอีกสัปดาห์ถัดไป และขณะนี้ก็ขอให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยดูตามเอกสารที่อียูส่งมาให้เบื้องต้นอยู่
       
       ส่วนการที่นายดอน ปรมัถต์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ไม่เห็นด้วยกับการให้องค์กรต่างประเทศมาสังเหตุการณ์ นายอิทธิพร กล่าวว่าสิ่งที่นายดอนพูดถึงเงื่อนไขของการมาสังเกตการณ์นั้นถูกต้อง คือเมื่อคุณขอมาดูก็ควรจะเป็นการสังเกตการณ์อย่างสร้างสรรค์ คือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์กฎหมาย แล้วเสนอแนะด้วยใจที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่มาแถลงข่าวติติงมาจับผิดหรือทำตัวเป็นกรรมการตัดสินการเมืองในประเทศอื่น
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำขอของอียูครั้งนี้นอกจากจะมากด้วยจำนวนคนเป็นหลักร้อย จากที่เคยขอมา 4 - 5 คนแล้ว ยังขอมาแบบให้เปิดเสรีไปได้ทุกที่ แถมยังมีการขอให้ฝ่าย กกต. เป็นผู้ออกหนังสือเสมือนเป็นการร้องขอให้อียูมาสังเกตการณ์ ทำให้กกต.ค่อนข้างกังวลและแปลกใจ เพราะที่ผ่านมาอียูเคยไปขอสังเกตการณ์เลือกตั้งในประเทศเคนย่าแบบ EOM ซึ่งตอนแรกก็มีการรายงานข้อสังเกตธรรมดา แต่ไม่นานก็มีการออกรายงานประณามการเลือกตั้ง โดยไม่พิจารณาว่าเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังจากที่มีการฆ่ากันตายไปสามพันคนเมื่อ 6 ปีก่อนหน้านั้น ซึ่งควรจะให้เครดิตด้วยซ้ำว่าสามารถจัดการเลือกตั้งได้สงบเรียบร้อยมากขึ้น
       
คำสำคัญ : กกต.

ข่าวการเมือง

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้